การขยายตัวของแนวคิดรุนแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อ 19 พ.ย.61 ศูนย์เชี่ยวชาญการศึกษาวิจัยและจัดทำผลสำรวจทางวิชาการในมาเลเซีย Merdeka Center for Opinion Research ได้เปิดเผยรายงานผลการสำรวจเกี่ยวกับความอดทน อดกลั้น และการตอบสนองต่อแนวทางรุนแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อกรณีการแพร่ขยายแนวคิดรุนแรงระหว่างประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นคนส่วนใหญ่ในมาเลเซียและอินโดนีเซีย กับประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นคนส่วนน้อยในไทยและฟิลิปปินส์ พบว่า 1. ในภาพรวมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังถือเป็นภูมิภาคที่อยู่ในแนวทางสายกลาง แต่แนวคิดรุนแรงมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ชาวมุสลิมมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีความอดทน อดกลั้นต่อคนต่างศาสนาน้อยลง โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ตอบรับการใช้ความรุนแรงเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ทางศาสนาถึงร้อยละ 52 และเห็นว่า การโจมตีตำรวจ ทหาร พลเรือน และการทำญีฮาด เป็นสิ่งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี การแพร่ขยายแนวคิดรุนแรงในภูมิภาคมีแรงจูงใจแตกต่างกัน โดยประเทศที่คนมุสลิมเป็นชนส่วนใหญ่ มีแรงจูงใจทางศาสนาเรื่องการทำอิสลามบริสุทธิ์ ส่วนประเทศที่คนมุสลิมเป็นชนส่วนน้อย มีแรงจูงใจเป็นเรื่องนามธรรมที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อดินแดนหรือชีวิตความเป็นอยู่ 2. ลักษณะของชาวมุสลิมที่มีแนวโน้มฝักใฝ่แนวคิดรุนแรง มักมีความเชื่อที่ว่ามุสลิมกำลังสูญเสียเกียรติภูมิและกำลังตกเป็นเหยื่อของความไม่ถูกต้องหรือถูกเลือกปฏิบัติ นอกจากนั้น ยังเชื่อว่าการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่ศาสนาอิสลามอนุญาตให้ทำได้ มุสลิมกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มักเป็นกลุ่มคนที่ยากจนและด้อยโอกาสทางสังคม โดยในรายงานผลการสำรวจแบ่งกลุ่มความรุนแรง (extremism) ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) พวกหัวรุนแรงสุดโต่ง และ 2) พวกที่มีความโน้มเอียงในการเสียสละตนเอง…

งานวิจัยชี้ ‘มาตรการระเบิดเรือประมงต่างชาติ’ ของอินโดฯ ใช้ได้ผลจริง!

People take pictures of a burning ship as the government destroyed foreign boats that had been caught illegally fishing in Indonesia waters, at Morela village in Ambon island, April 1, 2017. – REUTERS ผลวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่า มาตรการของรัฐบาลอินโดนีเซียในการระเบิดทำลายเรือประมงผิดกฎหมายจากต่างชาติ กำลังแสดงผลให้เห็นแล้ว หลังจากปริมาณการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำอินโดนีเซียลดลงอย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลอินโดนีเซียใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการปราบปรามการประมงผิดกฎหมาย ด้วยการระเบิดทำลายเรือประมงต่างชาติหลายลำตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 เป็นต้นมา ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโก วีโดโด (Joko Widodo) กล่าวว่า การจมเรือประมงผิดกฎหมายจากต่างชาตินั้น ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลอินโดนีเซียในการปราบปรามการประมงผิดกฎหมาย An Indonesian soldier stands guard…

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำบุตรชายผู้นำฮิซบอลเลาะห์เป็น ‘ผู้ก่อการร้ายระดับโลก’

