ช่องโหว่ใหม่ iOS หลอกว่าปิดเครื่อง ที่แท้แฝงตัว แอบสอดแนม

  โดยปกติแล้ว เมื่ออุปกรณ์ iOS ต่าง ๆ ติดมัลแวร์ การลบออกอาจทำเพียงแค่รีสตาร์ทเครื่องใหม่ก็ทำได้แล้ว . แต่นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก ZecOps ได้ค้นพบวิธีที่จะทำให้ iPhone ดูเหมือนถูกปิดไปแล้ว (ในความจริงไม่ได้ปิด) พร้อมกับเปิดประตูให้แฮกเกอร์สามารถแทกซึมเข้าอุปกรณ์ได้ ซึ่งแฮกเกอร์จะสามารถสอดแนมเจ้าของเครื่องผ่านกล้องไมโครโฟนของโทรศัพท์ พร้อมกับส่งข้อมูลกลับไปให้พวกเขา . ทั้งนี้หากเครื่องติดมัลแวร์แล้ว มัลแวร์จะยังอยู่ในหน่วยความจำออนบอร์ดไปตลอด จนกว่าจะมีการปิดเครื่องจริง ๆ ซึ่งนักวิจัยเรียกการโจมตีนี้ว่า ‘NoReboot’ วิธีการแก้ปัญหาก็แค่ปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ แต่มันอาจไม่ง่ายอย่างนั้น . เพราะมัลแวร์จะไม่ทำให้เจ้าของเครื่องรู้ว่าเค้าติดมัลแวร์แล้ว หากเจ้าของเครื่องทำการปิดเครื่อง เครื่องจะดูเหมือนปิดจริง ๆ เพราะปุ่มกดต่าง ๆ จะไม่ตอบสนอง ทั้งปุ่มเพิ่ม-ลด เสียงปุ่มเปิด-ปิด หน้าจอ โทรศัพท์ไม่สั่น ไม่มีเสียงแจ้งเตือนใด ๆ แต่ในความเป็นจริงเครื่องยังทำงานอยู่เพื่อคอยสอดแนม . เมื่อเจ้าของเปิดเครื่องมาใช้ เครื่องก็จะดูเหมือนเปิดขึ้นมาเหมือนการใช้งานปกติ แต่ก็ยังมีมัลแวร์แฝงอยู่ในเมนบอร์ดคอยสอดแนมในโอกาศต่อไปครับ . ตอนนี้จึงไม่ชัดเจนว่า Apple จะจัดการกับมันได้อย่างไรครับ แต่คาดว่าน่าจะออกแพทซ์แก้ช่องโหว่ดังกล่าวในอีกไม่นาน ส่วนตัวคิดว่า วิธีนี้อาจต้องแก้โดยการปล่อยให้โทรศัพท์แบตหมดจนเกลี้ยงไปเลย จากนั้นค่อยเสียบสายชาร์จใหม่เพื่อทำบูตเครื่องขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้นมัลแวร์ที่แฝงอยู่ในบอร์ดก็จะหายไป…

Safari ติดบั๊ก อาจทำข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้ง่าย ๆ

  หลังจากเมื่อปีที่แล้วที่แอปเปิ้ล (Apple) ได้ปล่อย iOS 15 , iPadOS 15 , และ macOS Monterey ให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกันแล้ว กลับมีผู้พบบั๊กที่เรียกว่าอาจจะเป็นบั๊กที่ร้ายแรงมาก ๆ เพราะเกิดขึ้นกับเบราว์เซอร์หลักอย่าง Safari ที่อาจจะทำให้ประวัติการชมเว็บไซต์หรือข้อมูลบัญชีกูเกิล หรือเว็บต่าง ๆ หลุดออกไปได้ง่าย ๆ บั๊กดังกล่าวเกิดขึ้นกับฐานข้อมูล IndexedDB บนเบราว์เซอร์ Safari ที่มีการใช้งานบน iOS หรือ macOS โดยจะทำให้เว็บไซต์ต่าง ๆ สามารถเห็นฐานข้อมูลทั้งหมดที่ถูกเก็บไว้ใน IndexedDB ของเบราว์เซอร์จากทุกโดเมน ไม่เพียงเฉพาะของโดเมนตนเองเท่านั้น ซึ่งแต่ละฐานข้อมูลเองก็อาจมีการเก็บข้อมูลที่สามารถใช้ระบุตัวตนได้ทำให้มีความร้ายแรงมากขึ้น เช่น บริการของ Google มีการใช้ IndexedDB สำหรับเก็บข้อมูลของบัญชีต่าง ๆ ที่มีการเข้าสู่ระบบโดยมี Google User ID ด้วย ซึ่งเว็บไซต์ต่าง ๆ สามารถใช้ไอดีที่ได้ไปนั้นในการหาข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ของผู้ใช้ได้…

