สอดแนมกันตั้งแต่เด็ก โรงเรียนจีนใช้เครื่องแบบ ‘สมาร์ทยูนิฟอร์ม’ เก็บข้อมูล-ติดตามตัวเด็ก

ที่มาภาพประกอบ: wikipedia.org โรงเรียนในมณฑลกุ้ยโจวและเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของประเทศจีนใช้เครื่องจีพีเอสติดตามตัวเด็กโดยติดอยู่กับชุดเครื่องแบบที่เรียกว่า ‘สมาร์ทยูนิฟอร์ม’ โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนโดดเรียนและรับรองความปลอดภัยของเด็กแก่ผู้ปกครอง มีการนำมาตรการยูนิฟอร์มติดตามตัวนักเรียนดังกล่าวมาใช้ใน 9 โรงเรียนของกุ้ยโจวและกว่างซีจ้วง โดยในกว่างซีจ้วงซึ่งเป็นพื้นที่ๆ ยากจนกว่ามีอัตราการหนีเรียนของนักเรียนมากกว่า ชิพติดตามตัวดังกล่าวจัดทำโดยบริษัทกุ้ยโจวกวนอูเทคโนโลยี พวกเขาแถลงว่าจะมีการบันทึกวันและเวลาเริ่มต้นนับตั้งแต่เด็กที่สวมใส่ชุดเหล่านี้เดินเข้าโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีการบันทึกวิดีโอการเคลื่อนไหวของเด็กนักเรียนที่สวมใส่ชุดนี้ซึ่งสามารถให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถรับชมวิดีโอผ่านโปรแกรมแอพพลิเคชันของโทรศัพท์มือถือได้ รวมถึงจะมีระบบส่งเสียงเตือนครูและผู้ปกครองถ้าหากเด็กนักเรียนเดินออกจากโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนสับเปลี่ยนเครื่องแบบกันได้ด้วย บิซิเนสอินไซเดอร์ระบุว่า “จีนเป็นประเทศผู้นำโลกในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสอดแนม” นอกจากกรณีการสอดแนมเด็กนักเรียนเช่นนี้แล้ว พวกเขายังเพิ่มการสอดแนมในเขตปกครองพิเศษซินเจียงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามชาวมุสลิมชนชาติอุยกูร์ และแม้แต่ในเมืองใหญ่ๆ เศรษฐีของจีนที่ขับรถพลังงานไฟฟ้าก็ถูกสอดแนมโดยที่รถยนต์ของพวกเขาเองเก็บข้อมูลส่งให้ ‘ศูนย์ติดตามผลที่ได้รับการหนุนหลังจากรัฐบาล’ ครูของโรงเรียนซิ่วเหวินในกุ้ยโจวรายหนึ่งบอกว่านักเรียนชั้นเทียบเท่าประถมปีที่ 1 เกือบ 1,000 รายสวมใส่ชุดนักเรียนสอดแนมนี้มามากกว่า 1 เดือนแล้วและครูผู้นี้ก็สนับสนุนให้มีการสวมเครื่องแบบแบบนี้โดยบอกว่ามันเป็นการกดดันให้นักเรียนไม่โดดเรียนเพราะพวกเขารูู้ว่าจะมีการส่งสัญญาณเตือน ทางบริษัทผู้พัฒนาชุดเครื่องแบบนี้กล่าวว่าพวกเขา ‘ปกป้องความเป็นส่วนตัว’ ของนักเรียนด้วยการให้ผู้ปกครองและครูเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลของเด็กได้ อย่างไรก็ตามบิซิเนสอินไซเดอร์ระบุว่าการที่จีนนำเสนอเรื่องนี้ผ่านสื่อรัฐบาลไชนาเดลีก็แสดงให้เห็นว่าทางการจีนกำลังทำให้การสอดแนมแบบนี้กลายเป็น ‘เรื่องธรรมดา’ ที่มีการพูดถึงหรือส่งเสริมให้เกิดขึ้นในสังคม สื่อบิซิเนสอินไซเดอร์ตั้งข้อสังเกตอีกว่าทางการจีนภายใต้รัฐบาลสีจิ้นผิงนั้นเริ่มมีความเผด็จการทางดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเทคโนโลยีการสอดแนมเพื่อควบคุมประชาชนของตัวเอง ในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่งและเซียงไฮ้มีการใช้ซอฟท์แวร์ที่ให้ทางการสามารถถึงขั้นระบุได้ว่าคนๆ หนึ่งมีลักษณะการเดินอย่างไรแม้กระทั่งแค่มองจากข้างหลัง นอกจากนี้ยังมีแผนการนำ ‘ระบบเครดิตทางสังคม’ มาใช้เพื่อจัดลำดับขั้นของพลเมืองจีนโดยส่งเสริมพฤติกรรมที่ยอมตามภาครัฐจากการให้คะแนนและสิทธิพิเศษขณะเดียวกันก็ลดระดับขั้นและลงโทษคนที่กระทำในสิ่งที่จะถูกตัดคะแนนจากรัฐ ————————————————————- ที่มา : ประชาไท / 6 มกราคม 2562 Link : https://prachatai.com/journal/2019/01/80413

