สถานการณ์เงินดิจิตอลและระบบส่งเงินออนไลน์เพื่อก่ออาชญากรรมและสนับสนุนการก่อการร้าย

เงินดิจิตอล (Cryptocurrencies) ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนในปัจจุบันมีมากกว่า 1,200 สกุลเงิน แต่มีเพียงบางสกุลเงินที่ได้รับความนิยมในไทยคือ บิทคอยน์ (Bitcoin) อีเทอร์เรียม (Etherium) และริปเปิล (Ripple) ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดมีมูลค่าการซื้อขายคิดเป็นร้อยละ 50 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด และมีการเปิดซื้อขายผ่านคนกลาง (Trading market) ปัจจุบันบิทคอยน์ในโลกมีจำนวน 21 ล้านบิทคอยน์ “ขุด” ไปแล้วรวม 16.7 ล้าน เคยทำราคาสูงสุดที่ประมาณ 400,000 บาทต่อ 1 บิทคอยน์ การเริ่มใช้บิทคอยน์เรียกว่า “การขุด” จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อถอดสมการคณิตศาสตร์ โดยผู้ใช้จะต้องสร้างกระเป๋าเงิน (Wallet Address) จากการสร้าง (gemerate) ผ่านเว็บไซต์โดยไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือยืนยันตัวตนแต่อย่างใด การทำธุรกรรมจะรู้เฉพาะผู้รับและผู้ส่ง ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใดเป็นผู้โอนหรือรับโอนบิทคอยน์ เมื่อการขุดด้วยตัวเองทำได้ค่อนข้างยากเพราะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้ใช้งานในไทยจึงเลือกใช้เว็บไซต์ลักษณะ Trading market เพื่อลงทุนซื้อขายบิทคอยน์และเปลี่ยนเป็นเงินบาทโอนเข้าบัญชีธนาคาร อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศเมื่อ 12 ก.พ.61 ขอความร่วมมือสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิตอล…

พบมัลแวร์ StalinLocker ไล่ลบไฟล์ผู้ใช้หากไม่สามารถกรอกโค้ดที่ถูกต้อง

MalwareHunter ได้พบมัลแวร์ที่มีพฤติกรรมการทำลายล้างและล็อกหน้าจอที่ชื่อ Stalinlocker หรือ StalinScreamer โดยจะให้เวลาเหยื่อ 10 นาทีเพื่อกรอกโค้ดให้ถูกต้องเพื่อหยุดการทำงาน มิเช่นนั้นจะลบไฟล์บนไดร์ฟของเครื่อง นอกจากนี้ในขณะที่รันอยู่ยังมีการเล่นเพลงชาติของสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตพร้อมทั้งแสดงรูปหน้าจอเป็น Stalin จากนั้นก็จะนับถอยหลังไปเรื่อยๆ รอลบไฟล์ credit : Bleepingcomputer.com จากการศึกษาพฤติกรรมสิ่งที่พบคือ มีการแตกไฟล์ชื่อ USSR_Anthem.mp3 ใน ‘%UserProfile%\AppData\Local ‘ ทำการคัดลอกตัวเองไปยัง ‘%UserProfile%\AppData\Local\ชื่อ stalin.exe’ และสร้างไฟล์ Autorun ขึ้นมาเพื่อเริ่มการทำลายล้างและเปลี่ยนภาพหน้าจอเมื่อผู้ใช้ล็อกอินเข้าสู่คอมพิวเตอร์ สร้าง fl.dat ใน ‘%UserProfile%\AppData\Local’ และเขียนจำนวนของวินาทีที่เหลืออยู่ พยายามจบโปรเซสนอกเหนือจาก Skype และ Discord ปิดโปรเซสของ Explorer.exe และ Taskmgr.exe สร้างตารางงานที่ชื่อ ‘Driver Update’ เพื่อเรียกใช้งาน Stalin.exe ทางทีมงาน MalwareHunter ค้นพบว่าโค้ดที่ให้ใส่นั้นเกิดจากการลบวันที่ปัจจุบันด้วย 1922.12.30 หากผู้ใช้งานตีโจทย์นี้ได้มันก็จะออกจากการทำลายล้างพร้อมทั้งลบ Autorun ทิ้งด้วย โดยอันที่จริงแล้วมันตั้งใจที่จะลบไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในแต่ละไดร์ฟที่พบบนคอมพิมเตอร์เลยทีเดียว ซึ่งมันจะเริ่มทำจากอักษร A ถึง…

ดาบสองคม! ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ข้อดี – ข้อเสีย” เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชี้ว่า โลกกำลังเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ ที่สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจำนวนมาก ได้ในเวลาสั้นๆ ที่การประชุม MIGC หรือ Milken Institute Global Conference ที่นครลอส แองเจลลีส เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับประโยชน์และอันตรายของเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ คุณ Tom Siebel ประธานและซีอีโอของบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ C3 IoT ชี้ว่า ข้อมูลที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถดึงจากอุปกรณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือนั้น ล้วนเต็มไปด้วยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางเศรษฐกิจ และข้อมูลการแพทย์ ซึ่งล้วนมีความสำคัญ และเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญยังระบุด้วยว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อาจทำให้คนตกงานมากขึ้นในอนาคต ยกตัวอย่าง รถยนต์ควบคุมตัวเองอัตโนมัติอาจทำให้คนขับรถแท็กซี่ตกงาน หรือคนงานตามโรงงานต่างๆ ที่อาจถูกหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่ นอกจากนั้น บริษัทหรือห้างร้านต่างๆ ก็อาจต้องปิดตัวลงจากการขยายตัวของบริษัทเทคโนโลยีออนไลน์ เช่น การที่ร้านค้าของเล่นรายใหญ่ Toy ‘R’ Us ต้องปิดกิจการทั่วอเมริกา เพราะลูกค้าหันไปซื้อของเล่นทางออนไลน์จากร้านอีคอมเมิร์ช อย่าง Amazon มากขึ้น…

