‘แคสเปอร์สกี้’ เปิดข้อมูลฟิชชิ่งไทย ‘ร้านค้าออนไลน์’ เป้าหมายหลักหลอกขโมยข้อมูลส่วนตัว (Cyber Weekend)

เปิดรายงานความพยายามฟิชชิ่งลูกค้าแคสเปอร์สกี้ในไทยครั้งแรก พบร้านค้าออนไลน์ตกเป็นเป้าหมายของฟิชเชอร์มากที่สุด ทั้งในประเทศไทยและอาเซียน เหตุคนไทยใช้โซเชียลมีเดียสูงสุดในภูมิภาค ทำให้กลุ่มแฮกเกอร์จับพฤติกรรมการใช้งานชอปปิ้งออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นเหตุสุ่มส่งลิงก์ร้านค้าปลอมหวังหลอกนำข้อมูลส่วนบุคคลให้มิจฉาชีพ ***ฟิชชิ่งอาเซียนพบอีเมลโจมตีระบบชำระเงินสูงสุด แคสเปอร์สกี้ เปิดเผยรายงานภัยคุกคามที่มาจากการถูกความพยายามฟิชชิ่งของลูกค้าแคสเปอร์สกี้ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ระหว่างเดือน ก.พ.- เม.ย.2565 พบว่าอีเมลอันตรายซึ่งกำหนดเป้าหมายโจมตีไปยังระบบการชำระเงิน (payment system) มากที่สุด 32.11% รองลงมาคือร้านค้าออนไลน์ (e-shop) 10.80% และธนาคาร 5.03% กล่าวสรุปได้ว่า ความพยายามโจมตีด้วยฟิชชิ่งทุก 1 ใน 2 ครั้ง หรือคิดเป็น 47.94% เกี่ยวข้องกับการเงิน ในช่วงเดือน ก.พ. – เม.ย.2565 ฟิลิปปินส์ประสบปัญหาฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเงินมากที่สุด 68.95% อันดับ 2 สิงคโปร์ 55.67% ตามด้วยไทย 55.63% มาเลเซีย 50.58% อินโดนีเซีย 42.81% และเวียดนาม 36.12% ขณะที่สัดส่วนการโจมตีด้วยฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเงินทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 48.22% ตัวเลขที่น่าสังเกตคือ ขณะที่ฟิชชิ่งโจมตีผ่านระบบการชำระเงินมีสัดส่วนสูงสุดสำหรับทุกประเทศในอาเซียน…

“สปายแวร์” หาซื้อง่าย พบใช้กลุ่มสามีภรรยา หัวหน้ากับลูกน้อง

  ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ชี้สปายแวร์ “เพกาซัส” จะใช้กับกลุ่มผู้ก่อการร้าย ประชาชนทั่วไปไม่ต้องกังวล พร้อมระบุปัจจุบันมีสปายแวร์ขายในอินเทอร์เน็ตหลายร้อยตัว พบสามีใช้ติดตามภรรยา และหัวหน้าติดตามลูกน้อง วันนี้ (20 ก.ค. 2565) นายปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กล่าวว่า ปัจจุบันสปายแวร์ไม่ได้เข้าถึงเพียงหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่สามารถเข้าถึงได้ทุกคนทุกกลุ่ม เพราะมีขายในอินเทอร์เน็ตแบบผิดกฎหมาย สปายแวร์ “เพกาซัส” เป็นหนึ่งในสปายแวร์กว่าร้อยตัวที่เข้าถึงง่าย ซึ่งทุกคนต้องระวังตัวตลอด “มันใกล้ตัว กว่าที่เราคิด” สำหรับขั้นตอนการใช้สปายแวร์กับโทรศัพท์มือถือเป้าหมาย ผู้ไม่หวังดีจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปิดเข้าไปกดลิงค์ให้ระบบทำงาน ขณะเดียวกันผู้ไม่หวังดีอาจจะใช้วิธีส่งลิงค์ด้วยการหลอกลวงว่าได้เงินรางวัลจากการชิงโชค หรือกดลิงค์เพื่อรับสวัสดิการของรัฐ เพื่อให้เป้าหมายยอมกดลิงค์เข้าไป ดังนั้นเพื่อไม่ให้สปายแวร์เข้ามาในโทรศัพท์มือถือได้ ทุกคนต้องเก็บโทรศัพท์มือถือไว้กับตัวตลอดเวลา ไม่วางทิ้งไว้ และต้องใส่รหัสผ่านที่หน้าจอเสมอ เพื่อป้องกันการติดตั้งสปายแวร์ “ปัจจุบันสปายแวร์ ไม่สามารถส่งผ่านเข้าโทรศัพท์มือถือโดยตรง จะต้องผ่านการกดลิงค์ ดังนั้นพยายามอย่ากดลิงค์” นายปริญญา กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปไม่ต้องกังวลสปายแวร์ “เพกาซัส” เพราะส่วนใหญ่หน่วยงานจะใช้กับผู้ก่อการร้าย ขณะที่ในกลุ่มประชาชนนิยมใช้สปายแวร์ตัวอื่น เพื่อติดตามสามีภรรยา รวมถึงหัวหน้ากับลูกน้อง ทั้งนี้ จุดสังเกตโทรศัพท์มือถือโดนสปายแวร์ คือ แบตเตอรี่จะหมดเร็วกว่าปกติ เครื่องร้อน และพื้นที่ในดิสของเครื่องจะค่อย…

FBI – หากคุณโดนแรมซัมแวร์ รีบโทรหาเรา

  กระทรวงยุติธรรมกำลังเตือนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแรนซัมแวร์ให้รายงานการโจมตีต่อเจ้าหน้าที่โดยชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสที่หน่วยงานจะสามารถกู้คืนเงินค่าไถ่กลับมาได้ โดยมีสถิติการกู้เงินค่าไถ่คืนแล้วกว่า 2,300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ล่าสุด ผู้ให้บริการทางการแพทย์ในแคนซัส โทรหา FBI จนนำไปสู่ภารกิจการกู้เงินค่าไถ่คืนจำนวน 500,000 เหรียญสหรัฐฯ ผู้สืบสวนกลางของรัฐบาลกลางได้ออกมาแนะนำให้ผู้ที่ถูกภัยคุกคามจากแรนซัมแวร์และโดนเรียกค่าไถ่ โดยการทำงานร่วมกับ FBI เพียงแค่โทรหาและให้ข้อมูลเพื่อทำงานร่วมกัน เพื่อโอกาสที่จะสามารถกู้เงินค่าไถ่คืนกลับมา เล่าถึงเหตุการณ์ที่ศูนย์การแพทย์ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ในแคนซัส ซึ่งได้รับการโจมตีจากแรนซัมแวร์เมื่อปีที่ 2021 จากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ของเกาหลีเหนือที่เรียกว่า Maui โดยเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดภายในและปิดการดำเนินงานด้านไอที และทิ้งข้อความเรียกร้องให้จ่ายค่าไถ่ และขู่ว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งในขณะนั้น ผู้นำของโรงพยาบาลไม่มีทางเลือกอื่นที่จะต่อรองกลับไป จึงยอมจำนนต่อค่าไถ่หรือทำให้การดำเนินงานของแพทย์และพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยเดินหน้าต่อไปได้ หลังจากที่ศูนย์การแพทย์ตัดสินใจจ่ายค่าไถ่เป็นสกุลเงินดิจิทัล ได้แจ้งให้ FBI ทราบโดยทันที ส่งผลให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสามารถติดตามการจ่ายค่าไถ่ให้กับแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือที่ต้องสงสัยผ่านบล็อคเชนของสกุลเงินดิจิทัล ในที่สุดก็สามารถแกะรอย crypto-breadcrumbs โดยทางทีม FBI ระบุว่าผู้ฟอกเงินในจีน ซึ่งให้การช่วยเหลือชาวเกาหลีเหนือในการ ‘จ่ายเงิน’ ค่าไถ่เป็นสกุลเงิน fiat เป็นประจำ และยังทำการวิเคราะห์บล็อคเชนนี้เพิ่มเติมจนทราบข้อมูลว่าบัญชีเดียวกันนี้มีการจ่ายเงินค่าไถ่อื่นๆ ด้วยเช่นกัน FBI ยังติดตามแกะรอยไปยังผู้ให้บริการทางการแพทย์รายอื่นในโคโลราโดและผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อในต่างประเทศเพิ่มเติมต่อไป FBI สามารถเรียกค่าไถ่คืนจากแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือได้ 500,000…

ดีอีเอสแนะ 3 ช่องทางช่วยประชาชนถูกแอบอ้างชื่อสร้างโซเชียลปลอม

ดีอีเอสแนะประชาชน-คนดังพบถูกแอบอ้างชื่อ/รูปภาพไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอม รีบแจ้งด่วนผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ กดรายงานไปที่เจ้าของแพลตฟอร์ม แจ้งผ่านโทร.1212 และแจ้งความได้ทั้งเว็บไซต์แจ้งความออนไลน์/ตำรวจ ยืนยันดีอีเอสพร้อมประสานทุกภาคส่วนเร่งปิดบัญชีปลอม และติดตามผู้กระทำผิดเข้ามาดำเนินคดี น.ส.นพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ที่ผ่านมายังพบแนวโน้มปัญหามิจฉาชีพแอบอ้างนำชื่อและรูปภาพคนอื่นไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอม ทั้งเฟซบุ๊ก เพจปลอม ไลน์ปลอม และ IG เพื่อนำไปหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง เสียชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้ที่ถูกแอบอ้างชื่อและโปรไฟล์เป็นดารา หรือคนมีชื่อเสียง ความเสียหายจะยิ่งขยายวงกว้าง เนื่องจากมักมีแฟนคลับหรือผู้ติดตามจำนวนมาก โอกาสที่จะมีเหยี่อหลงเชื่อก็ยิ่งเพิ่มจำนวนเช่นกัน ขณะที่เจ้าตัวเสี่ยงต่อการสูญเสียชื่อเสียง สำหรับรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยจากบัญชีโซเชียลสวมรอยเหล่านี้ ได้แก่ หลอกยืมเงิน หลอกขายของ หลอกลงทุน หลอกร่วมทุน โดยเหยื่อที่หลงเชื่อจะสูญเงินโดยไม่ได้รับสินค้าหรือผลตอบแทนใดๆ นอกจากนี้ ยังมีการหลอกลวงที่เป็น Romance Scam หรือหลอกให้หลงรักและสูบเงินเหยื่อผ่านทางออนไลน์ ขณะที่บางกรณีจะเป็นการแอบอ้างตัวตนคนดังสร้างเฟซบุ๊กปลอมเพื่อใช้เป็นพื้นที่โพสต์เนื้อหา หรือแสดงความคิดเห็นเพื่อหมิ่นประมาทผู้อื่น เป็นต้น น.ส.นพวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหายซึ่งถูกแอบอ้างชื่อไปสร้างบัญชีโซเชียลปลอมเข้าถึงช่องทางความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งยุติการขยายวงของความเสียหาย เร่งประสานงานเพื่อปิดบัญชีปลอม และติดตามมิจฉาชีพมาดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ…

เสี่ยงโดนปิด! อินโดฯ จี้ กูเกิล-เฟซบุ๊ก ลงทะเบียนกฎใหม่เปิดทางรัฐสั่งลบเนื้อหา

เสี่ยงโดนปิด! อินโดฯ จี้ กูเกิล-เฟซบุ๊ก ลงทะเบียนกฎใหม่เปิดทางรัฐสั่งลบเนื้อหา ชี้เส้นตาย 20 ก.ค.นี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซีย เตือนเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ให้บริการในอินโดนีเซีย ลงทะเบียนตามกฎหมายใหม่ที่จะเปิดทางให้รัฐบาลสั่งลบเนื้อหาในแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่เช่นนั้นจะถูกปิดบริการในอินโดนีเซีย ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่ายังมีหลายบริษัทเช่นกูเกิล และ เมต้า เจ้าของเฟซบุ๊ก ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน โดยกฎหมายดังกล่าวมีเส้นตายในการลงทะเบียนในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้แล้ว ทั้งนี้การลงทะเบียนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายใหม่ของอินโดนีเซียที่ประกาศออกมาในเดือนพฤศจิกายนปี 2020 โดยกฎหมายดังกล่าวเปิดทางให้รัฐบาลสั่งให้แพลตฟอร์มต่างๆ ลบเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมได้ โดยหากเป็นกรณีเร่งด่วนต้องทำภายใน 4 ชั่วโมง หรือถ้าไม่เร่งด่วนก็ต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้รัฐบาลยังเคยชี้แจงว่ากฎหมายใหม่นั้นจะทำให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการจะปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน ขณะที่เนื้อหาในโลกออนไลน์นั้นจะถูกใช้ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ จอห์นนี จี. เพลต รัฐมนตรีสื่อสารอินโดนีเซีย ระบุกับรอยเตอร์ เรียกร้องให้บริษัทต่างๆลงทะเบียนก่อนที่จะถูกคว่ำบาตร ขณะที่กระทรวงสื่อสารอินโดนีเซียเคยระบุเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแล้วว่า แพลตฟอร์มใดที่ไม่ลงทะเบียนจะต้องถูกปิดกั้นการใช้งานในอินโดนีเซีย ทั้งนี้จากข้อมูลของกระทรวงสื่อสารอินโดนีเซียพบว่า หากนับถึงวันที่ 18 กรกฎาคมมีบริษัทท้องถิ่น 5,900 บริษัท และบริษัทต่างชาติ 108 บริษัทที่ลงทะเบียนภายใต้กฎหมายดังกล่าวแล้ว ในจำนวนนั้นรวมไปถึง…

สภาแห่งหนึ่งในอังกฤษออกมาขอโทษกรณีที่ลิงก์บนเว็บไซต์ทางการเชื่อมต่อไปยังเว็บโป๊

สภาเขตบอลโซเวอร์ ในมณฑลเดอร์บิเชอร์ของสหราชอาณาจักร แถลงขอโทษจากกรณีที่เว็บไซต์ของสภาลิงก์ไปยังเว็บโป๊
สภาฯ ระบุว่าเดิมทีนั้นลิงก์ดังกล่าวเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูดินแดนที่เคยเป็นที่ตั้งของโรงงานถ่านโค้ก แต่เชื่อว่าเจ้าของโดเมนดังกล่าวไม่ได้ต่อสัญญาเช่า จนมีบริษัทจากกัวลาลัมเปอร์ซื้อไปและนำไปใช้เป็นที่ตั้งของเว็บโป๊แทน ซึ่งทางสภาไม่รู้มาก่อนจนเกิดเรื่องขึ้น