กระทรวงดิจิทัลตั้งงบ 40 ล้านบาทจัดซื้อระบบตรวจสอบเทียบใบหน้าบนสื่อออนไลน์

กระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลประกาศจัดซื้อจัดจ้างระบบตรวจสอบเปรียบเทียบใบหน้าบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์ด้วยงบประมาณกลางราว 40 ล้านบาท เอกสาร TOR ได้ให้เหตุผลไว้ว่าเพื่อตรวจสอบกลุ่มคนไม่หวังดีที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการหลอกลวงและทำผิดกฎหมาย ที่ทำให้เกิดความวุ่นวายและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบ ขณะที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จะเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีนี้ เพื่อตรวจสอบใบหน้าจากสื่อสังคมออนไลน์ ไปจนถึงวิเคราะห์ข้อมูลและร่องรอยต่างๆ เพื่อระบุตัวตน ไม่ว่าจะบนเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์หรือยูทูป ทั้งที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะและส่วนตัว ไปจนถึงกลุ่มต่างๆ ด้วย ในส่วนของการดึงข้อมูลเฟสบุ๊ก เอกสาร TOR ระบุว่านอกจากใบหน้า จะต้องดึงข้อมูลรายละเอียดอื่นๆ อย่างเลขโทรศัพท์, อีเมล, จำนวนผู้ติดตาม, จำนวน engagement, การแชร์, การกดแสดงความรู้สึก ฯลฯ เรียกได้ว่าเอาทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับโพสต์หรือโปรไฟล์หนึ่งๆ ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ คาดว่าการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้ศูนย์ข้อมูล Big Data และวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สังคม และความมั่นคงของชาติ โดยมี ปอท. ดูแล ซึ่งมีหน้าที่ยืนยันบุคคลด้วยการใช้ใบหน้า, ค้นหาประเด็นในโซเชียลมีเดียจากคีย์เวิร์ด, วิเคราะห์เนื้อหาคอมเมนท์และสเตตัสต่าง ๆ บนเฟซบุ๊ก, ติดตามเนื้อหาบนทวิตเตอร์ รวมถึงหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามและเจ้าของบัญชี รวมถึงการรีทวีต สุดท้ายคือเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์ต่อหน่วยงานรัฐ…

