ระทึก!! สั่งอพยพ CNN ทั้งสำนักงานใหญ่กลางนิวยอร์กด่วน หลังโดนขู่วางระเบิด

เอเจนซีส์ – เกิดเหตุไม่คาดฝันเจ้าหน้าที่และนักข่าวภายในสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ CNN นิวยอร์กต้องถูกสั่งอพยพช่วงกลางดึกวันพฤหัสบดี (6 ธ.ค) หลังได้รับแจ้งโทรศัพท์ขู่วางระเบิด อ้างมีระเบิดถูกติดตั้งอยู่ด้านในถึง 5 เครื่อง เกิดขึ้นไม่นานก่อนเวลา 22.00 น. ล่าสุดตำรวจ NYPD นิวยอร์กยืนยันทุกอย่างปลอดภัย ทุกคนกลับเข้าตัวอาคารได้แล้ว  CNN สื่อสหรัฐฯรายงานวันนี้ (7 ธ.ค) ว่า สถานการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วโดยตำรวจ NYPD นิวยอร์กเป็นผู้ยืนยัน พบทางสถานีโทรทัศน์ CNN ได้ออกอากาศแห้งจากเทปเป็นเวลาร่วม 30 นาทีก่อนที่จะตัดกลับเข้ามาสู่รายการสดอีกครั้งในคืนวันพฤหัสบดี (6)  ด้านผู้จัดชื่อดัง ดอน เลมอน (Don Lemon) เจ้าของรายการ CNN Tonight ซึ่งกำลังอยู่ช่วงพักเบรกโฆษณาได้ถูกตัดการออกอากาศอย่างกระทันหัน “พวกเราได้รับการบอกให้อพยพออกนอกอาคาร และให้ทำในทันทีเท่าที่จะทำได้ พวกเราคว้าสิ่งของที่จะเท่าที่มีและรีบวิ่งออกนอกอาคารไป และในเวลานี้พวกเรากำลังยืนอยู่นอกตัวตึก” เลมอนกล่าวให้สัมภาษณ์ และเสริมต่อว่า “พนักงานทุกคนและทุกคนที่อยู่ในตึกในขณะที่พวกเรากำลังออกอากาศสดต้องรีบวิ่งออกนอกตึกไทม์ พอร์เนอร์ เซนเตอร์ ในตอนนี้”  ทั้งนี้พบว่าทาง CNN ได้รับแจ้งว่ามีระเบิดภายในสำนักงานใหญ่ในเมืองนิวยอร์ก ซิตี ก่อนเวลา 22.00…

ออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการเข้าถึงการสื่อสารแบบเข้ารหัสเพื่อรับมือการก่อการร้าย

นายปีเตอร์ ดัตทัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย เร่งผลักดันให้รัฐสภาออสเตรเลียผ่านร่างกฎหมาย Telecommunications and Other Legislation Amendment (Assistance and Access) Bill 2018 ภายในธันวาคม 2561 ที่ให้อำนาจหน่วยบังคับใช้กฎหมายและหน่วยข่าวกรองออสเตรเลียเข้าถึงการสื่อสารแบบเข้ารหัส ซึ่งหากร่างกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้จะมีการกำหนดให้บริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Facebook Google ต้องช่วยเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงออสเตรเลียถอดข้อความที่เข้ารหัสของอาชญากร อาทิ ข้อความที่เข้ารหัสในแอปพลิเคชัน WhatsApp ซึ่งจะช่วยให้การสืบสวนและยังยั้งแผนก่อการร้ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดี กระบวนการออกกฎหมายดังกล่าวยังมีอุปสรรคสำคัญจากการคัดค้านขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งอาจทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป การผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากออสเตรเลียพบว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายและกลุ่มอาชญากรรมใช้การติดต่อสื่อสารที่เข้ารหัสมากขึ้น สะท้อนจากข้อมูลของทางการออสเตรเลียที่ระบุว่า 9 ใน 10 ของคดีการสืบสวนที่สำคัญของหน่วยต่อต้านข่าวกรองออสเตรเลีย (Australian Security Intelligence Organisation – ASIO) มีอุปสรรคปัญหาการติดต่อสื่อสารเข้ารหัส โดยเป้าหมายการสืบสวนของ ASIO ร้อยละ 95 (ผู้ก่อการร้าย สายลับ และแฮกเกอร์) ใช้การติดต่อสื่อสารแบบเข้ารหัส ขณะที่ในปัจจุบันตำรวจและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองออสเตรเลียที่ได้รับอนุญาตสามารถกู้คืนอีเมล ภาพถ่าย หรือหลักฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับอาชญากรรมจากคอมพิวเตอร์ในทางลับได้…

