หวั่นจีนเกี่ยวข้อง หลังตรวจพบสิ่งปลูกสร้างทางกองทัพบนเกาะของเมียนมา

    ตรวจพบสิ่งปลูกสร้างทางกองทัพอยู่บนเกาะ Great Coco ของเมียนมา ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่เกาะ Andaman and Nicobar ของอินเดียไปเพียง 55 กิโลเมตร ขณะที่จีนออกมาปฏิเสธ ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างฐานลาดตระเวณบนเกาะของเมียนมา   นับตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 1990 เกาะ Great Coco ของเมียนมา ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ อันห่างไกล ตั้งอยู่ในอ่าวเบงกอล ก็ตกเป็นประเด็นมาตลอด หลังจากมีข่าวลือว่า เกาะนี้เป็นที่ตั้งหน่วยงานข่าวกรองของจีน แม้จะขาดหลักฐานยืนยัน แต่ล่าสุด ก็มีข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นมาอีก   ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นสัญญาณว่า มีสิ่งปลูกสร้างทางทหารที่ทันสมัยผุดขึ้นมาบนเกาะ จากรายงานของ Chatham House สถาบันจัดวางนโยบายอิสระตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ สิ่งปลูกสร้างประกอบไปด้วยรันเวย์ยาว 2,300 เมตร และสถานีเรดาร์ ตลอดจนโรงเก็บเครื่องบินใหม่ 2 แห่ง ทั้งยังมีถนนที่สร้างใหม่ เชื่อมไปสู่อีกเกาะที่เล็กกว่า เพียงเท่านี้ก็ชี้ชัดว่า น่าจะมีการก่อสร้างสิ่งอื่นๆ ตามมาอีกในอนาคต      …

ระแวงไปหมด! สหรัฐฯ เล็งขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์การค้า ‘บ.คลาวด์ของจีน’ อ้างเป็นภัยความมั่นคง

    จีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เอ่ยเตือนในวันพุธ (26 เม.ย.) ว่าบริษัทด้านคลาวด์คอมพิวติ้งของจีนอย่าง หัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) และอาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และเตรียมที่จะพิจารณาเพิ่มรายชื่อบริษัทเหล่านี้ลงในบัญชีควบคุมการส่งออก   เมื่อวันอังคาร (25) วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน 9 คนได้เรียกร้องให้รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับหัวเว่ย คลาวด์ อาลีบาบา คลาวด์ รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์เซอร์วิสรายอื่นๆ ในจีน อีกทั้งยังเสนอให้ ไรมอนโด เพิ่มชื่อบริษัทเหล่านี้ลงในบัญชีดำ ‘Entity List’ ซึ่งหมายถึงกลุ่มองค์กรหรือบุคคลที่สหรัฐฯ เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงหรืออาจก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงหรือผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศของอเมริกา   ล่าสุด ไรมอนโด ได้ออกมากล่าวหาบริษัทคลาวด์ของจีนมีแนวโน้มที่จะเป็นภัยคุกคามต่ออเมริกาจริง   “ดิฉันได้เพิ่มรายชื่อบริษัทจีนกว่า 200 รายลงในบัญชี Entity List และเรายังคงทำงานอย่างแข็งขันและต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบภัยความมั่นคงเพิ่มเติม และหากเราเชื่อว่ามีบริษัทไหนที่จำเป็นต้องถูกขึ้นบัญชีดำ เราก็จะไม่ลังเลเลย” เธอแถลงต่อคณะกรรมาธิการการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate…

‘จีน’ ออกกฎหมายต้านจารกรรม สร้างความเสี่ยงให้บริษัทต่างชาติ

    จีนได้ขยายขอบเขตของกฎหมายต่อต้านการจารกรรม (Counterespionage Law) ซึ่งเดิมกว้างขวางอยู่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายมากขึ้น หรือเพิ่มความไม่แน่นอนแก่บริษัทต่างชาติ นักข่าว และนักวิชาการ   สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานในวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ขยายคำจำกัดความของการจารกรรมจาก การรวบรวมความลับของรัฐและข่าวกรอง ไปสู่ “เอกสาร ข้อมูล วัตถุ หรือสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ” โดยไม่มีการระบุถึงแนวทางที่เฉพาะเจาะจงสำหรับวิธีการกำหนดเงื่อนไขเหล่านี้   สำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สำคัญของจีน ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านการสอดแนม ก็ถูกจัดประเภทเป็นการจารกรรมภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ด้วยเช่นกัน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.   ข้อกฎหมายดังกล่าวซึ่งได้รับการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติของจีนเมื่อวานนี้ (26 เม.ย) มีขึ้นท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของการเน้นย้ำเรื่องความมั่นคงของชาติภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยวที่สุดของจีนในยุคนี้         —————————————————————————————————————————————— ที่มา :                   …

น่าจับตา! ‘สีจิ้นผิง-เซเลนสกี’ คุยโทรศัพท์ร่วมกันครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน

      ผู้นำจีนและผู้นำยูเครน สนทนาทางโทรศัพท์ร่วมกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนปะทุ เมื่อเดือน ก.พ. 2565   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำทั้งสองประเทศ ตั้งแต่การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยุเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565   สีกล่าวในตอนหนึ่ง ว่าจีนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกระบวนการเจรจาสันติภาพ และผลักดันให้เกิดการหยุดยิงโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งในฐานะหนึ่งในสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) จะไม่ใช่ประเทศที่คอยสุมไฟให้เกิดความขัดแย้ง หรืออย่างน้อยที่สุด คือ การมุ่งแสวงหาผลประโยชน์จากสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่   I had a long and meaningful phone call with ?? President…

ฮือฮายิ่งกว่า 007! นักธุรกิจออสซี่ชื่อดังชวดประกันตัว หลังแอบขายความลับเทคโนโลยี AUKUS ให้สปายปักกิ่ง เพิ่งกลับเข้าประเทศหลังอาศัยในจีนนานหลายสิบปี

    เอเจนซีส์ – นักธุรกิจออสเตรเลียชื่อดังโดนศาลซิดนีย์ปฏิเสธประกันตัวหลังถูกจับคดีแอบขายข้อมูลลับเทคโนโลยี AUKUS ให้สายลับจีน โดนจับเมื่อวันศุกร์ (14 เม.ย.) พบรับซองเงินสดจากสปายสายลับชาวจีนเพื่อแลกเปลี่ยนกับรายงานเปิดเผยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแคนเบอร์ราและชาติพันธมิตร เพิ่งกลับเข้าแดนจิงโจ้ปีนี้หลังอาศัยในจีนนานหลายสิบปี อื้ออึงยิ่งกว่าเจมส์ บอนด์ 007 เจ้าตัวพบสายลับจีนที่รู้จักผ่านเว็บไซต์ LinkedIn ตามคาเฟ่และภัตตาคารที่ปลอดลูกค้านับครั้งไม่ถ้วนทั่วเมืองเซี่ยงไฮ้   CNN สื่อสหรัฐฯ รายงานวานนี้ (17 เม.ย.) ว่า อเล็กซานเดอร์ เซอร์โก (Alexander Csergo) นักธุรกิจออสเตรเลียโดนจับกุมในวันศุกร์ (14) ที่เพิ่งผ่านมา คดีแอบให้ข้อมูลลับเทคโนโลยี AUKUS กับสายลับจีน   โดยสื่อออสซี่ 9news รายงานเพิ่มเติมว่า ชายผู้นี้ที่เป็นนักธุรกิจและได้รับการศึกษาดีรับซองเงินสดเพื่อแลกเปลี่ยนกับรายงานเปิดเผยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและชาติพันธมิตรต่าง ๆ ของออสเตรเลีย   เป็นที่น่าทึ่งเพราะพบว่าเขาอาศัยอยู่ในแดนมังกรมานานหลายสิบปี แต่เพิ่งกลับเข้าออสเตรเลียเมื่อต้นปีนี้พร้อมกับ “ลิสต์ของที่ต้องการ” เกี่ยวข้องกับความลับข่าวกรองออสเตรเลียที่เซอร์โกถูกคนติดต่อ 2 คนร้องขอ ศาลซิดนีย์ได้รู้ว่า เซอร์โกถูกต้องสงสัยมาตั้งแต่ปี 2021 ว่าเป็นสายลับให้กระทรวงความมั่นคงของจีน   คนทั้งสองนี้รู้จักในชื่อ…

เอฟบีไอรวบ 2 คนจีน ตั้งข้อหาเปิด ‘สถานีตำรวจลับ’ ในไชน่าทาวน์

    อัยการสหรัฐจับกุมตัวชาย 2 คนในนิวยอร์ก ในข้อหาปฏิบัติการเปิดสถานีตำรวจลับของจีนที่ไชน่าทาวน์ในแมนฮัตตัน โดยคาดว่าจะมีการนำตัวบุคคลทั้งคู่ขึ้นศาลรัฐบาลกลางในบรู๊คลินในวันที่ 17 เมษายนนี้ ตามเวลาในสหรัฐ ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ทั้งคู่อาจเจอโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี   นายหลู่ เจี้ยนหวาง วัย 61 ปี และนายเฉิน จิ้นผิง วัย 59 ปี อาศัยอยู่ในนครนิวยอร์ก ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเป็นตัวแทนของจีน และขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ก่อนหน้านี้จีนได้ออกมาปฏิเสธการดำเนินการตามที่สหรัฐเรียกขานว่าสถานีตำรวจลับ ว่าเป็นเพียงศูนย์บริการสำหรับคนจีนในต่างแดน   ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐตั้งข้อกล่าวหาว่า นายหลู่จากบรองซ์และนายเฉินจากแมนฮัตตันทำงานร่วมกันเพื่อก่อตั้งสถานีตำรวจในต่างประเทศแห่งแรกในสหรัฐ ในนามของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน   จุดบริการดังกล่าวถูกปิดไปในฤดูใบไม้ร่วงปี 2565 หลังผู้เกี่ยวข้องทราบว่าสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) กำลังสอบสวนถึงการมีอยู่ของสถานีตำรวจลับดังกล่าว   นายบรอน เพียร์ซ อัยการสูงสุดในบรู๊คลิน กล่าวว่า การฟ้องร้องครั้งนี้เผยให้เห็นว่ารัฐบาลจีนละเมิดอำนาจอธิปไตยของสหรัฐอย่างโจ่งแจ้ง ด้วยการจัดตั้งสถานีตำรวจลับกลางนครนิวยอร์ก   “การกระทำของจีนไปไกลเกินกว่าขอบเขตที่จะยอมรับได้ เราจะปกป้องเสรีภาพของทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศของเราอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่จากการคุกคามของการปราบปรามโดยเผด็จการ” นายแมทธิว โอสเลน ผู้ช่วยอัยการสูงสุดจากกองความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ กล่าว…