กลุ่มแฮ็กเกอร์ BlackCat ยอมรับป่วนบริษัทพลังงานในอิตาลี รัฐบาลเชื่อเป็นแผนของรัสเซีย

  BlackCat (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ALPHV) กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่อาจมีความเชื่อมโยงกับรัสเซียออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) ต่อภาคพลังงานของอิตาลี บนเว็บไซต์แห่งหนึ่งในดาร์กเว็บ   ทางกลุ่มระบุว่าได้ขโมยข้อมูลความจุมากถึง 700 กิกะไบต์ไปจากโครงข่ายของ GSE บริษัทด้านพลังงานที่รัฐบาลอิตาลีถือหุ้นอยู่ และขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดหากไม่จ่ายเงินค่าไถ่ ในโพสต์ยังมีภาพของเอกสารภายในของ GSE ด้วย   มัลแวร์เรียกค่าไถ่ทำงานโดยการเข้าล็อกไฟล์ข้อมูลที่อยู่ในอุปกรณ์ไอทีของเหยื่อให้ใช้งานไม่ได้ โดยหากจะปลดล็อกไฟล์ จะต้องทำตามข้อเรียกร้องของแฮ็กเกอร์ ส่วนใหญ่มักจะเป็นการเรียกร้องเงินค่าไถ่ที่จ่ายเป็นคริปโทเคอเรนซี   การโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ในบางกรณีก็ทำเพื่อสร้างความเสียหายต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยการเข้าไปล็อกไฟล์ระบบที่มีส่วนสำคัญในการควบคุมระบบโครงสร้างพื้นฐานในเชิงกายภาพ อาทิ ระบบจ่ายไฟฟ้า และ ประปา   เป้าหมายของ BlackCat ส่วนใหญ่เป็นบริษัทเอกชนในหลายภาค ตั้งแต่บริษัทกฎหมาย พลังงาน ผู้รับเหมาก่อสร้าง ไปจนถึงสตูดิโอพัฒนาเกม   สำหรับกรณีของ GSE ทางบริษัทออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่าเกิดเหตุโจมตีขึ้นจริง ซึ่งทำให้ต้องปิดการใช้งานระบบไอทีบางระบบลงชั่วคราว   นอกจากนี้ Eni SpA บริษัทด้านพลังงานยักษ์ใหญ่อีกรายของอิตาลีก็ออกมาระบุว่า ระบบคอมพิวเตอร์ถูกแฮ็กเช่นกัน แต่ผลกระทบอยู่ในระดับที่ต่ำ โดยยังไม่มีผู้ออกมาแสดงความรับผิดชอบในกรณีนี้   รัฐบาลอิตาลีเชื่อว่าเหตุโจมตีครั้งนี้เป็นแผนการของรัฐบาลรัสเซีย   ลุยจิ…

Samsung เผยมีการเจาะข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าครั้งใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคม

  Samsung บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ออกโรงเตือนลูกค้าเกี่ยวกับเหตุโจมตีทางไซเบอร์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า เกิดจากการที่บุคคลภายนอกเข้ามาดูดข้อมูลจากระบบโครงข่ายของบริษัทในสหรัฐอเมริกาโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ก่อเหตุได้ข้อมูลสำคัญของลูกค้าไปเป็นจำนวนมาก รวมถึง ชื่อ วันเกิด ข้อมูลการติดต่อ และข้อมูลการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ Samsung เพิ่งจะพบว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการสืบสวนร่วมกับบริษัทด้านไซเบอร์รายใหญ่ แต่ได้ส่งอีเมลไปให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงแล้ว Samsung เผยว่า ลูกค้าแต่ละรายได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน แต่ก็ย้ำว่าไม่มีการรั่วไหลของเลข Social Security ของผู้ใช้งานในสหรัฐฯ (คล้ายเลขบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี) และเลขบัตรเดบิต/เครดิตแน่นอน ทางบริษัทระบุว่าลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรหัสผ่านหรือเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยของบัญชี เนื่องจากการเจาะข้อมูลที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบตต่ออุปกรณ์ของผู้ใช้ แต่เป็นการโจมตีระบบของ Samsung โดยตรง อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่แฮกเกอร์ได้ออกไปก็สามารถนำไปใช้ในการหลอกเอาเงินหรือข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เสียหายได้ อย่างการใช้อีเมลในการส่งอีเมลปลอมเพื่อหลอกถามรายละเอียดทางการเงินเพิ่มเติม Samsung ขอให้ลูกค้าคอยระวังความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นต่อบัญชีผู้ใช้ รวมถึงอีเมลแปลก ๆ ที่อาจส่งมาด้วย ที่มา The Verge พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส     ที่มา : beartai   /   วันที่เผยแพร่…