เครือโรงแรม Marriott ถูกแฮ็ก ข้อมูลแขกราว 500 ล้านคนหลุดสู่ภายนอก

Credit: StarwoodHotels.com Marriott International เครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกออกแถลงการณ์ กลุ่มโรงแรม Starwood ถูกแฮ็กเกอร์นิรนามแฮ็กฐานข้อมูลการจองที่พัก ขโมยข้อมูลแขกของโรงแรมไปกว่า 500 ล้านคน นับเป็นหนึ่งในเหตุ Data Breach ที่ใหญ่ที่สุดในโลกต่อจากการแฮ็ก Yahoo ในปี 2016 Starwood Hotels and Resorts Worldwide เป็นกลุ่มโรงแรมในเครือของ Marriott International ถูกควบรวมกิจการเมื่อปี 2016 โดยมีมูลค่าการเข้าซื้อสูงถึง $13,000 ล้าน (ประมาณ 428,000 ล้านบาท) จากการตรวจสอบพบว่าเหตุ Data Breach นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่ “กลุ่มที่ไม่ได้รับอนุญาต” ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงฐานข้อมูลการจองที่พักของ Starwood ได้โดยมิชอบ และได้ทำการคัดลองและเข้ารหัสข้อมูลภายใน Marriott International ตรวจพบการแฮ็กนี้เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับการจากเตือนจากอุปกรณ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยภายในเกี่ยวกับความพยายามที่จะเข้าถึงฐานข้อมูลการจองที่พักของเครือ Starwood ในสหรัฐอเมริกา ต่อมาในวันที่ 19…

การขยายตัวของแนวคิดรุนแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อ 19 พ.ย.61 ศูนย์เชี่ยวชาญการศึกษาวิจัยและจัดทำผลสำรวจทางวิชาการในมาเลเซีย Merdeka Center for Opinion Research ได้เปิดเผยรายงานผลการสำรวจเกี่ยวกับความอดทน อดกลั้น และการตอบสนองต่อแนวทางรุนแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อกรณีการแพร่ขยายแนวคิดรุนแรงระหว่างประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นคนส่วนใหญ่ในมาเลเซียและอินโดนีเซีย กับประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นคนส่วนน้อยในไทยและฟิลิปปินส์ พบว่า 1. ในภาพรวมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังถือเป็นภูมิภาคที่อยู่ในแนวทางสายกลาง แต่แนวคิดรุนแรงมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ชาวมุสลิมมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีความอดทน อดกลั้นต่อคนต่างศาสนาน้อยลง โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ตอบรับการใช้ความรุนแรงเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ทางศาสนาถึงร้อยละ 52 และเห็นว่า การโจมตีตำรวจ ทหาร พลเรือน และการทำญีฮาด เป็นสิ่งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี การแพร่ขยายแนวคิดรุนแรงในภูมิภาคมีแรงจูงใจแตกต่างกัน โดยประเทศที่คนมุสลิมเป็นชนส่วนใหญ่ มีแรงจูงใจทางศาสนาเรื่องการทำอิสลามบริสุทธิ์ ส่วนประเทศที่คนมุสลิมเป็นชนส่วนน้อย มีแรงจูงใจเป็นเรื่องนามธรรมที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อดินแดนหรือชีวิตความเป็นอยู่ 2. ลักษณะของชาวมุสลิมที่มีแนวโน้มฝักใฝ่แนวคิดรุนแรง มักมีความเชื่อที่ว่ามุสลิมกำลังสูญเสียเกียรติภูมิและกำลังตกเป็นเหยื่อของความไม่ถูกต้องหรือถูกเลือกปฏิบัติ นอกจากนั้น ยังเชื่อว่าการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่ศาสนาอิสลามอนุญาตให้ทำได้ มุสลิมกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มักเป็นกลุ่มคนที่ยากจนและด้อยโอกาสทางสังคม โดยในรายงานผลการสำรวจแบ่งกลุ่มความรุนแรง (extremism) ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) พวกหัวรุนแรงสุดโต่ง และ 2) พวกที่มีความโน้มเอียงในการเสียสละตนเอง…