จีนพัฒนา AI สแกนหาสิ่งผิดกฎหมาย แม่นยำร้อยละ 95

ไชน่าเดลี่ สื่อจีนรายงาน (26 เม.ย.) จีนพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สำหรับระบบตรวจความปลอดภัย ซึ่งสามารถสแกนหาสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว รายงานระบุว่า บริษัท ไชน่าแอโร่สเปซ ซายแอนด์อินดัสเทรียล คอร์ป (China Aerospace Science and Industry Corp หรือ CASIC) หนึ่งในกิจการด้านอวกาศจีน พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถแสกนหาวัตถุผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นโลหะหรืออโลหะที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าได้ภายในเวลาเพียง 0.7 วินาที ด้วยความแม่นยำถึงร้อยละ 95 บริษัทฯ ออกแบบระบบดังกล่าวเพื่อใช้ในจุดตรวจความปลอดภัยที่มีผู้คนต้องใช้บริการเป็นจำนวนมาก เช่น สนามบิน และสถานีรถไฟ โดยผู้ที่จะถูกตรวจสอบเพียงแค่ยกมือเหนือศรีษะเดินผ่านเครื่องตรวจ ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการตรวจรวมถึงหางแถวสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบัน ระบบการตรวจสอบความปลอดภัยในบริเวณสำคัญของจีนมักเป็นระบบเอ็กซเรย์ ซึ่งใช้แรงงานคนจำนวนมากและเสียเวลานาน นอกจากนี้ ยังส่งผลข้างเคียงทางรังสีในบางกรณี นายหู หลิน วิศวะกรผู้ออกแบบระบบดังกล่าวเปิดเผยว่า ระบบสแกนแบบใหม่ใช้รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งมีความเข้มข้นเพียง 1 ใน 1,000 ของสัญญาณโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเท่านั้น นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวด้วยการเบลอภาพหน้าและส่วนสงวนของผู้เขารับการตรวจสอบอีกด้วย โดยระบบปัญญาประดิษฐ์จะจดจำวัตถุผิดกฎหมายในรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ระบบฯ ใหม่นี้อยู่ระหว่างการทดลองใช้เต็มรูปแบบที่ท่าอากาศยานนานาชาติในนครปักกิ่ง —————————————————————–…

พบช่องโหว่บนระบบล็อกประตูโรงแรม เสี่ยงถูกใช้สร้าง Master Key เปิดได้ทุกห้อง

ทีมนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยของ F-Secure ออกมาเปิดเผยถึงช่องโหว่บนระบบล็อก Vision by VingCard ของ Assa Abloy ผู้ผลิตระบบล็อกให้แก่โรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์สามารถนำไปสร้าง Master Key ใช้เปิดห้องของโรงแรมหลายล้านห้องทั่วโลกได้ Vision by VingCard เป็นระบบล็อกที่ผลิตโดยบริษัท Assa Abloy ซึ่งถูกใช้งานในโรงแรมและสถานที่ต่างๆ มากกว่า 42,000 แห่งใน 166 ประเทศทั่วโลก โดยทีมนักวิจัยของ F-Secure ได้แก่ Tomi Tuominen และ Timo Hirvonen ออกมาเปิดเผยว่าค้นพบช่องโหว่การออกแบบระบบล็อกความรุนแรงสูง ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถอ่านข้อมูลจากคีย์การ์ดและตัวล็อกเพื่อสร้าง Master Key สำหรับปลดล็อกประตูที่ใช้เทคโนโลยีล็อกของ Vision by VingCard ได้ทั้งหมด โดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ เพื่อทำการสร้าง Master Key นักวิจัยทั้งสองได้ออกแบบอุปกรณ์ชนิดพิเศษสำหรับเจาะช่องโหว่ของระบบล็อก Vision by VingCard ขึ้นมา (ดังแสดงในรูปด้านล่าง)…

ความสำคัญของ Big Data

โดย ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ในโลกปัจจุบันนี้เป็นโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลขนาดใหญ่หรือเล็ก โดยเฉพาะข้อมูลขนาดใหญ่หรือที่เราเรียกกันว่า Big Data เช่น ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตที่มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในปี 2017 มีการประมาณว่าจำนวนเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตมีขนาดกว่า 1,766 ล้านเว็บไซต์ โดยเพิ่มจากในปี 2016 จำนวน 1,045 ล้านเว็บไซต์ คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 69% นอกจากนี้จำนวนผู้ใช้ Social Media มีจำนวนผู้ใช้บริการกว่า 3,196 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 7% โดยใน Facebook, Twitter, Instagram เฉลี่ยมีการกด like หรือ tweet ขึ้นมากกว่าล้านครั้งในแต่ละนาที ในโลกของการลงทุนก็เช่นกัน มีการให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของ Big Data และการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว โดยเฉพาะกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) เช่น กองทุน Renaissance Technologies, DE…