ว่าด้วยเอกสารราชการที่กำหนดชั้นความลับ

  จากวิทยาการสมัยใหม่ที่ผ่านมา โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ส่งผลต่อรูปแบบของข้อมูลข่าวสารที่สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ ข้อมูลข่าวสารที่จับต้องได้ เช่น ข้อมูลข่าวสารในหนังสือ กับข้อมูลข่าวสารที่จับต้องไม่ได้ คือ ข้อมูลข่าวสารที่บันทึกด้วยสัญญาณ ต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์แปลงสัญญาณนั้นก่อน จึงจะสื่อความเข้าใจได้ เช่น ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น จากการนำมาใช้งานของส่วนราชการ ข้อมูลข่าวสารทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าวจึงถูกแบ่งลักษณะออกเป็นข้อมูลข่าวสารทั่วไป และข้อมูลข่าวสารที่กำหนดชั้นความลับหรือมีความสำคัญ จากลักษณะการใช้งานนี้จึงเป็นผลให้ต้องกำหนดระเบียบราชการ เพื่อเป็นแนวทางบริหารและปฏิบัติ กับเป็นแนวทางดูแล คุ้มครองและป้องกันการสูญหาย ถูกปรับเปลี่ยน แก้ไขเนื้อความไปจากเดิม หรือถูกนำไปเปิดเผยก่อนเวลาอันควร หรือรั่วไหลไปสู่ผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ สำหรับรูปแบบข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐที่ใช้ปฏิบัติงานอยู่ขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นเอกสารบันทึกบนกระดาษ นับเป็นประเภทหนึ่งของข้อมูลข่าวสารที่จับต้องได้ จำเป็นต้องกำหนดระเบียบปฏิบัติสำหรับเอกสารราชการ เพื่อให้หน่วยงานทุกประเภทของรัฐอยู่บนบรรทัดฐานเดียวกัน ที่สำคัญคือ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ซึ่งเป็นแนวทางบริหารจัดการงานเอกสารราชการ สำหรับการดูแล คุ้มครอง และป้องกันนั้น แต่เดิมถือปฏิบัติตามบทการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับเอกสารของระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.2517 แต่ภายหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 และเพื่อให้รองรับมาตรา 16 และมาตรา 26 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงกำหนดระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 ซึ่งเนื้อความของระเบียบการรักษาความลับของทางราชการนั้นปรับมาจากบทการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับเอกสารของระเบียบการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.2517…

เมื่อสงครามเป็นไฮบริด เครื่องมือผสม-วิถีผสาน

โดย… สุรชาติ บำรุงสุข คอลัมน์ ยุทธบทความ “วิธีการทางทหารจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อถูกใช้ผสมผสานกับวิธีการที่ไม่ใช่ทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาตรการทางการเมือง เศรษฐกิจ ข้อมูลข่าวสาร ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และอื่นๆ… [ในกรณีนี้] เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารจะมีบทบาทที่สำคัญอย่างมาก ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ การปะทะของหน่วยหลักทางทหารในแนวหน้าจะค่อยๆ กลายเป็นอดีต” Lawrence Freedman นักยุทธศาสตร์ชาวอังกฤษ ในแต่ละช่วงเวลาของโลก จะเห็นได้ว่าแบบแผนของสงคราม (pattern of war) มีความแตกต่างกันออกไป แบบแผนเช่นนี้เป็นผลผลิตของปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น เมื่อโลกอยู่ในยุคอาณานิคมของศตวรรษที่ 19 การสงครามของโลกก็มีแบบแผนเป็น “สงครามอาณานิคม” (Colonial Warfare) หรือเมื่อโลกมีความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม ผนวกเข้ากับพัฒนาการของเทคโนโลยีทหารแล้ว เราจะเห็นการกำเนิดของ “สงครามเบ็ดเสร็จ” (Total Warfare) ในศตวรรษที่ 20 และเมื่อเทคโนโลยีนิวเคลียร์มีพัฒนาการอย่างมากในยุคสงครามเย็น สงครามที่เกิดขึ้นไม่สามารถทำการรบใหญ่ได้ ทำให้สงครามที่เกิดขึ้นมีลักษณะเป็น “สงครามจำกัด” (Limited Warfare) และเมื่อโลกในยุคปัจจุบันได้ก้าวสู่การปฏิวัติสารสนเทศ การสงครามของโลกก็มีทิศทางล้อไปกับการปฏิวัติดังกล่าว และทำให้เห็นถึงการมาของสงครามชุดใหม่ที่มีแบบแผนเป็น “สงครามข่าวสาร”…

เมแกนไม่ทน ฟ้องสื่ออังกฤษ ฐานแพร่จดหมายส่วนตัว-บิดเบือนเนื้อหา

ดัชเชสเมแกนฟ้องร้องแท็บลอยด์ของอังกฤษ ฐานเผยแพร่จดหมายส่วนพระองค์อย่างผิดกฎหมาย และบิดเบือนเนื้อหาในจดหมายด้วย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 1 ต.ค. 2562 เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ กำลังดำเนินการฟ้องร้อง หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ ‘เมล ออน ซันเดย์’ (Mail on Sunday) ของสหราชอาณาจักร โดยกล่าวหาว่า สื่อเจ้านี้เผยแพร่จดหมายส่วนพระองค์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างผิดกฎหมาย ในแถลงการณ์ประกาศเรื่องการฟ้องร้อง เจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ กล่าวหา เมล ออน ซันเดย์ ว่า เจาะจงแก้ไขเนื้อหาในจดหมายเพื่อซ่อนคำโกหกของตัวเอง ในเรื่องที่รายงานเกี่ยวกับดัชเชสเมแกน “น่าเสียดายที่ภรรยาของข้าเจ้าตกเป็นเหยื่อรายล่าสุดของสื่อแท็บลอยด์อังกฤษ ที่รายงานข่าวเล่นงานบุคคลโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา เป็นการโฆษณาเผยแพร่ที่รุนแรงขึ้นตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ตลอดช่วงการตั้งครรภ์ของภรรยาข้าพเจ้า และขณะที่เรากำลังเลี้ยงดูบุตรชายที่เพิ่งลืมตาดูโลกของเรา” เจ้าชายแฮร์รีระบุในแถลงการณ์ ดยุคแห่งซัสเซกซ์ระบอีกว่า “มาตรการทางกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์หนึ่ง จากพฤติกรรมก่อกวนของแท็บลอยด์อังกฤษเจ้านี้ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน เนื้อหาของจดหมายส่วนตัวถูกเผยแพร่อย่างผิดกฎหมาย ในลักษณะตั้งใจสร้างความเสียหาย เพื่อควบคุมผู้อ่าน และขยายความพยายามในการสร้างความแตกแยกของสื่อเจ้านี้” ขณะที่สำนักงานกฎหมาย ‘ชิลลิงส์’ ซึ่งเป็นผู้แทนของดัชเชสเมแกน ระบุว่า พวกเขาเริ่มการประบวนการทางกฎหมายต่อ เมล ออน ซันเดย์ และบริษัทแม่อย่าง แอสโซซิเอตเตด…

การคาดการณ์ Cyber Security สำคัญ 3 ประการ จากอุตสาหกรรมชั้นนำ

การคาดการณ์ที่สำคัญ 3 ประการ ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) จากอุตสาหกรรมที่มี “ความพร้อมด้านความปลอดภัยด้านไซเบอร์” มากที่สุดในโลก highlight ปัจจุบันอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นหนึ่งใน 10 ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในโลก ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายไป วีธีการของแฮกเกอร์กำลังเพิ่มระดับความซับซ้อนรวมถึงปริมาณในการโจมตีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น การเจาะช่องโหว่ที่ประสบความสำเร็จได้สร้างความเสียหายมากกว่าที่เคยเป็นมา แนวคิดของการป้องกันความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ที่พัฒนาขึ้นจากปฏิกิริยาตอบสนองต่อรูปแบบการคาดการณ์ที่มากขึ้นจะไม่ทำให้เกิดคลื่นกระแทกต่อทีมงานแผนกไอที แต่ด้วยความเข้าใจในเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง AI และ Machine Learning ที่เพิ่มมากขึ้น Cyber Security ที่สำคัญ 3 ประการ จากอุตสาหกรรมชั้นนำ นวัตกรรม และการเปลี่ยนแปลงในด้านบวกมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่ง “ปัญหา” โดยในขณะนี้ไม่มีตัวอย่างที่ดีไปกว่าภัยคุกคามที่น่ากลัวที่เรากำลังเผชิญกับความร้ายแรงของอาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะมุมไหนของโลก และในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเราต่างเผชิญอยู่กับการต่อสู้อันหาจุดจบไม่ได้กับอาชญากรไซเบอร์ที่มีรูปแบบใหม่อยู่เสมอ ปัจจุบันอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นหนึ่งใน 10 ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในโลกของเราในช่วงปี 2019 (one of the top 10 biggest threats to our globe during 2019) และยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายไป วีธีการของแฮกเกอร์กำลังเพิ่มระดับความซับซ้อนรวมถึงปริมาณในการโจมตีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และการเจาะช่องโหว่ที่ประสบความสำเร็จได้สร้างความเสียหายมากกว่าที่เคยเป็นมา แต่เมื่อภัยคุกคามและประเภทของการโจมตีมีวิวัฒนาการขึ้น ทำให้เราต้องพัฒนาวิธีการป้องกันการโจมตีเหล่านี้ ซึ่งทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในรูปแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงแม้จะพบว่าปี 2018 เป็นปีที่มีการบันทึกจำนวนช่องโหว่ทางธุรกิจใหม่ (เพิ่มขึ้น 12.5% จากปี 2017) แต่เป้าหมายของการโจมตีในแง่ของอุตสาหกรรมที่สูงที่สุด กลับยังพบว่าเป็นองค์กรที่ติดตั้งอุปกรณ์ที่ดีที่สุดและล้ำสมัยในการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ และบทเรียนที่เราได้ศึกษาเรียนรู้จากความสำเร็จของแฮกเกอร์นั้นมีอะไรบ้าง? มี 3 แนวทาง ของภาพรวมในเรื่องของความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่จะเปลี่ยนแปลงในปีที่จะมากำลังมาถึง 1.การพัฒนามาตรฐานตามระดับความพร้อมของการป้องกันทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น …

‘โรโบคอป K5’ ตำรวจใหม่ลาดตระเวนสวนสาธารณะในแคลิฟอร์เนีย

ที่เมือง Huntington Park มีการจ้างตำรวจหน้าใหม่ดูแลความปลอดภัยให้สวนสาธารณะ ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องไม่ต้องพักเที่ยง ไม่มีพักร้อน ไม่ขอขึ้นเงินเดือนและไม่มีประกันสุขภาพ และนี่คือโรโบคอปที่นำมาใช้งานแล้วจริงๆ เมือง Huntington Park รัฐแคลิฟอร์เนีย เริ่มใช้โรโบคอปหรือตำรวจหุ่นยนต์ดูแลความปลอดภัยให้สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด โดยหน้าที่หลักคือการสอดส่องและบันทึกภาพเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความปลอดภัย โรโบคอปรุ่น K5 นี้ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ อย่างเช่น โรงพยาบาล ที่จอดรถ สนามบิน รวมไปถึงสวนสาธารณะ นายคอสเม โลซาโน (Cosme Lozano) หัวหน้าตำรวจเมือง Huntington Park กล่าวว่า “ตำรวจหุ่นยนต์นี้มีกล้อง 360 องศาและสามารถบันทึกภาพได้แม้จะมีแสงน้อยอย่างในเวลากลางคืน รวมถึงมีปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่เชื่อมต่อกับศูนย์ที่มีทีมงานคอยดูแลตลอดเวลา โดยตำรวจสามารถเห็นภาพสถานการณ์ในพื้นที่ได้ผ่านกล้องของหุ่นยนต์ สำหรับเส้นทางการตรวจนั้นจะถูกโปรแกรมไว้ล่วงหน้าซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนทั้งเส้นทางและกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้” ตัวอย่างความสามารถที่น่าสนใจของโรโบคอปก็คือ สามารถบันทึกเลขทะเบียนรถที่ผ่านไปมาเพื่อเทียบกับระเบียนประวัติของรถที่ถูกขโมยผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงสามารถระบุตำแหน่งของโทรศัพท์ไอโฟนที่สูญหายโดยตรวจสอบจากเลขเฉพาะของมือถือแต่ละเครื่องได้ อีกคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ Self-charging หรือการที่หุ่นยนต์สามารถเพิ่มพลังงานให้ตัวเองเมื่อระดับแบตเตอรี่ต่ำลง ทางด้านนางคาริน่า มาซิเอส (Karina Macias) นายกเทศมนตรีเมือง Huntington Park อธิบายเหตุผลที่สนับสนุนการใช้งานตำรวจหุ่นยนต์นี้ว่า “สวนสาธารณะแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดของเมือง และเรายังมีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้นจึงต้องการหาวิธีที่ช่วยตำรวจในการสอดส่องตลอด…

ข่าวลวงทำประท้วงป่วนปาปัว ตาย 20 เจ็บ 70

เจ้าหน้าที่จังหวัดปาปัวของประเทศอินโดนิเซียเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 70 คน ซึ่งจำนวนนี้ 3 รายถูกยิงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังเกิดเหตุประท้วงที่ลุกลามกลายเป็นความรุนแรง โดยกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนออกมาร่วมการประท้วงเนื่องจากมีข่าวลือว่ามีครูคนหนึ่งได้ทำการเหยียดนักเรียนซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเรียกเด็กนักเรียนว่า “ลิง” กลุ่มผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาอาคารที่ทำการของรัฐบาลท้องถิ่น ร้านค้า บ้านเรือนของผู้คน รวมถึงรถและมอเตอร์ไซค์บนถนนหลายสายบนถนนหลายสายที่มุ่งหน้าไปยังสำนักงานท้องถิ่นของเมืองวาเมนา ที่มีการลือว่าเป็นต้นตอของเหตุดังกล่าว โดยผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตเพราะติดอยู่ในบ้านและร้านค้าที่เกิดไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า หลังตรวจสอบข้อมูลแล้วไม่พบว่ามีหลักฐานของการเหยียดชาติพันธุ์ต่อนักเรียนอย่างที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งตำรวจเชื่อว่าข่าวลวงนี้ถูกปล่อยออกมาด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความวุ่นวายในสังคม —————————————————- ที่มา : มติชน / 24 กันยายน 2562 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_1683636