ระวังของปลอม แอป Google Translate ซ่อนมัลแวร์ขุดเหมืองคริปโต

  คิดว่าหลายคนน่าจะเคยใช้ Google Translate อยู่แล้วเนอะ ซึ่งใน PC เนี่ยมันจะไม่มีแอปที่ไว้โหลดใช้งานในเครื่องได้เหมือนกับ iOS และ Android ครับ หากใครโหลดมาใช้งาน โปรดจงรู้ไว้ว่าแอปนั้นไม่ได้มาจาก Google นะ   ตอนนี้มีข่าวว่า มีเว็บไซต์บางแห่งให้เราสามารถโหลดแอป Google Translate มาติดตั้งในเครื่องได้ฟรี แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งของกลโกงที่ออกแบบมาเพื่อที่จะส่งมัลแวร์มาติดตั้งในเครื่องเรา ทั้งหมดใช้ขั้นตอนมากมายในการซ่อนตัวเองจากโปรโตคอลความปลอดภัยหลายตัวครับ   เรื่องนี้ถูกค้นพบโดยบริษัทด้านความปลอดภัย Checkpoint Research (CRP) ซึ่งได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการค้นพบแคมเปญมัลแวร์ขุดเหมือง Crypto ที่ซ่อนอยู่หลังแอปที่ดูถูกไม่เป็นพิษเป็นภัยอย่าง Google Translate โดยโปรแกรมจะดาวน์โหลดมัลแวร์เพิ่มเติมในขณะผู้ใช้ติดตั้งเสร็จครับ   นักวิจัยตรวจพบมัลแวร์จากแฮกเกอร์ชื่อว่า Nitrokod ซึ่งนักพัฒนาชาวตุรกี ที่เขาได้นำโปรแกรมอันตรายเหล่านี้มาปล่อยนบนเว็บไซต์ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ยอดนิยม เช่น Softpedia และ Uptodown ซึ่งมีการทำเครื่องหมายว่าปลอดภัยเสียด้วย …   โปรแกรมที่แอบซ่อนมัลแวร์ไว้มีมากมายรวมถึง Google Translate เวอร์ชันเดสก์ท็อป, Yandex Translate, Microsoft Translator,…

Meta จ่ายปิดปาก 37.5 ล้าน คดีเฟซบุ๊ก ลักลอบติดตามตำแหน่งบนสมาร์ทโฟนของทุกคน

  Meta โดนคดีเรื่องเก็บข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟซบุ๊กโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกครั้ง และครั้งนี้เป็นเรื่องของการติดตามที่ฝังอยู่ในแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ซึ่งคดีนี้ทางบริษัทได้ยอมจ่ายเงินกว่า 37.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ   สมาร์ทโฟนและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ได้กลายเป็นประเด็นอีกครั้งเนื่องจาก Meta ได้ถูกฟ้องในคดีที่ติดตามผู้ใช้โดยแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ซึ่งผู้ใช้สังเกตได้ว่าเมื่อล็อกอินออกจากเฟซบุ๊ก แต่การติดตามตำแหน่งยังคงมีอยู่ ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊กกำลังเก็บข้อมูลและตำแหน่งของผู้ใช้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัวที่ในสหรัฐอเมริกายอมรับไม่ได้   มีหลายแนวคิดที่เข้ามาถกเถียงกันว่า เฟซบุ๊กนั้นเก็บข้อมูลตำแหน่งจาก IP Address ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่รันอยู่บนอินเทอร์เน็ต และสามารถระบุตำแหน่งได้   ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน 2018 Facebook และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mark Zuckerberg บอกกับรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาว่า ใช้ข้อมูลตำแหน่ง “เพื่อช่วยให้ผู้โฆษณาเข้าถึงผู้คนในพื้นที่เฉพาะ” แต่ด้วยเหตุผลนี้ก็ยังถือว่าผิดกฎหมายในการล้วงข้อมูลส่วนตัวอยู่ดี   ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ที่รับประทานอาหารในร้านอาหารบางแห่งอาจได้รับโพสต์จากเพื่อนที่ทานอาหารที่นั่นด้วย หรือโฆษณาจากธุรกิจที่ต้องการให้บริการในบริเวณใกล้เคียง   เฟซบุ๊กสามารถรู้ที่อยู่เราได้จากอะไรบ้าง?   ตำแหน่ง (Location) ซึ่งเฟซบุ๊กมักจะบังคับเปิดเมื่อคุณต้องการจะแท็กสถานที่หรือทำการเช็กอิน ซึ่งจะจับตำแหน่งจาก GPS ของโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณ รวมถึงตำแหน่ง Wi-Fi และเครือข่ายมือถือด้วย   ที่อยู่ IP (อินเทอร์เน็ต) ด้วยตัวเลขของอินเทอร์เน็ต…

ญี่ปุ่นเตรียมแก้กฎหมาย เลิกใช้ Floppy Disk ส่งข้อมูลให้หน่วยงานรัฐ

  ในการประชุม Digital Society Concept Conference ครั้งที่ 5 ของญี่ปุ่นเพื่อวางแผนการให้บริการด้านดิจิทัลของรัฐบาลในอนาคต   Karo Tono รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จะแก้กฎหมายเรื่องการส่งเอกสารให้หน่วยงานของรัฐบาล โดยจะเปลี่ยนจากการบังคับให้ส่งด้วยแผ่น Floppy Disk หรือซีดีรอม ไปเป็นวิธีที่ทันสมัยมากขึ้นโดยเร็วที่สุด   รัฐมนตรีฯ ได้ศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการส่งข้อมูลให้หน่วยงานของรัฐและพบว่ามีข้อบังคับมากกว่า 1,900 ข้อ ที่เกี่ยวข้องซึ่งข้อบังคับจำนวนมากระบุให้ใช้แผ่นดิสก์หรือซีดีรอม ส่วนวิธีที่ทันสมัยกว่า เช่น การอัปโหลดลงอินเทอร์เน็ต ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีไม่ได้รับการอนุญาต   นาย Tono ยังวางแผนว่า รัฐบาลจะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องความขาดแคลนทักษะด้านเทคโนโลยีในองค์กรรัฐบาล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร หรือแม้แต่การนำระบบอินเทอร์เน็ตแบบ Web3 มาใช้     ที่มา: The Register           ที่มา :         …

ไมโครซอฟท์พบช่องโหว่ใน WebView ของแอป TikTok เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดบัญชี

  ไมโครซอฟท์รายงานถึงช่องโหว่ใน API ที่ TikTok เพิ่มลงในเบราว์เซอร์ภายในแอปผ่านทาง WebView เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ดึงเอา token สำหรับยืนยันตัวตนไปได้ โดยทีมงานของไมโครซอฟท์ยืนยันช่องโหว่ด้วยการสร้างลิงก์ที่ผู้ใช้ TikTok บนแอนดรอยด์คลิปแล้วจะถูกเปลี่ยนโปรไฟล์เป็น “!! SECURITY BREACH !!!”   ช่องโหว่ใน API ของ WebView อาจจะต้องเปิดจากลิงก์ในแอปเท่านั้ แต่เนื่องจากตัวแอป TikTok รองรับ deeplink ผ่านทาง URL ที่ขึ้นต้นด้วย https://m.tiktok[.]com/redirect อีกทางทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสร้างลิงก์จากภายนอกแอปแต่ก็เปิดจากเบราว์เซอร์ในแอป TikTok อยู่ดี แม้ที่จริง TikTok จะป้องกันการทำเช่นนี้ไว้แต่ทีมงานของไมโครซอฟท์ก็พบวิธีการหลบฟิลเตอร์ได้   API ที่ TikTok ใส่เพิ่มเข้าไปใน WebView มีมากกว่า 70 รายการ บาง API เปิดให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ บางส่วนเปิดให้ยิง HTTP POST ไปยังเซิร์ฟเวอร์แล้วคืนค่าทุกอย่างกลับมา รวมถึง HTTP…

เจออีก ส่วนขยาย Chrome อันตราย แอบดูดข้อมูล ส่องประวัติท่องเว็บ

  นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ McAfee ได้ตรวจพบ ส่วนขยาย Chrome อันตรายจำนวน 5 ตัว ที่มีการดาวน์โหลดใช้งานรวมกันมากถึง 1.4 ล้านครั้ง ส่วนขยายอันตรายเหล่านี้ จะมีการติดตามกิจกรรมการท่องเว็บของผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถระบุได้ถึงขั้นละเอียดว่า ตำแหน่งของอุปกรณ์อยู่ที่ใด ประเทศอะไร เมืองอะไร รหัสไปรษณีย์อะไร ซึ่งสามารถเอาไปทำเป็นข้อมูลการตลาดหรือเอาไปขายได้ครับ และหากผู้ใช้งานมีการเข้าเว็บไซต์ E-Commerce ต่าง ๆ ส่วนขยายเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงคุกกี้ของผู้ใช้งาน และทำเหมือนว่าตัวเองเป็นคนนำผู้ใช้อย่างเราเข้าไปสู่เว็บ E-Commerce นั้น ๆ (ทั้ง ๆ ที่เรากดเข้าไปเอง) เพื่อเคลมเงินกับเว็บ E-Commerce ครับ ส่วนขยายอันตรายที่พบคือ + Netflix Party – 800,000 downloads + Netflix Party 2 – 300,000 downloads + Full Page Screenshot Capture –…

แค่ฟังเสียงก็รู้! แฮ็กเกอร์สาธิตการถอดข้อความโดยอาศัยแค่การวิเคราะห์เสียงกดแป้นพิมพ์

สาธิตใช้ Keytap3 ถอดรหัสข้อความจากเสียงกดแป้นพิมพ์ Georgi Gerganov นักวิจัยความปลอดภัยได้โพสต์คลิปวิดีโอสาธิตการดักจับข้อความที่ถูกพิมพ์โดยอาศัยเพียงการดักฟังเสียงกดแป้นพิมพ์เท่านั้น Gerganov ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า Keytap3 ที่ทำการถอดรหัสข้อความแบบเรียลไทม์จากเสียงกดแป้นพิมพ์ที่มันจับเสียงได้ ตัวอย่างที่เขาสาธิตนั้นอาศัยเพียงไมโครโฟนของสมาร์ทโฟนธรรมดาก็ดีเพียงพอสำหรับการทำงานของ Keytap3 แล้ว จากชื่อของมัน Keytap3 นี้เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนามาเป็นเวอร์ชั่นที่ 3 แล้ว ในเวอร์ชั่นก่อนนั้นการจับเสียงจะต้องวางไมโครโฟนไว้ตำแหน่งเดียวห้ามเคลื่อนย้าย และจะต้องมีการพิมพ์ข้อความมาตรฐาน (เหมือนเป็นการปรับศูนย์จูนระบบ) ลงบนแป้นพิมพ์ให้จบก่อน ซอฟต์แวร์จึงจะเริ่มทำการถอดรหัสข้อความหลังจากนั้นได้ แต่แน่นอนว่า Keytap3 ในตอนนี้ไม่ต้องมีเงื่อนไขเหล่านั้นอีกต่อไป Gerganov อธิบายแนวคิดการวิเคราะห์เสียงของ Keytap3 ว่ามันจำแนกเสียงการกดแป้นพิมพ์ตัวอักษรต่างๆ ที่มีเสียงคล้ายคลึงกันถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน จากนั้นนำเอาข้อมูลเชิงสถิติว่าตัวอักษรใดถูกใช้งานบ่อยมากน้อยแค่ไหนในภาษานั้นๆ เข้ามาวิเคราะห์ประกอบด้วย และเพื่อยืนยันว่าการวิเคราะห์ถอดรหัสข้อความนั้นอาศัยใช้แค่ข้อมูลเสียงการพิมพ์เท่านั้น คลิปวิดีโอสาธิตของเขาจึงนำเอาแป้นพิมพ์เปล่าๆ ที่ไม่ได้เสียบสายใดๆ มาพิมพ์ข้อความโชว์ให้เห็นกันชัดๆ     อย่างไรก็ตามในตอนนี้ Keytap3 สามารถวิเคราะห์ได้เฉพาะเสียงกดของแป้นพิมพ์แบบเมคานิคอลเป็นหลัก เนื่องจากมีเสียงกดที่ดังและชัดเจนพอสำหรับการวิเคราะห์ ใครที่อยากลองเล่น Keytap3 ก็สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่นี่ ที่มา – TechRadar     ที่มา : blognone   / …