ญี่ปุ่นเตรียมแก้กฎหมาย เลิกใช้ Floppy Disk ส่งข้อมูลให้หน่วยงานรัฐ

  ในการประชุม Digital Society Concept Conference ครั้งที่ 5 ของญี่ปุ่นเพื่อวางแผนการให้บริการด้านดิจิทัลของรัฐบาลในอนาคต   Karo Tono รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จะแก้กฎหมายเรื่องการส่งเอกสารให้หน่วยงานของรัฐบาล โดยจะเปลี่ยนจากการบังคับให้ส่งด้วยแผ่น Floppy Disk หรือซีดีรอม ไปเป็นวิธีที่ทันสมัยมากขึ้นโดยเร็วที่สุด   รัฐมนตรีฯ ได้ศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการส่งข้อมูลให้หน่วยงานของรัฐและพบว่ามีข้อบังคับมากกว่า 1,900 ข้อ ที่เกี่ยวข้องซึ่งข้อบังคับจำนวนมากระบุให้ใช้แผ่นดิสก์หรือซีดีรอม ส่วนวิธีที่ทันสมัยกว่า เช่น การอัปโหลดลงอินเทอร์เน็ต ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีไม่ได้รับการอนุญาต   นาย Tono ยังวางแผนว่า รัฐบาลจะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องความขาดแคลนทักษะด้านเทคโนโลยีในองค์กรรัฐบาล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร หรือแม้แต่การนำระบบอินเทอร์เน็ตแบบ Web3 มาใช้     ที่มา: The Register           ที่มา :         …

ไมโครซอฟท์พบช่องโหว่ใน WebView ของแอป TikTok เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดบัญชี

  ไมโครซอฟท์รายงานถึงช่องโหว่ใน API ที่ TikTok เพิ่มลงในเบราว์เซอร์ภายในแอปผ่านทาง WebView เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ดึงเอา token สำหรับยืนยันตัวตนไปได้ โดยทีมงานของไมโครซอฟท์ยืนยันช่องโหว่ด้วยการสร้างลิงก์ที่ผู้ใช้ TikTok บนแอนดรอยด์คลิปแล้วจะถูกเปลี่ยนโปรไฟล์เป็น “!! SECURITY BREACH !!!”   ช่องโหว่ใน API ของ WebView อาจจะต้องเปิดจากลิงก์ในแอปเท่านั้ แต่เนื่องจากตัวแอป TikTok รองรับ deeplink ผ่านทาง URL ที่ขึ้นต้นด้วย https://m.tiktok[.]com/redirect อีกทางทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสร้างลิงก์จากภายนอกแอปแต่ก็เปิดจากเบราว์เซอร์ในแอป TikTok อยู่ดี แม้ที่จริง TikTok จะป้องกันการทำเช่นนี้ไว้แต่ทีมงานของไมโครซอฟท์ก็พบวิธีการหลบฟิลเตอร์ได้   API ที่ TikTok ใส่เพิ่มเข้าไปใน WebView มีมากกว่า 70 รายการ บาง API เปิดให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ บางส่วนเปิดให้ยิง HTTP POST ไปยังเซิร์ฟเวอร์แล้วคืนค่าทุกอย่างกลับมา รวมถึง HTTP…

เจออีก ส่วนขยาย Chrome อันตราย แอบดูดข้อมูล ส่องประวัติท่องเว็บ

  นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ McAfee ได้ตรวจพบ ส่วนขยาย Chrome อันตรายจำนวน 5 ตัว ที่มีการดาวน์โหลดใช้งานรวมกันมากถึง 1.4 ล้านครั้ง ส่วนขยายอันตรายเหล่านี้ จะมีการติดตามกิจกรรมการท่องเว็บของผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถระบุได้ถึงขั้นละเอียดว่า ตำแหน่งของอุปกรณ์อยู่ที่ใด ประเทศอะไร เมืองอะไร รหัสไปรษณีย์อะไร ซึ่งสามารถเอาไปทำเป็นข้อมูลการตลาดหรือเอาไปขายได้ครับ และหากผู้ใช้งานมีการเข้าเว็บไซต์ E-Commerce ต่าง ๆ ส่วนขยายเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงคุกกี้ของผู้ใช้งาน และทำเหมือนว่าตัวเองเป็นคนนำผู้ใช้อย่างเราเข้าไปสู่เว็บ E-Commerce นั้น ๆ (ทั้ง ๆ ที่เรากดเข้าไปเอง) เพื่อเคลมเงินกับเว็บ E-Commerce ครับ ส่วนขยายอันตรายที่พบคือ + Netflix Party – 800,000 downloads + Netflix Party 2 – 300,000 downloads + Full Page Screenshot Capture –…

แค่ฟังเสียงก็รู้! แฮ็กเกอร์สาธิตการถอดข้อความโดยอาศัยแค่การวิเคราะห์เสียงกดแป้นพิมพ์

สาธิตใช้ Keytap3 ถอดรหัสข้อความจากเสียงกดแป้นพิมพ์ Georgi Gerganov นักวิจัยความปลอดภัยได้โพสต์คลิปวิดีโอสาธิตการดักจับข้อความที่ถูกพิมพ์โดยอาศัยเพียงการดักฟังเสียงกดแป้นพิมพ์เท่านั้น Gerganov ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า Keytap3 ที่ทำการถอดรหัสข้อความแบบเรียลไทม์จากเสียงกดแป้นพิมพ์ที่มันจับเสียงได้ ตัวอย่างที่เขาสาธิตนั้นอาศัยเพียงไมโครโฟนของสมาร์ทโฟนธรรมดาก็ดีเพียงพอสำหรับการทำงานของ Keytap3 แล้ว จากชื่อของมัน Keytap3 นี้เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนามาเป็นเวอร์ชั่นที่ 3 แล้ว ในเวอร์ชั่นก่อนนั้นการจับเสียงจะต้องวางไมโครโฟนไว้ตำแหน่งเดียวห้ามเคลื่อนย้าย และจะต้องมีการพิมพ์ข้อความมาตรฐาน (เหมือนเป็นการปรับศูนย์จูนระบบ) ลงบนแป้นพิมพ์ให้จบก่อน ซอฟต์แวร์จึงจะเริ่มทำการถอดรหัสข้อความหลังจากนั้นได้ แต่แน่นอนว่า Keytap3 ในตอนนี้ไม่ต้องมีเงื่อนไขเหล่านั้นอีกต่อไป Gerganov อธิบายแนวคิดการวิเคราะห์เสียงของ Keytap3 ว่ามันจำแนกเสียงการกดแป้นพิมพ์ตัวอักษรต่างๆ ที่มีเสียงคล้ายคลึงกันถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน จากนั้นนำเอาข้อมูลเชิงสถิติว่าตัวอักษรใดถูกใช้งานบ่อยมากน้อยแค่ไหนในภาษานั้นๆ เข้ามาวิเคราะห์ประกอบด้วย และเพื่อยืนยันว่าการวิเคราะห์ถอดรหัสข้อความนั้นอาศัยใช้แค่ข้อมูลเสียงการพิมพ์เท่านั้น คลิปวิดีโอสาธิตของเขาจึงนำเอาแป้นพิมพ์เปล่าๆ ที่ไม่ได้เสียบสายใดๆ มาพิมพ์ข้อความโชว์ให้เห็นกันชัดๆ     อย่างไรก็ตามในตอนนี้ Keytap3 สามารถวิเคราะห์ได้เฉพาะเสียงกดของแป้นพิมพ์แบบเมคานิคอลเป็นหลัก เนื่องจากมีเสียงกดที่ดังและชัดเจนพอสำหรับการวิเคราะห์ ใครที่อยากลองเล่น Keytap3 ก็สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่นี่ ที่มา – TechRadar     ที่มา : blognone   / …