งานวิจัยชี้ ‘มาตรการระเบิดเรือประมงต่างชาติ’ ของอินโดฯ ใช้ได้ผลจริง!

People take pictures of a burning ship as the government destroyed foreign boats that had been caught illegally fishing in Indonesia waters, at Morela village in Ambon island, April 1, 2017. – REUTERS ผลวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่า มาตรการของรัฐบาลอินโดนีเซียในการระเบิดทำลายเรือประมงผิดกฎหมายจากต่างชาติ กำลังแสดงผลให้เห็นแล้ว หลังจากปริมาณการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำอินโดนีเซียลดลงอย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลอินโดนีเซียใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการปราบปรามการประมงผิดกฎหมาย ด้วยการระเบิดทำลายเรือประมงต่างชาติหลายลำตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 เป็นต้นมา ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโก วีโดโด (Joko Widodo) กล่าวว่า การจมเรือประมงผิดกฎหมายจากต่างชาตินั้น ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลอินโดนีเซียในการปราบปรามการประมงผิดกฎหมาย An Indonesian soldier stands guard…

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำบุตรชายผู้นำฮิซบอลเลาะห์เป็น ‘ผู้ก่อการร้ายระดับโลก’

จาวัด นัสรัลเลาะห์ (Javad Nasrallah) บุตรชายของ ฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เอเอฟพี – สหรัฐฯ ประกาศตราหน้าบุตรชายของผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) พร้อมตั้งรางวัลนำจับกลุ่มติดอาวุธ 3 คนในเลบานอนที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศให้ จาวัด นัสรัลเลาะห์ (Javad Nasrallah) บุตรชายของ ฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่มีอิหร่านหนุนหลัง เป็น ‘ผู้ก่อการร้ายระดับโลก’ (global terrorist) ซึ่งจะทำให้เขาถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมดในสหรัฐฯ และไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินกับชาวอเมริกันได้ “พฤติกรรมบ่อนทำลายของฮิซบอลเลาะห์เป็นภัยต่อชาวเลบานอน” นาธาน เซเลส เอกอัครราชทูตผู้แทนพิเศษและผู้ประสานงานต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เซเลส กล่าวหาฮิซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวในเลบานอนที่ยังไม่ยอมวางอาวุธหลังสิ้นสุดสงครามกลางเมืองในช่วงปี 1975-1990 ว่ากำลังใช้พลเรือนเป็น ‘โล่มนุษย์’ โดยนำขีปนาวุธไปซุกซ่อนไว้ตามศูนย์กลางชุมชนต่างๆ “ศักยภาพในการทำลายล้างของฮิซบอลเลาะห์ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในตะวันออกลางเท่านั้น แต่ยังบ่อนทำลายเลบานอนเองด้วย”  สหรัฐฯ ยังตั้งเงินรางวัล 5 ล้านดอลลาร์สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมชาย 3 คน หนึ่งในนั้นคือ ซาเลห์ อัล-อารูรี (Saleh…