Microsoft เผยรายละเอียดการโจมตีไซเบอร์ต่อยูเครน บางส่วนเชื่อนี่เพียงแค่เริ่มต้น

  Microsoft ระบุว่าคอมพิวเตอร์จำนวนมากในระบบโครงข่ายของรัฐบาลยูเครนติดมัลแวร์ทำลายล้างซึ่งอำพรางเป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ หลังจากมีกรณีการแก้หน้าเว็บไซต์ (defacement) ของกระทรวงการต่างประเทศยูเครน และเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลมากกว่า 70 เว็บไซต์ล่ม Microsoft ยังระบุด้วยว่า การโจมตีสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานรัฐ องค์กรไม่แสวงหากำไร และองค์กรไอทีจำนวนมาก “มัลแวร์ตัวนี้อำพรางตัวเองเป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ แต่เมื่อถูกเปิดใช้งานโดยผู้ทำการโจมตีก็จะสร้างความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์เป้าหมายจนใช้งานไม่ได้” Microsoft ระบุ โดยเสริมว่า มัลแวร์ตัวนี้จะทำงานต่อเมื่ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่นั้นถูกปิดลง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรด้านไซเบอร์ในภาคเอกชนอธิบายว่า เริ่มจากการมีผู้ไม่หวังดีเจาะเข้าไปยังผู้ให้บริการซอฟแวร์ร่วมในการโจมตีที่เรียกว่า Supply-Chain Attack เซอร์ฮีย์ เดเมดยัค (Serhiy Demedyuk) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงและการป้องกันประเทศแห่งชาติยูเครนระบุว่า แฮกเกอร์ได้ใช้มัลแวร์คล้ายกับที่หน่วยข่าวกรองของรัสเซียเคยใช้ ซึ่งในการสืบสวนขั้นต้นโดยสำนักงานความมั่นคงยูเครน (SBU) เชื่อว่าผู้ก่อเหตุโจมตีมีความสัมพันธ์กับหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย แต่ทางรัสเซียได้ปฏิเสธมาโดยตลอด ทั้งนี้ เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ปะทุขึ้นมาตั้งแต่ปี 2557 ได้กลับมาร้อนระอุขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนให้หลังมานี้ และยังเป็นสมรภูมิการเมืองระหว่างประเทศที่สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรก้าวเข้ามามีบทบาทคุ้มครองยูเครน ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานจากสื่อหลายสำนักว่าทางรัสเซียได้ระดมกำลังทหารมากกว่า 100,000 นายใกล้กับชายแดนยูเครน ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่รัสเซียอาจเข้าบุกยูเครนอีกครั้งหนึ่ง และอาจจะผสมการรบแบบใช้กำลังทหารเข้ากับการโจมตีทางไซเบอร์ (Hybrid Warfare) เหมือนกับที่เคยทำกับจอร์เจียและยูเครนมาแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัสเซียถูกกล่าวหาว่าโจมตีทางไซเบอร์ต่อยูเครน ตัวอย่างการโจมตีที่ผ่านมา อาทิ การเลือกตั้งระดับชาติยูเครนเกือบล่มเพราะการโจมตีทางไซเบอร์ในปี 2557 การโจมตีโรงไฟฟ้าจนไฟดับเป็นวงกว้างในช่วงปี…

เจ้าหน้าที่ระดับสูงยูเครนเชื่อว่าเบลารุสมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ต่อรัฐบาล