ออสเตรเลียเผยโฉม “เทคโนโลยีใหม่” ไว้จัดการโดรนผิดกฎหมาย

เอเอฟพี – ออสเตรเลียจะนำเทคโนโลยีตรวจตราแบบใหม่มาเพื่อใช้กวาดล้างโดรนในปีหน้า หน่วยงานการบิน ระบุในวันนี้ (24) ในขณะที่ความกังวลเพิ่มสูงขึ้นจากการใช้โดรนที่แพร่หลายมากขึ้นในพื้นที่สาธารณะ สำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนของออสเตรเลีย (Civil Aviation Safety Authority : CASA) มีแผนที่เผยโฉมอุปกรณ์ตรวจตราแบบใหม่ตามสนามบินใหญ่ๆ ทั่วประเทศในเดือนหน้า เทคโนโลยีนี้มีความสามารถในการตรวจจับโดรน ซีเรียลนัมเบอร์ของมัน และตำแหน่งของผู้ควบคุมระหว่างการบิน ปีเตอร์ กิบสัน ผู้จัดการสื่อสารของ CASA บอกกับเอเอฟพี “ดังนั้นเราจะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนบังคับอยู่” เขากล่าว เทคโนโลยีนี้ที่มีมาพร้อมกับข้อกำหนดการจดทะเบียนแบบใหม่จะเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโดรนอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ “ปี 2019 จะเป็นปีแห่งการกวาดล้างเพื่อความปลอดภัยในการใช้โดรน” เขากล่าว ในขณะที่อุปกรณ์ใหม่นี้กำลังอยู่ในขั้นเตรียมการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเหตุการณ์ที่สนามบินแกตวิคในลอนดอนซึ่งมีผู้โดยสารเกือบ 140,000 คนได้รับผลกระทบนานสามวันหลังจากมีรายงานการพบเห็นโดรน เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการมีเทคโนโลยีนี้ไว้ใช้งาน” กิบสัน กล่าว เจ้าหน้าที่จะเผยโฉมโครงการจดทะเบียนโดรนในช่วงกลางปี 2019 เพื่อให้ทางการสามารถติดตามตัวผู้ที่บังคับโดรนและแจ้งข้อระมัดระวังด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม เทคโนโลยีติดตามเคลื่อนที่แบบใหม่นี้จะถูกใช้ตาม “พื้นที่ที่มีการใช้โดรนอย่างแพร่หลาย” อย่างสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ซึ่งมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้งานโดรนในพื้นที่ต้องห้าม กิบสัน กล่าว ทางการจะมีอำนาจมากขึ้นในการดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัย เขากล่าว และเพิ่มความสามารถในการสั่งปรับเงินสูงสุด 10,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียกับผู้ที่ละเมิดกฎหมาย “ในปี 2019…

ส่งของด้วยโดรน: ทำไมเรายังส่งของทางอากาศไม่ได้

โดย เจสสิกา บาว์น ผู้สื่อข่าวบีบีซี หลายปีมาแล้วที่บริษัทยักษ์ใหญ่เช่น แอมะซอน แอลฟาเบต และ อูเบอร์ มีแผนจะใช้โดรนส่งของให้เราถึงบ้านด้วยเวลาไม่กี่นาที เหตุไรพวกเขายังทำไม่สำเร็จเสียที คำตอบง่าย ๆ คือ กฎระเบียบในการใช้โดรน หากการจราจรบนฟ้าหนาแน่นพอกับบนท้องถนน ก็ต้องมีการทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวการใช้เส้นทางบนน่านฟ้าเสียใหม่เพื่อป้องกันทั้งอุบัติเหตุ การคุกคามโดยผู้ก่อการร้าย และปัญหาอื่นที่ตามมา อาทิ มลภาวะทางเสียง เสียงดังกวนใจ งานวิจัยโดยนาซาเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า เสียงจราจรบนท้องถนน “ถูกวัดค่าอย่างเป็นระบบว่าน่ารำคาญน้อยกว่า” เสียงของโดรน ครั้งหนึ่ง แอลฟาเบต ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ทดลองส่งอาหารฟาสต์ฟู้ดทางโดรนย่านบอไนธันในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย ชาวบ้านในพื้นที่คนหนึ่งบอกกับสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ว่า เขาสามารถได้ยินเสียงโดรนชัดเจน แม้นหน้าต่างกระจกสองชั้นของบ้านทุกบานปิดมิดชิด ด้วยเหตุนี้ การลดมลภาวะทางเสียงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ออกระเบียบต้องพิจารณา หลายหน่วยงานสั่งห้ามการส่งของทางโดรนตั้งแต่ช่วงค่ำ แต่นั่นก็ตรงกับเวลาที่หลายครัวเรือนกำลังหิวและอยากให้ส่งอาหารช่วงนั้น อีฟส์ มอริแอร์ จากสำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งยุโรป (EASA) บอกว่า มลภาวะทางเสียงเป็นหนึ่งประเด็นของการหารือ ระหว่างการออกกฎระเบียบชุดใหม่ของยุโรป โดรนเถื่อน แม้ว่าขณะนี้จะมีโดรนใช้พื้นที่บนท้องฟ้าน้อยอยู่ แต่เหตุอันตรายที่เกิดจากการใช้โดรนมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเดือนที่แล้ว โดรน “เถื่อน” ทำให้ต้องปิดสนามบินเวลลิงตันในนิวซีแลนด์ และในอังกฤษ มีผู้ใช้โดรนรายหนึ่งถูกตั้งข้อหาทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหลังจากบังคับโดรนบินไปใกล้เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจเกินไป เมื่อเดือน ส.ค.…

‘เฟสบุ๊ก’ ยอมรับเกิดจุดบอดในการปกป้องรูปส่วนตัวของผู้ใช้เกือบ 7 ล้านคน

This photograph taken on May 16, 2018, shows a figurine standing in front of the logo of social network Facebook on a cracked screen of a smartphone in Paris.- AFP บริษัทเฟสบุ๊ก กล่าวว่า ความผิดปกติของซอฟท์แวร์ ทำให้เกิดจุดบอดในการปกป้องรูปส่วนตัวของผู้ใช้เกือบ 7 ล้านคน โดยทางบริษัทกล่าวขอโทษผู้ใช้ในแถลงการณ์ที่โพสต์บนบล็อกของบริษัท ข่าวนี้ถือเป็นอีกครั้งนี้ที่เฟสบุ๊กเผชิญกับปัญหาการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เฟสบุ๊กเปิดเผยเรื่องนี้ในวันศุกร์ และชี้ว่ามีแอพ 1,500 เเอพ ที่อาจเข้าถึงรูปส่วนตัวของผู้ใช้เป็นเวลา 12 วัน ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ——————————————————————————— ที่มา : VOA Thai / ธันวาคม 17, 2018 Link…

สงครามในยุคสมัยของ “โดรน” (Drone)

เครื่องโดรนประเภทต่างๆ ที่มาภาพ : dw.com เครื่องโดรนประเภทต่างๆ คำว่าโดรนหมายถึงอากาศยานที่ไม่มีคนขับอยู่บนเครื่อง กองทัพอากาศสหรัฐฯ เรียกโดรนว่า “เครื่องบินที่ควบคุมจากการขับที่อยู่ห่างไกลออกไป” ในทศวรรษ 1990 โดรนเป็นเครื่องบินแบบตรวจการณ์ทางทหาร หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 สหรัฐฯ เริ่มติดอาวุธให้กับเครื่องโดรนที่เป็นจรวดมีความแม่นยำสูง เครื่องโดรนแบบ Predator ของ CIA ทำการโจมตีและสังหารผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2001 และอีกหนึ่งปีต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน 2002 เครื่องโดรนของ CIA ก็โจมตีผู้ก่อการร้ายที่เยเมน นับเป็นครั้งแรกที่มีปฏิบัติการของโดรนนอกพื้นที่ประกาศสงคราม เครื่องบินโดรนเป็นตัวอย่างของแนวโน้มสำคัญ 2 อย่างของเทคโนโลยีทางทหาร คือ อาวุธที่มีความแม่นยำสูงกับหุ่นยนต์ เมื่อ 2 อย่างนี้รวมกัน กลายเป็นอากาศยานไร้คนขับ ที่ขึ้นบินพร้อมกับอาวุธที่แม่นยำสูง โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ของการสูญเสียนักบิน สหรัฐฯ สามารถต่อสู้กับพวกก่อการร้าย ไม่ว่าพวกนี้จะหลบซ่อนอยู่ที่ไหน แต่โดรนก็ทำให้การทำสงครามมีลักษณะเป็นเกมวิดีโอ ทำให้นักกฎหมายวิตกว่าจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า moral hazard ในเมื่อไม่มีความเสี่ยงต่อชีวิตของทหาร ก็ยิ่งทำให้การโจมตีด้วยโดรนขาดความการรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเครื่องบิน “โดรน” แบบไหนก็ตาม จะมีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง…