‘ทรัมป์’ สั่งปลดหัวหน้าหน่วยอารักขาประธานาธิบดี

FILE – U.S. Secret Service Director Randolph Alles participates in a news conference in Washington, March 7, 2019. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือ Secret Service ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปกป้องตัวผู้นำสหรัฐฯ และครอบครัว รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีคนก่อนๆ สื่อในสหรัฐฯ รายงานในวันจันทร์ว่า ปธน.ทรัมป์ ได้สั่งการให้รักษาการหัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาว มิค มัลวานีย์ ปลดนายแรนดอล์ฟ อัลเลส ผอ.สำนักงาน Secret Service ผู้ที่ ปธน.ทรัมป์ เป็นคนแต่งตั้งเองเมื่อสองปีที่แล้ว ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของคำสั่งปลดครั้งนี้ ขณะที่โฆษกทำเนียบขาว ซาราห์ ฮัคเคอร์บี แซนเดอร์ส แถลงว่า “นายอัลเลสได้ทำงานอย่างดีเยี่ยมตลอดเวลาสองปีที่อยู่ในตำแหน่งนี้ และประธานาธิบดีทรัมป์ขอขอบคุณนายอัลเลส ที่อุทิศตนทำงานเพื่อประเทศตลอด 40 ปี” โฆษกทำเนียบขาวระบุด้วยว่า ปธน.ทรัมป์…

กฎใหม่ออสเตรเลียแรง ถ้าบริษัทโซเชียลไม่ลบคอนเทนต์อันตรายออกได้เร็วอาจเจอคุก

ภาพจาก Shutterstock โดย Shuang Li เป็นอีกครั้งที่ออสเตรเลียผ่านกฎหมายแรง ให้โซเชียลมีเดียต้องลบคอนเทนต์อันตรายออกทันที และถ้าเจออะไรที่ผิดกฎหมายในเนื้อหานั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ โดยกฎหมายกำหนดการลงโทษว่าจะปรับ 10% ของกำไรทั้งปีหรือติดคุก 3 ปี กฎหมายดังกล่าวเป็นผลจากคลิปไลฟ์เหตุร้ายที่นิวซีแลนด์ อย่างไรก็ตาม Sunita Bose กรรมการผู้จัดการของ Digital Industry Group ซึ่งเป็นตัวแทนของ Facebook, Google, Twitter, Amazon และ Verizon ในออสเตรเลียบอกว่ากฎหมายดังกล่าวอาจนำไปสู่การปิดกั้นและฎหมายดูรีบเร่งออกมาโดยไม่ผ่านการหารือจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างๆ ก่อน และยังไม่ระบุชัดเจนอีกด้วยว่าระยเวาที่บอกว่าให้ลบออกทันที มันต้องเร็วขนาดไหน ก่อนหน้านี้ ออสเตรเลียก็ผ่านกำหมายลดกำแพงการเข้ารหัส ที่ถือเป็นเรื่องสะเทือนวงการเทคโนโลยี เพราะเปิดช่องให้รัฐสามารถเข้าถึงความเป็นส่วนตัวของประชาชน ——————————————————— ที่มา : VOA Thai / 5 April 2019 Link : https://www.blognone.com/node/109032

หญิงชาวจีนถูกจับ หลังโกหกเพื่อเข้าพักในรีสอร์ทของทรัมป์ พบมีอุปกรณ์ติดมัลแวร์ติดตัวมาด้วย

หญิงสาวชาวจีนวัย 34 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ในอเมริกาจับกุมจากกรณีที่พกพาโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่องและแฟลชไดร์ฟที่ติดตั้งมัลแวร์ที่อาจเข้าถึงระบบภายในขององค์กรได้ เหตุเกิดที่ มาร์อาลาโก รีสอร์ท (Mar-A-Lago Resort) หนึ่งในรีสอร์ตชื่อดังที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเข้าพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ ณ รีสอร์ตแห่งนี้ หญิงสาวรายนี้ ทราบชื่อในภายหลังคือ Yujing Zhang เดินทางมาถึงรีสอร์ตแห่งนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอแสดงหนังสือเดินทางสองเล่มเป็นหลักฐานเข้าพัก พร้อมทั้งใช้นามสกุลเดียวกับสมาชิกสโมสรของรีสอร์ต ที่ใช้นามว่า HZ ซึ่งเธออ้างว่าเป็นพ่อ จึงได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยให้เข้าไปยังบริเวณรีสอร์ต แต่ถามหญิงสาวว่าเธอคือลูกสาวของหนึ่งในสมาชิกของสโมสรแห่งนี้จริงหรือไม่ เธอไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน บอกเพียงว่า เธอได้รับการอนุญาตให้เข้าพัก ณ รีสอร์ตแห่งนี้อย่างถูกต้อง หลังจากนั้น Zhang กล่าวอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอต้องการเข้าพัก ณ รีสอร์ตแห่งนี้เพื่อที่จะเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติระหว่างจีนและอเมริกาในช่วงเย็น (United Nations Chinese American Association) แต่จากการตรวจสอบก็พบว่าไม่มีการประชุมดังกล่าว พนักงานตอนรับประจำคลับแห่งนี้จึงแจ้งไปทางเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับที่อยู่ภายนอกเพื่อเข้ามาตรวจสอบหญิงสาวรายนี้อีกครั้ง ระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน ทางเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ ค้นพบว่าเธอพกโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ฮาร์ดไดรฟ์ แล็ปท็อป และแฟลชไดร์ฟที่พบว่าติดมัลแวร์ที่เป็นอันตรายที่สามารถทำลายหรือก่อกวนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาด้วย…

