ประมวล 10 แนวโน้มความขัดแย้งโลกปี 2562 (ตอนที่ 1)
กลุ่ม Antifa Manchester Crew ในกองกำลัง IFB ในโรจายา ทางตอนเหนือของซีเรียที่เป็นพื้นที่ยึดครองของกองกำลังชาวเคิร์ด ภาพถ่ายเดือนสิงหาคม 2560 (ที่มา: Wikipedia) โรเบิร์ต มอลลีย์ ประธานองค์กรอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ป (ICG) เขียนบทความในนิตยสาร Foreign Policy ระบุว่าในยุคสมัยที่ความเป็นผู้นำโลกของสหรัฐฯ เริ่มเสื่อมถอย กลุ่มผู้นำอำนาจนิยมทั้งหลายก็พากันฉวยโอกาสนี้เพิ่มอิทธิพลตัวเอง กระทำความผิดโดยลอยนวลไม่ต้องรับผิดชอบเป็นส่วนใหญ่ และพยายามลดทอนกำลังฝ่ายตรงข้าม ความร่วมมือแบบพหุพาคีกำลังถูกล้อมปราบทำให้มีการเมืองแบบปฏิกิริยาสัมพันธ์และการขยี้คู่แข่งเอาแพ้เอาชนะกันมากขึ้น ขณะเดียวกันกระบวนการของสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและศาลโลกเองก็ถูกเพิกเฉยหรือไม่ก็ถูกสบประมาท ในโลกยุคปัจจุบันกลายเป็นโลกที่อิทธิพลของตะวันตกกำลังถูกกัดกร่อนโดยเฉพาะจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันดูแคลนพันธมิตรดั้งเดิมของตัวเอง ขณะที่ยุโรปก็กำลังเผชิญกับกระแสการแยกตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เริ่มมีผู้นำหลายประเทศในโลกโอบรับแนวคิดชาตินิยมผสมกับอำนาจนิยมพร้อมทั้งปฏิเสธกฎเกณฑ์และสถาบันการเมืองนานาชาติ มีเหตุการณ์เลวร้ายหลายเหตุการณ์ที่ผู้กระทำผิดยังไม่ถูกลงโทษไม่ว่าจะเป็นกรณีสังหารจามาล คาชอกกี ในสถานทูตซาอุฯ หรือกรณีการสังหารหมู่โรฮิงญาโดยทางการพม่า หรือผู้นำอย่างทรัมป์เองก็แสดงความเหยียดหยามสิทธิมนุษยชน ท่ามกลางปรากฏการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ มอลลีย์ได้ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้ง 10 กรณีในปี 2562 จะได้รับผลกระทบจากกระแสโลก ซึ่งดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยอุปสรรค มีความตะกุกตะกัก หรือแม้กระทั่งอันตราย เยเมน ความขัดแย้งกรณีที่ 1 คือเยเมน ซึ่งกำลังประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหารอย่างหนักและเกิดวิกฤตทางมนุษยธรรมที่นั่นจากความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีขับไล่รัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และสถานการณ์ก็หนักข้อขึ้นหลังจากที่แนวร่วมฝ่ายซาอุฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มเข้าไปปฏิบัติการทิ้งระเบิดและปิดกั้นไม่ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปในเยเมน ทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนอย่างหนักตามมากลายเป็นความเดือดร้อนและเจ็บปวดต่อประชาชนเยเมน…





