“ดีอีเอส”ยกระดับทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ เปิดใช้แล้ว 8,390 ชุดจาก 276 หน่วยงาน

  ยกระดับ จีดี แคตตาล็อก สมาร์ตพลัส ให้บัญชีข้อมูลภาครัฐรองรับปริมาณชุดข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น เปิดให้ใช้งานแล้ว 8,390 ชุดข้อมูล จาก 276 หน่วยงานรัฐ   นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน จึงได้จัดทำโครงการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ (จีดี แคตตาล็อก) เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนการทำงานของภาครัฐ ให้มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย เพื่อเป็นรัฐบาลดิจิทัล อย่างแท้จริง โดยล่าสุดได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่และประสิทธิภาพของ กัฟเวิร์นเมนต์ ดาต้า แคตตาล็อก ให้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น เรียกว่า จีดี แคตตาล็อก สมาร์ตพลัส   “ด้วยระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับปริมาณชุดข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ สสช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ และระบบนามานุกรม และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งส่วนราชการ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา รวมไปถึงหน่วยงานระดับจังหวัด จนส่งผลให้มีผลการดำเนินงานสูงกว่าเป้าหมาย เป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลสู่ความยั่งยืน”   ด้าน น.ส.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการ สสช. กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ ตั้งแต่ปี 63 โดยมีหน่วยงานนำร่อง 31 หน่วยงาน และ 3 จังหวัด ต่อมาได้ขยายผลกับหน่วยงานและจังหวัดทั่วประเทศ โดยกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐ 268 หน่วยงาน และ 76 จังหวัด ต้องมีระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงานให้ครบถ้วนภายในปี 68 ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานติดตั้งและใช้งานระบบแล้วถึง 200 หน่วยงาน และ 76 จังหวัด มีชุดข้อมูลกว่า 18,000 ชุดข้อมูล กระจายอยู่แต่ละระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงาน และได้มีการนำมาลงทะเบียนที่ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐแล้ว 8,400 ชุดข้อมูล ถือเป็นผลการดำเนินงานเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ เปิดให้ผู้สนใจเข้าสืบค้นข้อมูล และใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐถึง 8,390 ชุดข้อมูล จาก 276 หน่วยงานรัฐ ได้แล้วที่ https://gdcatalog.go.th/       ——————————————————————————————————————————————————– ที่มา :                  เดลินิวส์ออนไลน์             …

ผู้พิทักษ์ข้อมูลไซเบอร์ เผย สามารถแฮ็ก Skype ล้วงข้อมูลที่อยู่ไอพีได้

  ผู้พิทักษ์ข้อมูลไซเบอร์เผย สามารถแฮ็ก Skype ล้วงข้อมูลที่อยู่ไอพีของผู้ใช้งานได้ ด้าน Microsoft ยังนิ่ง   ผู้พิทักษ์ข้อมูลไซเบอร์อิสระผู้ใช้นามแฝงว่า Yossi ออกมาเผยกับทางสื่อไอทีต่างประเทศว่า สไกป์ (Skype) แอปพลิเคชันติดต่อสื่อสารชื่อดัง มีความบกพร่องด้านการป้องกันความปลอดภัยของผู้ใช้งาน เนื่องจากอาชญากรไซเบอร์ สามารถแฮ็กข้อมูลเพื่อโจรกรรมเลขที่อยู่ไอพี (IP Address) ที่จะระบุข้อมูลแม่ข่ายและตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้งาน โดยอาชญากรสามารถแฮ็กข้อมูลได้ เพียงแค่ส่งข้อความที่แนบลิงก์ไปยังเหยื่อ เมื่อเหยื่อกดเข้าไปดูข้อความ ก็จะถูกอาชญากรดึงเลขที่อยู่ไอพีไปได้โดยไม่จำเป็นต้องกดเข้าไปดูลิงก์ที่ส่งมา     ด้านสื่อไอทีอย่าง 404 Media จึงติดต่อไปยัง Yossi เพื่อขอทดสอบการแฮ็กที่อยู่ไอพีบนสไกป์ โดยเริ่มจากการให้ Yossi ส่งลิงก์มายังบัญชีทางการของ 404 Media จากนั้นแอดมินของทาง 404 Media จึงเปิดแชตดังกล่าว พบว่าลิงก์ที่ส่งมาเป็นลิงก์การเข้าไปยังกูเกิล (แต่ทางแอดมินไม่ได้คลิกเข้าชมลิงก์แต่อย่างใด) ไม่นาน Yossi ก็ส่งหมายเลขไอพีของ 404 Media มายังห้องแชต และเมื่อตรวจสอบก็พบว่า หมายเลขไอพีที่ Yossi ส่งมา ตรงกับหมายเลขไอพีของบัญชีทางการ…

การรถไฟโปแลนด์ถูกกวนสัญญาณ ส่งเพลงชาติรัสเซียเข้าแทรกจนต้องหยุดเดินรถ

  การรถไฟโปแลนด์ต้องหยุดเดินรถไฟ 20 สาย หลังจากคลื่นความถี่ควบคุมสัญญาณรถไฟถูกกวน   โดยช่องสัญญาณถูกส่งเพลงชาติรัสเซียและปาฐกถาของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และยังส่งสัญญาณหยุดฉุกเฉิน   รถไฟที่ได้รับผลกระทบเป็นบริเวณเมือง Szczecin และตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่าใครเป็นตัวการของการก่อกวนครั้งนี้   โปแลนด์เป็นจุดสำคัญในการส่งยุทโธปกรณ์ที่ยูเครนได้รับความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกเข้าไปยังยูเครน     ที่มา – BBC ภาพ – fotoehrling     ————————————————————————————————————————————————— ที่มา :                   Blognone by lew                    / วันที่เผยแพร่  29 ส.ค.66 Link :…

สหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยี Face Recognition ตรวจพบชายมีหมายเลขประกันสังคมสองเลข

  ศาลสหรัฐฯ ตัดสินว่า Napoleon Gonzalez มีความผิดฐานฉ้อโกง หลังจากเจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า พบว่า Gonzalez ถือหมายเลขประกันสังคมสองหมายเลข และใช้ทั้งสองหมายเลขเพื่อขอสิทธิ์ประโยชน์ต่าง ๆ โดยเขามีหนังสือเดินทาง, บัตรประจำตัวต่าง ๆ หลายรายการ ของทั้งสองตัวตน   Gonzalez ใช้ข้อมูลของน้องของเขา Guillermo Gonzalez ที่เสียชีวิตตั้งแต่ปี 1939 มาเป็นตัวตนอีกตัวตนหนึ่งตั้งแต่ปี 1965 เป็นต้นมา การมีสองตัวตนทำให้ Gonzalez สามารถขอสิทธิประโยชน์เกษียณอายุได้สองครั้งอยู่นานถึง 20 ปี   เรื่องนี้ความแตกเมื่อเจ้าหน้าที่รันระบบตรวจจับใบหน้าในฐานข้อมูลใบขับขี่ และพบว่าในระบบมีรูปภาพคนเดียวกันอยู่สองครั้ง จนนำมาสู่การสอบสวนเมื่อต้นปี 2020   Gonzalez ระบุว่าจะอุทธรณ์คดีต่อไป     ที่มา – The New York Times ภาพ – mikemacmarketing       —————————————————————————————————————————————————…

Facebook, Instagram จะนำข้อมูลการใช้งานของเราจากแหล่งต่าง ๆ ไปฝึก AI ถ้าไม่ให้ทำต้องกรอกฟอร์ม

  ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ในเครือ Meta เช่น Facebook, Instagram และ Threads คือบริษัทหลักจะนำข้อมูลการใช้งานของเราไปเทรน AI โดย Meta จะนำข้อมูลการใช้งานของเราจากแหล่งต่าง ๆ ไปฝึก AI ด้วย   โดยปกติ การใช้ผลิตภัณฑ์ในเครือ Meta อย่าง Facebook หรือ Instagram นั้น ข้อมูลการใช้งานของเราก็ตกเป็นของ Meta อยู่แล้ว ซึ่ง Meta สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปฝึก AI ของตัวเองได้ แต่สำหรับเคสนี้ไม่ได้อยู่แค่ใน Meta เท่านั้น   ปัจจุบัน Meta มีการใช้ข้อมูลของเราจาก Third Party หรือหน่วยงานอื่น ๆ ทั่วโลก และนำข้อมูลเหล่านั้นมาสอน Generative AI โดยไม่แจ้งเราก่อน ซึ่งการใช้ข้อมูลในลักษณะนี้เรียกว่า opt-in by default คือถ้าไม่เข้าไปกรอกแบบฟอร์มไม่ยินยอมจะถือว่าเป็นการอนุญาตให้พี่มาร์กนำข้อมูลจากแหล่งอื่นเพื่อไปใช้เทรน…

Meta ประกาศลบบัญชี IO จีน ออกจากเฟซบุ๊ก 7,700 บัญชี พบกระจายตัวกว่า 50 แพลตฟอร์ม

  บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กจัดการปฏิบัติการ IO ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา มีพฤติกรรมอวยจีน-ด่าตะวันตก พบเชื่อมโยงกับผู้บังคับใช้กฎหมายในจีน   รายงานด้านความปลอดภัยประจำไตรมาสที่ 2 ของ Meta เจ้าของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เผยว่า ได้มีการตรวจพบปฏิบัติการข่าวสาร หรือ ไอโอ (IO) ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา และได้ทำการลบบัญชีปลอมบนเฟซบุ๊กไปราว 7,700 บัญชี และบัญชีปลอมบนอินสตาแกรมอีก 15 บัญชี   สำหรับพฤติกรรมของบัญชีเหล่านี้ จะมีเนื้อหาเชิงบวกต่อจีนและเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ มีการวิพากษ์วิจารณ์การนโยบายด้านการต่างประเทศของสหรัฐฯ และชาติตะวันตก อีกทั้งยังโจมตีผู้วิจารณ์รัฐบาลจีน รวมไปถึงสื่อมวลชนและนักวิชาการ   ปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อของจีนในลักษณะนี้ ได้รับการตั้งชื่อว่า สแปมมูฟลาจ (Spamouflage) ที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่งพยายามจัดการมาตั้งแต่ปี 2019 โดยเครือข่ายนี้มีการเล็งเป้าไปยังหลายพื้นที่ เช่น ไต้หวัน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และประชากรที่ใช้ภาษาจีนทั่วโลก   Meta ยังพบว่าปฏิบัติการดังกล่าวกระจายตัวไปกว่า 50 แพลตฟอร์ม ทั้งแพลตฟอร์มหลักอย่าง Facebook, Instagram, TikTok,…