  เซอร์ฮี เดเมดยัค (Serhiy Demedyuk) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงและการป้องกันประเทศแห่งชาติของยูเครน เชื่อว่าหน่วยข่าวกรองของเบลารุสอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ต่อหน่วยงานรัฐหลายแห่งของยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เดเมดยัคระบุว่ากลุ่มที่ชื่อว่า UNC1151 อยู่เบื้องหลังการโจมตี โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มจารกรรมทางไซเบอร์ที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลเบลารุส “กลุ่มนี้เชี่ยวชาญด้านการจารกรรมทางไซเบอร์ และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยพิเศษของรัสเซีย ซึ่งในการโจมตีแต่ละครั้งมักจะใช้วิธีการรับสมัครพรรคพวกหรือทำงานแบบแฝงตัวโดยใช้คนในของบริษัทที่เหมาะสม” เดเมดยัคระบุ เบลารุสเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของรัสเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐทั้งของยูเครนและอีกหลายประเทศเชื่อว่ารัสเซียก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว บริษัทเอกชน Mandiant เผยแพร่รายงานที่กล่าวหาว่า UNC1151 อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการปล่อยข้อมูลเท็จและจารกรรมข้อมูลสำคัญของรัฐบาลในยุโรป ซึ่งทางบริษัทเชื่อในระดับหนึ่งว่าเบลารุสมีส่วนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถตัดความเกี่ยวข้องของรัสเซียออกไปได้ ที่มา RFERL     ที่มา : beartai       /   วันที่เผยแพร่ 17 ม.ค.2565 Link : https://www.beartai.com/news/itnews/917635

รัสเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่ม REvil ผู้สร้าง ransomware ที่อาละวาดทั่วโลก

ภาพโดย B_A Federal Security Service (FSB) หน่วยงานความมั่นคงรัฐบาลกลางรัสเซียแถลงจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ REvil ที่บุกเครือข่ายบริษัททั่วโลก โดยเฉพาะการแฮกบริษัท Kaseya ผู้ผลิตซอฟต์แวร์จัดการระบบไอที ทำให้มีบริษัทที่ใช้บริการตกเป็นเหยื่ออีกนับพันราย การจับกุมครั้งนี้ทาง FSB บุกค้นสถานที่ 25 แห่ง จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 14 คน พร้อมกับยึดทรัพย์สินเป็นเงินคริปโตและเงินสดมูลค่าหลายร้อยล้านบาท, รถหรู 29 คัน, คอมพิวเตอร์, และกระเป๋าเงินคริปโต เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีข่าวว่าสหรัฐฯ เจาะเซิร์ฟเวอร์ของกลุ่ม REvil ได้สำเร็จ แต่ข่าวการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้ระบุว่าได้ข้อมูลมาจากสหรัฐฯ หรือไม่ บอกเพียงว่า FSB ได้แจ้งทางสหรัฐฯแล้ว ที่มา – Bleeping Computer     ——————————————————————————————————————————— ที่มา : blognone        /    วันที่เผยแพร่ 14 ม.ค.2565 Link…

โจมตีไซเบอร์หน่วยงานรัฐยูเครนครั้งใหญ่! จารกรรมข้อมูลทั้งประเทศ เร่งล่าจอมบงการ

  เจ้าหน้าที่ยูเครนกำลังสอบสวนการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่ต่อระบบอินเทอร์เน็ตของหน่วยงานรัฐบาลประมาณ 70 แห่ง รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ คณะรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ และสภากลาโหม แม้ยูเครนหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวหามอสโกโดยตรง แต่เป็นที่เข้าใจได้ชัดว่า รัสเซียคือผู้ต้องสงสัย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ว่า ข้อความที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลยูเครนที่ถูกโจมตีไซเบอร์ เขียนเป็นภาษายูเครน รัสเซีย และโปแลนด์ อ่านว่า “ชาวยูเครนทั้งหลาย! ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของพวกแก ถูกอัพโหลดเข้าเครือข่ายสาธารณะแล้ว ข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ถูกทำลายและจะไม่มีทางกอบกู้กลับคืนได้” และ “ข้อมูลเกี่ยวกับพวกแกทั้งหมด ได้กลายเป็นสาธารณะ จงกลัวและรอรับมือสิ่งเลวร้ายที่สุด นี่คือสิ่งตอบแทนสำหรับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของพวกแก” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะระบุได้ว่า ใครอยู่เบื้องหลังการโจมตี แต่รัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีคล้ายกันนี้ในอดีต     รัฐบาลยูเครนเผยเมื่อวันศุกร์ว่า สามารถกู้เว็บไซต์ที่ถูกโจมตีได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว และข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกขโมย เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐจำนวนมาก ถูกสั่งระงับใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้การโจมตีแพร่กระจาย     นายโจเซฟ บอร์เรลล์ ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง กล่าวประณามการโจมตีไซเบอร์ครั้งนี้ และว่าคณะกรรมาธิการการเมืองและความมั่นคง และสำนักงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหภาพยุโรป เตรียมนัดประชุมหารือกัน เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือยูเครน…