กต.ฟิลิปปินส์ไม่ต่อสัญญาเอาต์ซอร์ส บริษัทเอาข้อมูลออกไป, ทางการต้องพิสูจน์เจ้าของหนังสือเดินทางใหม่หมด

กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ไม่ต่อสัญญาจ้างบริษัทเอาต์ซอร์สที่ดูแลระบบหนังสือเดินทางให้ และหลังจากไม่ต่อสัญญาบริษัทก็ “นำข้อมูลออกไป” ทั้งหมด ทำให้ทางกระทรวงต่างประเทศไม่มีข้อมูลใช้งาน ตอนนี้กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ต้องใช้ใบเกิดในการออกหนังสือเดินทาง เพื่อสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ขณะที่คณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลฟิลิปปินส์ (National Privacy Commission – NPC) กำลังเรียกทั้งบริษัทเอาต์ซอร์สและผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพราะกรณีนี้เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก ———————————————- ที่มา : Blognone / 14 January 2019 Link : https://www.blognone.com/node/107535

15 ม.ค. เริ่มใช้ใบขับขี่ดิจิทัล แต่ข้อมูลกรมขนส่ง-ตร. ยังไม่เชื่อมกัน ต้องพกบัตรจริงไปก่อน

วันที่ 15 มกราคมนี้ กรมการขนส่งทางบกจะเปิดใช้งานใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้ใช้แทนการพกใบขับขี่ที่ใช้ในปัจจุบัน เรียกได้ว่า ลงแอปเอาไว้ เมื่อตำรวจขอดู ก็เปิดจากมือถือให้ดูได้เลย เรื่องนี้นำมาสู่คำถามว่า แล้วระบบยึดใบขับขี่เวลาที่ทำผิดกฎจราจรจะยังมีอยู่ไหม พอเปลี่ยนมาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วตำรวจจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่สายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบกตอบได้เพียงว่า ตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือเราไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ว่า ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้น ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ ด้าน พีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ก็ให้สัมภาษณ์เมื่อ 14 มกราคมว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรกับผู้ถือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์กรณีกระทำผิดนั้น เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปวางระบบการดำเนินการ เชื่อมโยงข้อมูลและกำหนดบทลงโทษแทนการยึดใบขับขี่ ทั้งนี้ เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อถึงปัญหาในการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวแทนใบขับขี่ตัวจริงว่า ยังมีปัญหาทั้งในทางปฏิบัติและในทางกฎหมาย พร้อมให้ประชาชนพกใบขับขี่ตัวจริงไปก่อน พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ระบุว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกันระหว่างกรมการขนส่งทางบก และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมยกตัวอย่างกรณีใบสั่งอัตโนมัติและการอายัดทะเบียน ซึ่งยังไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลกันได้ นอกจากนี้ยังชี้ด้วยว่า อาจส่งผลถึงเรื่องการตรวจสอบว่าข้อมูลในแอปพลิเคชันดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ เพราะอาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีปลอมแปลงขึ้นมา ขณะที่ในทางกฎหมาย พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ระบุว่า ตามมาตรา…

จนท.สนามบินสหรัฐฯสะเพร่าปล่อยผู้โดยสารพกปืนขึ้นเครื่อง แต่แจงไม่เกี่ยวชัตดาวน์

ซีเอ็นเอ็น – นักเดินทางคนหนึ่งพกปืนผ่านมาตรการคัดกรอง โดยสารเครื่องบินลำหนึ่งจากท่าอากาศยานฮาร์ทสฟิลด์-แจ็คสัน ในแอตแลนตา มุ่งหน้าสู่สนามบินนาริตะ เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ตามถ้อยแถลงของสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งสหรัฐฯในวันจันทร์(14ม.ค.) แต่ทางหน่วยงานแห่งนี้ยืนยันข้อบกพร่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับภาวะชัตดาวน์ เดลต้า แอร์ไลน์ส ก็ออกถ้อยแถลงถึงซีเอ็นเอ็นเช่นกัน ด้วยระบุว่าทางสายการบินได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวไปยังสำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งสหรัฐฯแล้ว เหตุละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งนี้มีขึ้น 2 สัปดาห์หลังหน่วยงานต่างๆของรัฐบาลเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ โดยระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ของ TSA ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแต่ไม่ได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ซีเอ็นเอ็นรายงานเหตุการณ์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มกราคม หรือ 1 วันหลังเกิดเหตุ ซึ่งตอนนั้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของ TSA หลายร้อยคนตามท่าอากาศยานหลักต่างๆอย่างน้อย 4 แห่งโทรมาลาป่วย อย่างไรก็ตามทาง TSA ปฏิเสธข้อสันนิษฐานว่าภาวะชัตดาวน์เป็นตัวก่อให้เกิดข้อผิดพลาดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยและยืนยันว่าจำนวนของเจ้าหน้าที่ TSA ที่ปฏิบัติงานในวันนั้นอยู่ในระดับปกติ “ข้อสันนิษฐานที่ว่าเรื่องนี้อาจเป็นผลจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนนั้นไม่ถูกต้อง” TSA “อัตราการลาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าของเจ้าหน้าที่ TSA ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2019 นั้น มีเพียง 4.8% น้อยกว่าระดับ 6.8%ของวันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม 2014 ดังนั้นข้อเท็จจริงคืออัตราการลาของปีที่แล้วสูงกว่าปีนี้เสียอีก” สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งสหรัฐฯ(TSA)…

ธนาคารญี่ปุ่นจะใช้ระบบจดจำใบหน้า เปิดบัญชี,ถอนเงินได้ในไม่กี่นาที

ธนาคารเซเวนในญี่ปุ่นจะใช้ระบบจดจำใบหน้าเพื่อระบุอัตลักษณ์บุคคล โดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีและทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้อย่างรวดเร็ว ธนาคารเซเวนซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ในญี่ปุ่น จะนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้ในกลางปีนี้ โดยจะปรับปรุงเครื่องเอทีเอ็มให้สามารถระบุอัตลักษณ์บุคคลด้วยการจดจำใบหน้าได้ โดยลูกค้าเพียงแต่ถ่ายภาพตัวเองผ่านกล้องความละเอียดสูงที่เครื่องเอทีเอ็ม พร้อมกรอกรายละเอียดไม่กี่อย่างก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ การเปิดบัญชีธนาคารในญี่ปุ่นยังคงต้องใช้เอกสารทางราชการ เช่น บัตรประจำตัว, หนังสือเดินทาง หรือใบขับขี่ นอกจากนี้ยังต้องมีตราประทับชื่อ ซึ่งใช้แทนลายเซ็นในญี่ปุ่น จึงมีความยุ่งยากอยู่มาก และในปัจจุบันยังไม่มีธนาคารใดสามารถเปิดบัญชีผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้ นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะถอนเงิน โอนเงินได้ด้วยการสแกนใบหน้า โดยไม่ต้องใช้รหัสลับอีกด้วย ธนาคารเซเวนมีเครื่องเอทีเอ็มกว่า 24,000 เครื่องตามร้านสะดวกซื้อเซเวน อีเลฟเวน และสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น และจะติดตั้งเครื่องเอทีเอ็มเพิ่มเติมอีกหลายพันเครื่องตามเมืองใหญ่ภายในกลางปี 2020 ธนาคารเซเวนยังมีแผนที่จะเชื่อมโยงระบบจดจำใบหน้านี้เพื่อใช้ร่วมกับธนาคารออนไลน์และธนาคารท้องถิ่นอื่น ๆ ด้วย แรงงานต่างชาติเปิดบัญชี โอนเงินกลับบ้านได้สะดวก ธนาคารเซเวนยังจะตอบรับนโยบายเปิดรับแรงงานต่างชาติมาทำงานที่ญี่ปุ่น ที่จะมีผลในเดือนเมษายน ปีนี้ โดยจะเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับระบบขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ทางธนาคารจะได้รับข้อมูลและยืนยันตัวตนของผู้ที่ขอวีซ่าเพื่อมาทำงานในญี่ปุ่นได้ก่อนที่จะเดินทางมาถึง ทำให้ชาวต่างชาติสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ไม่นานหลังเดินทางมาถึงญี่ปุ่น ตามกฎหมายปัจจุบัน ชาวต่างชาติจะสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ก็ต่อเมื่อพำนักในญี่ปุ่นนานกว่า 6 เดือน เนื่องจากต้องตรวจสอบสถานะและรายได้ กฎระเบียบนี้ได้สร้างความไม่สะดวกในกับชาวต่างชาติอย่างมาก จนรัฐบาลญี่ปุ่นก็ระบุว่าต้องปรับปรุงให้รองรับการเปิดรับแรงงานต่างชาติ ผู้บริหารธนาคารเซเวน ระบุว่า ทางธนาคารจะอำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติให้มากที่สุด ทั้งการเปิดบัญชีและโอนเงินกลับไปยังประเทศบ้านเกิด โดยลดความยุ่งยากในการทำธุรกรรม…

ประมวล 10 แนวโน้มความขัดแย้งโลกปี 2562 (ตอนที่ 2)

ทหารไนจีเรียระหว่างการฝึก Operation Flintlock ร่วมกับทหารสหรัฐอเมริกาที่มาราดี ประเทศไนเจอร์เมื่อปี 2550 (ที่มา: แฟ้มภาพ/Michael Larson/Wikipedia) โรเบิร์ต มอลลีย์ ประธานองค์กรอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ป (ICG) นำเสนอบทความในนิตยสาร Foreign Policy เกี่ยวกับความขัดแย้งที่น่าจับตามอง 10 กรณี โดยในตอนที่ 1 มีการนำเสนอโดยเน้นแถบภูมิภาคตะวันออกกลางและการคัดง้างกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนไปแล้ว ในสัปดาห์นี้มีการระบุถึงกรณีไนจีเรีย ซูดานใต้ ชนกลุ่มน้อยผู้ใช้ภาษาอังกฤษในแคเมอรูน ยูเครน และเวเนซุเอลา เลือกตั้งไนจีเรีย และโบโกฮาราม ความขัดแย้งกรณีที่ 6 ที่มอลลีย์ระบุถึงคือกรณีไนจีเรียซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งสองครั้งในเดือน ก.พ.- มี.ค. ปีนี้ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งในไนจีเรียมักจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น และสภาพการณ์ในตอนนี้ของไนจีเรียก็มีปัจจัยพร้อมจะปะทุ จากการที่มีคู่แข่งทางการเมืองที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด ขณะเดียวกันการที่ฝ่ายค้านไม่เชื่อใจในทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งและกองกำลังรักษาความปลอดภัยทำให้อาจจะมีการประท้วงในช่วงที่มีการเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยที่ก่อนหน้านี้เคยมีการประท้วงที่นำพาไปสู่ความรุนแรงในปี 2554 ที่มีการโจมตีชนกลุ่มน้อยในไนจีเรียทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 800 ราย ขณะเดียวกันสภาพพื้นที่ไนจีเรียก็ยังคงมีระดับอาชญากรรมความรุนแรงและความไม่ปลอดภัยทั่วไปในระดับสูง ประชาชนทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศต้องเผชิญกับการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธโบโกฮาราม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่มไอซิสแห่งแอฟริกาตะวันตกที่เริ่มยึดพื้นที่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งระหว่างคนทำไร่เลี้ยงสัตว์ชาวมุสลิมกับชาวคริสต์ที่เคยเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตราว 1,500 ราย และถึงแม้ว่าจะเริ่มสงบลงบ้างแล้วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาแต่ความแตกแยกนี้ก็จะยิ่งทำให้การเลือกตั้งที่จะมีไม่ปีนี้ขับเคี่ยวกันหนักขึ้น ส่วนนักการเมืองไนจีเรียเองก็ใช้การยุยงให้เกิดการแบ่งแยกในการสร้างผลลัพธ์ทางการเมืองให้ตัวเอง ซูดานใต้ แห่งต่อมาคือซูดานใต้…