ปูด! เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายคนเข้าถึงข้อมูลลับได้แม้ไม่ผ่านการสอบประวัติ

The White House is seen behind security barriers in Washington, March 24, 2019. เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยกับคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯว่า บุคคลที่ทำงานในรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างน้อย 25 คน ได้รับอนุมัติให้เข้าถึงข้อมูลลับทั้งๆ ที่ถูกปฏิเสธในขั้นตอนตรวจสอบประวัติ ผู้เปิดโปงเรื่องนี้ คือ ทริเชีย นิวโบล์ด (Tricia Newbold) ซึ่งรับหน้าที่ตรวจสอบประวัติบุคคลที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของรัฐ มาเป็นเวลา 18 ปี ทั้งในรัฐาลของประธานาธิบดีจากพรรคเดโมเเครตและรีพับลิกัน เมื่อเดือนที่แล้ว เธอบอกกับคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนฯ ว่า แม้ประธานาธิบดี ทรัมป์สามารถใช้อำนาจพิเศษให้บุคคลที่ถูกปฏิเสฐการเช้าถึงข้อมูลลับได้รับสิทธิ์นั้น แต่เธอกล่าวว่าบางครั้งการเดินเรื่องลักษณะนี้อาจไม่ได้ทำโดยเห็นแก่ประโยชน์สูงสุดของชาติเรื่องความมั่นคงเป็นที่ตั้ง ส.ส. อิลิจาห์ คัมมิงส์ (Elijah Cummings) ประธานคณะกรรมาธิการที่รับข้อมูลจาก ทริเชีย นิวโบล์ด กล่าวว่า เหตุผลที่คนเหล่านั้นถูกปฏิเสธในขั้นตอนตรวจสอบมีทั้ง เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาการเงิน การใช้ยาเสพติด และประวัติอาชญากรรม ขณะเดียวกัน กล่าวว่าเธอถูกพักงานเป็นเวลา…

กลุ่มก่อการร้ายแสวงประโยชน์จากเหตุกราดยิงที่นิวซีแลนด์

ชาวมุสลิมและผู้นำทั่วโลกประณามเหตุสังหารหมู่ที่นิวซีแลนด์ VOATHAI.COM จากเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ที่เมืองไคร้สท์เชิร์ช นิวซีแลนด์ เมื่อ 15 มีนาคม 62 ซึ่งก่อเหตุโดย นาย Brenton Harrison Tarrant อายุ 28 ปี ชาวออสเตรเลีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 50 คน และผู้บาดเจ็บกว่า 50 คน กลายเป็นสถานการณ์ที่กลุ่มก่อการร้าย ทั้งกลุ่ม Islamic State (IS) และกลุ่ม AL-Qaeda (AQ) นำมาใช้บิดเบือนและแสวงประโยชน์ในการปลุกระดมผู้สนับสนุนให้ก่อเหตุตอบโต้ โดยเฉพาะกลุ่ม IS ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้ถึงขั้นที่โฆษกของกลุ่มต้องออกแถลงการณ์กล่าวถึงเป็นกรณีเฉพาะ หลังจากห่างหายจากการออกแถลงการณ์มานานกว่า 6 เดือน ขณะเดียวกันเหตุโจมตีไคร้สท์เชิร์ช อาจกลายเป็นแรงกระตุ้นและเงื่อนไขที่ทำให้ผู้มีแนวคิดรุนแรงตัดสินใจก่อเหตุเพื่อแก้แค้นให้กับพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบความเสี่ยงและเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเหตุโจมตีไคร้สท์เชิร์ช สื่อของกลุ่มก่อการร้ายต่างกล่าวถึงเหตุการณ์โจมตี และนำไปแสวงประโยชน์ โดยพยายามบิดเบือนข้อมูลกล่าวหารัฐบาลนิวซีแลนด์ เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนก่อเหตุโจมตีเพื่อแก้แค้นให้ชาวมุสลิมที่ถูกสังหาร และตอกย้ำว่าชาวมุสลิมไม่มีวันได้รับการยอมรับในประเทศตะวันตก อีกทั้งยังเปรียบเทียบการสังหารชาวมุสลิมที่เมืองไคร้สท์เชิร์ช ว่าเป็นเช่นเดียวกับการสังหารหมู่ชาวมุสลิมในหมู่บ้าน Baghouz ที่มั่นสุดท้ายของกลุ่ม IS นับเป็นการออกแถลงการณ์ครั้งแรกในรอบ…