จาวัด นัสรัลเลาะห์ (Javad Nasrallah) บุตรชายของ ฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน เอเอฟพี – สหรัฐฯ ประกาศตราหน้าบุตรชายของผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) พร้อมตั้งรางวัลนำจับกลุ่มติดอาวุธ 3 คนในเลบานอนที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศให้ จาวัด นัสรัลเลาะห์ (Javad Nasrallah) บุตรชายของ ฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่มีอิหร่านหนุนหลัง เป็น ‘ผู้ก่อการร้ายระดับโลก’ (global terrorist) ซึ่งจะทำให้เขาถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมดในสหรัฐฯ และไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินกับชาวอเมริกันได้ “พฤติกรรมบ่อนทำลายของฮิซบอลเลาะห์เป็นภัยต่อชาวเลบานอน” นาธาน เซเลส เอกอัครราชทูตผู้แทนพิเศษและผู้ประสานงานต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เซเลส กล่าวหาฮิซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวในเลบานอนที่ยังไม่ยอมวางอาวุธหลังสิ้นสุดสงครามกลางเมืองในช่วงปี 1975-1990 ว่ากำลังใช้พลเรือนเป็น ‘โล่มนุษย์’ โดยนำขีปนาวุธไปซุกซ่อนไว้ตามศูนย์กลางชุมชนต่างๆ “ศักยภาพในการทำลายล้างของฮิซบอลเลาะห์ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในตะวันออกลางเท่านั้น แต่ยังบ่อนทำลายเลบานอนเองด้วย”  สหรัฐฯ ยังตั้งเงินรางวัล 5 ล้านดอลลาร์สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมชาย 3 คน หนึ่งในนั้นคือ ซาเลห์ อัล-อารูรี (Saleh…

ฝรั่งเศสจ่ออัมพาต กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง ประท้วงใหญ่ปิดกั้นทั่วประเทศ

รมว.มหาดไทยฝรั่งเศสเตือน กองกำลังรักษาความปลอดภัยจะเข้าทำการแทรกแซงเพื่อสลายการชุมนุมประท้วงปิดกั้นครั้งใหญ่ทั่วฝรั่งเศส ของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองที่ต่อต้านการขึ้นราคาน้ำมัน… เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2561 นายคริสตอฟ คาสตาเนท์ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสแถลงเมื่อวันอังคารที่ 13 พฤศจิกายนว่า กองกำลังรักษาความปลอดภัยจะเข้าทำการแทรกแซงเพื่อสลายการชุมนุมประท้วงปิดกั้นครั้งใหญ่ทั่วฝรั่งเศสหรือ “blocage total” ในวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน ตามการปลุกระดมของกลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” หรือ “gilets jaunes” เพื่อประท้วงการขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง “ผมขอร้องให้ไม่มีการปิดกั้นทั่วไป และหากว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการปิดกั้น เรามีความเสี่ยงที่จะต้องเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และการเคลื่อนไหวอย่างเสรีของผู้คน เราจะเข้าไปแทรกแซงทันที” เขากล่าวกับสถานีโทรทัศน์ BFMTV โดยเห็นว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่มีเหตุผล แต่เกิดขึ้นจริง “ในชั้นต้น เราจะเข้าแทรกแซงโดยการเจรจา หลังจากนั้น เราจะทำให้ทุกอย่างมีการเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี” ทั้งนี้ ขอให้ผู้จัดการประท้วงยื่นขออนุญาตกับหน่วยงานความมั่นคง โดยแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมการประท้วงในแต่ละพื้นที่ การมีส่วนร่วมของประชาชนจำนวนมากเรียกตนเองว่า “เสื้อกั๊กเหลือง” ได้เรียกร้องให้มีการปิดกั้นถนนวันในวันเสาร์ เพื่อประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นการยากที่จะประเมินขอบเขตของการประท้วงว่าจะขยายวงมากน้อยเพียงใด “สิ่งที่เป็นเรื่องยุ่งยาก เนื่องจากไม่ใช่สหภาพแรงงานที่เป็นผู้ดำเนินการดูแลจัดระเบียบการประท้วง ปกติแล้ว การประท้วงจะต้องแจ้งกับหน่วยงานรักษาความสงบในแต่ละพื้นที่ ทว่า เหตุการณ์ที่จะมีการประท้วงในวันเสาร์นี้ยังได้รับแจ้งน้อยมาก ผมใคร่ขอร้องให้…

อิหร่านกล่าวหาอิสราเอลทำการโจมตีไซเบอร์ใส่ระบบโทรคมนาคม

เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีโทรคมนาคมของอิหร่านกล่าวหาอิสราเอลในวันจันทร์ (5 พ.ย.) โดยระบุว่า อิสราเอลทำการโจมตีไซเบอร์รอบใหม่ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมอิหร่าน พร้อมลั่นวาจาจะตอบโต้ในทางกฏหมาย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อิหร่านได้เปิดเผยว่าพบเจเนอเรชั่นใหม่ของไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ Stuxnet ซึ่งเคยถูกใช้เล่นงานโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในทศวรรษที่แล้ว “รัฐบาลของพวกไซออนนิสต์ (อิสราเอล) ที่เคยมีประวัติการใช้อาวุธไซเบอร์อย่างไวรัสคอมพิวเตอร์ Stuxnet ได้เปิดการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ในวันจันทร์ เพื่อจะสร้างความเสียหายแก่ระบบโทรคมนาคม” โมฮัมหมัด จาวัด อาซารี-จาโรมี รัฐมนตรีโทรคมนาคมอิหร่าน ระบุ “ต้องขอบคุณทีมเฝ้าระวังด้านเทคนิคของเรา ที่ทำให้พวกนั้นล้มเหลว” เขาระบุทางทวิตเตอร์ พร้อมบอกด้วยว่าจะดำเนินการทางกฏหมายต่ออิสราเอลผ่านองค์กรนานาชาติ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า ฮามิด ฟัตตาซี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงโทรคมนาคมอิหร่าน ระบุจะเปิดเผยรายละเอียดมากกว่านี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า Stuxnet ซึ่งเชื่อกันอย่างแพร่หลายว่าเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาโดยอเมริกาและอิสราเอล ถูกค้นพบในปี 2010 หลังจากที่มันถูกใช้เพื่อโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน ———————————————————- ที่มา : MGR Online / 5 พ.ย. 2561 Link : https://mgronline.com/around/detail/9610000110594

ข้อมูลที่ถูกขโมยไปได้มีค่าแค่ไหนต่อแฮ็กเกอร์

การขโมยข้อมูลนั้นมีให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันซึ่งพูดไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของแฮ็กเกอร์อย่างเดียวเพราะหลายครั้งก็มีสาเหตุมาจากคนในด้วย อย่างไรก็ตามเราอาจจะไม่ได้ตระหนักถึงมูลค่าของข้อมูลที่หลุดออกไปมากนักแต่อีกมุมหนึ่งในฝั่งผู้ร้ายข้อมูลที่มีขายในตลาดใต้ดินนั้นมีประโยชน์มากทีเดียว โดยในวันนี้ Trend Micro ได้มาชี้ให้เห็นถึงมูลค่าของข้อมูลที่รั่วไหลออกมาว่ามีความสำคัญอย่างไร ข้อมูลแต่ละประเภทมีค่าแตกต่างกัน งานวิจัยของ Trend Micro ได้เผยว่าข้อมูลแต่ละประเภทนั้นมีค่าไม่เท่ากันดังนี้ Financial Data ประกอบด้วยข้อมูลด้านธุรกรรมการเงิน การจ่ายบิลและกิจกรรมเกี่ยวกับการประกันภัยต่างๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คนร้ายสามารถนำไปใช้เพื่อการปลอมแปลง เช่น ยื่นขอคืนภาษี ทำเรื่องการกู้ยืมเงิน ปลอมแปลงบัตรจ่ายเงิน การโอนเงิน รวมไปถึงนำไปใช้แบล็กเมล์เหยื่อหรือข่มขู่กรรโชกทรัพย์ แม้กระทั่งขโมยเงินออกจากบัญชีเหยื่อได้เลย Health Care ข้อมูลบันทึกในโรงพยาบาลการรักษาหรือประกันต่างๆ สามารถถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการแอบอ้างหลอกเอาค่าสินไหมทดแทน แม้กระทั่งเอาไปซื้อยาที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ เป็นต้น Payment Card Information ชื่อบนบัตร เลขบัตรและวันหมดอายุของบัตรสามารถนำไปใช้ซื้อของออนไลน์ได้เลย ซึ่งเป็นอะไรที่เลวร้ายกว่าข้อมูลทางการเงินอีก Account Credentials พวกชื่อและรหัสผ่านของบัญชีต่างๆ ก็สามารถถูกใช้เพื่อแอบอ้างเรียกร้องค่าประกันได้เช่นกัน หรือ นำไปใช้สร้างสแปมและการหลอกลวงอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ก็ขึ้นกับประเภทของบัญชีที่ได้มาด้วย Education Information พวกข้อมูลทรานสคิร์ปต์ของนักเรียน นักศึกษา หรือบันทึกในโรงเรียนและการเข้าเรียน ก็สามารถใช้เพื่อการปลอมแปลงตัวบุคคลและสร้างการกู้ยืมเพื่อการศึกษาปลอมขึ้นมาได้ด้วย รวมถึงการแบล็กเมล์และข่มขู่เจ้าตัว ข้อมูลในตลาดใต้ดินมีค่าแค่ไหน จากผลสำรวจของ Trend Micro…