นาโตสอบสวนเหตุแฮ็กเกอร์ขายข้อมูลลับบริษัทผลิตขีปนาวุธ

MBDA MISSILE SYSTEMS   องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต เปิดการสืบสวนสอบสวนเพื่อประเมินผลกระทบจากการละเมิดข้อมูลในเอกสารลับด้านการทหารที่แฮ็กเกอร์กลุ่มหนึ่งขโมยไปขายทางออนไลน์   แฮ็กเกอร์กลุ่มดังกล่าวได้ขโมยข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบริษัทผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ในยุโรป โดยแฟ้มข้อมูลที่อาชญากรกลุ่มนี้นำออกขาย รวมถึงพิมพ์เขียวอาวุธของชาติพันธมิตรนาโตที่ใช้ในสงครามยูเครน   MBDA Missile Systems บริษัทผลิตอาวุธร่วมทุนของหลายชาติในยุโรปยอมรับว่าข้อมูลของบริษัทอยู่ในแฟ้มที่ถูกขโมยไปขาย แต่ระบุว่าสิ่งที่คนร้ายได้ไปไม่ใช่ข้อมูลลับของบริษัท   MBDA ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในฝรั่งเศสระบุว่า แฮ็กเกอร์ได้ล้วงข้อมูลดังกล่าวไปจากฮาร์ดไดรฟ์แบบพกพา และขณะนี้ได้ประสานงานกับทางการอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศที่เกิดเหตุแล้ว   เชื่อกันว่า การสอบสวนมุ่งเป้าไปยังบริษัทซัพพลายเออร์ ที่ผลิตสินค้าให้ MBDA   โฆษกนาโตระบุในแถลงการณ์ว่า “เรากำลังตรวจสอบการแจ้งเหตุเรื่องข้อมูลที่ถูกขโมยไปจาก MBDA แต่เรายังไม่พบข้อบ่งชี้ใด ๆ ว่าเครือข่ายของนาโตได้รับความเสียหาย”   แฮ็กเกอร์กลุ่มนี้ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในช่องทางบนโลกออนไลน์ทั้งภาษารัสเซียและภาษาอังกฤษได้ประกาศขายแฟ้มข้อมูลดังกล่าวซึ่งมีขนาด 80 กิกะไบต์ ในราคา 15 เหรียญบิทคอยน์ (ราว 756,000 บาท) และอ้างว่าขณะนี้ได้ขายข้อมูลให้ผู้ซื้อนิรนามไปแล้วอย่างน้อย 1 ราย   MBDA MISSILE SYSTEMS ข้อมูลที่ถูกขโมยไปเป็นพิมพ์เขียวอุปกรณ์ของ MBDA…

O.MG Cable สาย USB แฮ็กได้ที่ทำให้ทุกคนต้องระวังการเสียบมั่วซั่ว

      MG, creator of the O.MG Cable, at Def Con. Photo by Corin Faife / The Verge   เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับแฮกเกอร์ในปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้าไปมากจนถึงขนาดที่หลายอย่างดูเผิน ๆ ก็เหมือนเป็นข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาที่ไม่น่าจะมีฟังก์ชันอันตรายแอบแฝง แต่สาย USB ที่ชื่อ O.MG Cable นี้อาจต้องทำให้เปลี่ยนความคิดใหม่และระวังมากขึ้นก่อนจะคว้าสาย USB ของใครมาเสียบคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ   O.MG Cable คือสาย USB ที่ผลิตด้วยมือซึ่งดูหน้าตาธรรมดาแทบไม่ต่างจากสายชาร์จหรือสายถ่ายโอนข้อมูลทั่วไป แต่ความไม่ธรรมดาของมันคือสิ่งที่แฝงอยู่ภายในซึ่งมีทั้งเว็บเซิร์ฟเวอร์, การเชื่อมต่อ USB และการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ทำได้ทั้งรับส่งข้อมูลที่มันแฮ็กได้ไปยังเซิร์ฟเวอร์และรับคำสั่งโจมตีจากเซิร์ฟเวอร์มาก็ได้   หน้าตาสาย O.MG Cable กับเว็บที่ใช้งานคู่กับมัน   สิ่งที่มันทำได้ไม่เพียงแต่การดักจับอ่านข้อมูลการใช้แป้นพิมพ์ แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือมันทำการโจมตีแบบ keystroke injection ได้ด้วย  …