อินเดียยกระดับการป้องกันทางไซเบอร์ต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ หลังประสบเหตุโจมตีหลายครั้ง

  ราช คูมาร์ สิงห์ (Raj Kumar Singh) รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอินเดียเผยว่ารัฐบาลจะเพิ่มให้แก่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายไฟฟ้าฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2022 (Electricity Amendment Bill)   กฎหมายฯ ฉบับดังกล่าวให้อำนาจในการตรวจสอบและรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ต่อระบบโครงข่ายที่ควบคุมการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้า   “เรากำลังเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบการส่งกระแสไฟฟ้า เรารู้ว่าผู้โจมตีมาจากที่ไหน เราจึงต้องปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยทางไซเบอร์” สิงห์ระบุ   ทั้งนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สิงห์เคยออกมายอมรับว่าเคยมีเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ โดยเกิดขึ้นในหลายช่วง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2021 – กุมภาพันธ์ 2022 แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำสำเร็จ และเคยมีรายงานในช่วงต้นปีว่ามีการโจมตีศูนย์บริหารราชการใน 7 รัฐของอินเดีย รวมถึงจุดจ่ายกระแสไฟฟ้าบริเวณชายแดนด้วย   สำหรับกฎหมายไฟฟ้าฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ได้เพิ่มอำนาจให้แก่การไฟฟ้าแห่งชาติ (National Load Dispatch Center) ของอินเดียในการรักษาความปลอดภัยของศูนย์จ่ายกระแสไฟฟ้า เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและระบบพลังงานของประเทศ   มีการอำนาจศูนย์จ่ายไฟการตรวจสอบความผิดปกติได้ตลอดเวลาและให้สามารถมอบคำสั่งได้หากจำเป็น โดยย้ำว่าระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าของประเทศมีความเปราะบางมาก หากมีจุดใดจุดหนึ่งที่ล่ม ก็อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อทั้งประเทศได้   สิงห์ย้ำว่าแม้ที่ผ่านมาการโจมตีทางไซเบอร์จะไม่สำเร็จ แต่ประเทศก็ต้องมีความเข้มแข็งพอเพื่อจะพร้อมรับมือเหตุการณ์ในอนาคตอยู่เสมอ    …

กลโกงใหม่ ส่ง โปรแกรม Office ฟรี แต่ USB ที่ติดตั้ง มีมัลแวร์แถมมาให้

  สำหรับใครที่รู้ทันกลโกง พวกเขาจะไม่ตกเป็นเป้าหมายของพวก Scammer แต่หากเป็นคนบางกลุ่มอย่างเช่น ผู้สูงอายุ พวกเขาจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะอาจรู้ไม่เท่าทันกลโกงเหล่านี้   กลโกงใหม่นี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยมีกลุ่ม Scammer ที่แกล้งทำทีส่งตัวติดตั้ง โปรแกรม Office ฟรี ที่เป็นแท่ง USB ให้กับเหยื่อทางไปรษณีย์ ซึ่งจะพร้อมกล่องที่เหมือนกับ Microsoft Office จริง ๆ รวมทั้งยัง มี Product Key ปลอมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ   เมื่อทำการเสียบ USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ มันจะทำการติดตั้งโปรแกรมควมคุมเครื่องระยะไกลแบบอัตโนมัติ และจะขึ้นแจ้งเตือนว่า เครื่องเหยื่อติดไวรัส และพยายามให้เราติดต่อทีมซัพพอร์ทปลอมของ Microsoft จากเบอร์ที่ขึ้นบนหน้าจอ ซึ่ง ณ จุดนี้ พวกเขาได้เข้าควบคุมเครื่องของเหยื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   หากเหยื่อทำการโทรตามเบอร์ที่ขึ้นมา มันจะติดต่อไปยังช่างเทคนิค (ปลอม) ซึ่งจะสอนวิธีแก้ปัญหาให้พวกเขา แต่ก็มีการเรียกเก็บเงินจากการใช้บริการช่วยเหลือเช่นกัน ซึ่งหากจ่ายเงินเสร็จ พวก Scammer ก็แค่ปิดการแจ้งเตือนไวรัสให้ เป็นอันเสร็จ  …

ระวังของปลอม แอป Google Translate ซ่อนมัลแวร์ขุดเหมืองคริปโต

  คิดว่าหลายคนน่าจะเคยใช้ Google Translate อยู่แล้วเนอะ ซึ่งใน PC เนี่ยมันจะไม่มีแอปที่ไว้โหลดใช้งานในเครื่องได้เหมือนกับ iOS และ Android ครับ หากใครโหลดมาใช้งาน โปรดจงรู้ไว้ว่าแอปนั้นไม่ได้มาจาก Google นะ   ตอนนี้มีข่าวว่า มีเว็บไซต์บางแห่งให้เราสามารถโหลดแอป Google Translate มาติดตั้งในเครื่องได้ฟรี แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งของกลโกงที่ออกแบบมาเพื่อที่จะส่งมัลแวร์มาติดตั้งในเครื่องเรา ทั้งหมดใช้ขั้นตอนมากมายในการซ่อนตัวเองจากโปรโตคอลความปลอดภัยหลายตัวครับ   เรื่องนี้ถูกค้นพบโดยบริษัทด้านความปลอดภัย Checkpoint Research (CRP) ซึ่งได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการค้นพบแคมเปญมัลแวร์ขุดเหมือง Crypto ที่ซ่อนอยู่หลังแอปที่ดูถูกไม่เป็นพิษเป็นภัยอย่าง Google Translate โดยโปรแกรมจะดาวน์โหลดมัลแวร์เพิ่มเติมในขณะผู้ใช้ติดตั้งเสร็จครับ   นักวิจัยตรวจพบมัลแวร์จากแฮกเกอร์ชื่อว่า Nitrokod ซึ่งนักพัฒนาชาวตุรกี ที่เขาได้นำโปรแกรมอันตรายเหล่านี้มาปล่อยนบนเว็บไซต์ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ยอดนิยม เช่น Softpedia และ Uptodown ซึ่งมีการทำเครื่องหมายว่าปลอดภัยเสียด้วย …   โปรแกรมที่แอบซ่อนมัลแวร์ไว้มีมากมายรวมถึง Google Translate เวอร์ชันเดสก์ท็อป, Yandex Translate, Microsoft Translator,…

Meta จ่ายปิดปาก 37.5 ล้าน คดีเฟซบุ๊ก ลักลอบติดตามตำแหน่งบนสมาร์ทโฟนของทุกคน

  Meta โดนคดีเรื่องเก็บข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟซบุ๊กโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกครั้ง และครั้งนี้เป็นเรื่องของการติดตามที่ฝังอยู่ในแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ซึ่งคดีนี้ทางบริษัทได้ยอมจ่ายเงินกว่า 37.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ   สมาร์ทโฟนและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ได้กลายเป็นประเด็นอีกครั้งเนื่องจาก Meta ได้ถูกฟ้องในคดีที่ติดตามผู้ใช้โดยแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ซึ่งผู้ใช้สังเกตได้ว่าเมื่อล็อกอินออกจากเฟซบุ๊ก แต่การติดตามตำแหน่งยังคงมีอยู่ ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊กกำลังเก็บข้อมูลและตำแหน่งของผู้ใช้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัวที่ในสหรัฐอเมริกายอมรับไม่ได้   มีหลายแนวคิดที่เข้ามาถกเถียงกันว่า เฟซบุ๊กนั้นเก็บข้อมูลตำแหน่งจาก IP Address ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่รันอยู่บนอินเทอร์เน็ต และสามารถระบุตำแหน่งได้   ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน 2018 Facebook และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mark Zuckerberg บอกกับรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาว่า ใช้ข้อมูลตำแหน่ง “เพื่อช่วยให้ผู้โฆษณาเข้าถึงผู้คนในพื้นที่เฉพาะ” แต่ด้วยเหตุผลนี้ก็ยังถือว่าผิดกฎหมายในการล้วงข้อมูลส่วนตัวอยู่ดี   ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ที่รับประทานอาหารในร้านอาหารบางแห่งอาจได้รับโพสต์จากเพื่อนที่ทานอาหารที่นั่นด้วย หรือโฆษณาจากธุรกิจที่ต้องการให้บริการในบริเวณใกล้เคียง   เฟซบุ๊กสามารถรู้ที่อยู่เราได้จากอะไรบ้าง?   ตำแหน่ง (Location) ซึ่งเฟซบุ๊กมักจะบังคับเปิดเมื่อคุณต้องการจะแท็กสถานที่หรือทำการเช็กอิน ซึ่งจะจับตำแหน่งจาก GPS ของโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณ รวมถึงตำแหน่ง Wi-Fi และเครือข่ายมือถือด้วย   ที่อยู่ IP (อินเทอร์เน็ต) ด้วยตัวเลขของอินเทอร์เน็ต…