เอฟบีไอเผย ‘ติ๊กต๊อก’ สร้างความกังวลด้านความมั่นคง

FILE – A TikTok logo is displayed on a smartphone in this illustration taken Jan. 6, 2020.   คริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ (FBI) กล่าวว่า เอฟบีไอเป็นกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ต่อสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยม ติ๊กต๊อก (TikTok) ของจีน ซึ่งกำลังขออนุมัติจากทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ดำเนินธุรกิจในอเมริกาได้ต่อไป   เรย์ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงมาตุภูมิของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร ว่าด้วยเรื่องภัยคุกคามจากทั่วโลกต่อสหรัฐฯ โดยระบุว่า ความกังวลที่มีต่อ TikTok นั้นรวมถึงการที่รัฐบาลจีนสามารถใช้ TikTok เพื่อเก็บรวมรวมข้อมูลของผู้ใช้หลายล้านคน และรัฐบาลปักกิ่งยังอาจสามารถควบคุมชุดคำสั่งอัลกอริทึมและซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์สื่อสารหลายล้านเครื่องได้ด้วย   ผอ.เอฟบีไอ ระบุว่า “หน่วยข่าวกรองข้ามชาติและภัยคุกคามทางเศรษฐกิจจากจีนนั้น คือภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดในระยะยาว ต่อความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ”   ความเชื่อมโยงระหว่างแอปป์ TikTok กับรัฐบาลจีน…

เรดาร์ตัวตึงของจีน พร้อมขายให้มิตร ไม่คิดขายให้คู่ขัดแย้ง !

  จีนแย้มว่าพร้อมส่งมอบเรดาร์ตรวจจับวัตถุบนท้องฟ้าตัวท็อปที่ตรวจได้แม้แต่ดาวเทียม ให้กับประเทศพันธมิตรเพื่อนำไปใช้งานด้วยเช่นกัน   ประเทศจีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีในหลากหลายมิติ รวมถึงมิติทางการทหาร นอกเหนือจากการพัฒนาอาวุธโจมตีต่าง ๆ เช่น รถถัง เครื่องบินขับไล่ เรือบรรทุกเครื่องบินแล้ว ก็ยังมีอาวุธป้องกันภัยต่าง ๆ รวมถึงเรดาร์ด้วย และหนึ่งในเรดาร์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง SLC-18 ที่ทางจีนอ้างว่าทรงพลังในระดับตรวจจับดาวเทียมฝ่ายตรงข้ามได้ก็ได้มีการเปิดเผยผ่านสำนักข่าวในจีนว่า ทางจีนพร้อมขายเรดาร์สุดเทพรุ่นดังกล่าวให้กับประเทศพันธมิตรของตน   ระบบเรดาร์ SLC-18 เป็นเรดาร์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำการสำรวจและตรวจจับวัตถุต่าง ๆ ในรูปแบบช่องลำดับ (Array) ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานนิทรรศการอวกาศและอากาศยานนานาชาติ (International Aviation and Aerospace Exhibition) ในเมืองซูไห่ (Zhuhai) มณฑลกวางดง ซึ่งผลิตโดยบริษัท ไชน่า อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี กรุ๊ป (China Electronics Technology Group Corporation: CETC) ที่เป็นรัฐวิสาหกิจภายในประเทศ   ความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของระบบเรดาร์ SLC-18 คือระบบตรวจจับดาวเทียมในระดับวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO)…

Apple จำกัดการใช้งาน AirDrop ในประเทศจีน จำกัดเวลาเพียง 10 นาที

  การอัปเดตครั้งล่าสุดของระบบปฏิบัติการ iOS 16.1.1 มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในฟีเจอร์ AirDrop ส่งผลให้การใช้งานฟีเจอร์นี้ในประเทศจีน จำกัดเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น   แอปเปิล ซึ่งเพิ่งปล่อยอัปเดตของระบบปฏิบัติการ iOS 16.1.1 ได้มีการปรับเปลี่ยนความสามารถการใช้งานของฟีเจอร์ AirDrop โดยการแชร์ไฟล์แบบไร้สายที่ว่านี้ มีเวลาจำกัดแค่ 10 นาทีเท่านั้น เมื่อมีการรับ-ส่งไฟล์ไปหาผู้ใช้งานทุกคน (for everyone)   แต่ในส่วนการทำงานของ AirDop กรณีที่ต้องการแชร์ไปให้ผู้ติดต่อที่เป็นเพื่อนกันยังคงส่งไฟล์หากันได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดระยะเวลาเหมือนกรณีข้างต้น   การปรับเปลี่ยนความสามารถที่ว่านี้ของแอปเปิล นั่นเป็นเพราะว่า ในประเทศจีน ผู้ประท้วงชาวจีนที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลปักกิ่งนั้นมีการเลือกใช้ AirDrop สำหรับส่งไฟล์ซึ่งภายในมีข้อความที่ต้องการต่อสู้กับการปกครองแบบเผด็จการของรัฐบาลจีน   แน่นอนว่ากรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แอปเปิลถอนฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างในประเทศจีน ในบางกรณีแอปเปิลก็เลือกที่จะถอดบางแอปพลิเคชันที่ทำให้รัฐบาลจีนไม่สบายใจก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว   อย่างไรก็ดี ในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของ AirDrop แอปเปิลไม่ได้บอกว่าเป็นเพราะอะไร แต่บอกว่าในปีหน้าจะบังคับให้การแชร์ไฟล์ไปหาใครก็ได้ทำได้จำกัดในเวลา 10 นาทีเท่านั้น เพื่อลดการแชร์ไฟล์ที่ไม่ต้องการ     ที่มา: Mashable      …

ชังชาติ! ศาลฮ่องกงสั่งคุก หญิงวัย 42 ประเดิมโทษ ‘หมิ่นเพลงชาติจีน’ คนแรก

ธงฮ่องกงยุคอาณานิคมที่ถูกโบกโดยกลุ่มผู้ประท้วงเมื่อปี 2015 FILE PHOTO (AFP)   ชังชาติ! ศาลฮ่องกงสั่งคุก หญิงวัย 42 ประเดิมโทษ ‘หมิ่นเพลงชาติจีน’ คนแรก   สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน อ้างอิงข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นว่า ศาลฮ่องกงสั่งจำคุก พอลล่า เหลิง ชาวฮ่องกง ด้วยข้อหาดูหมิ่นเพลงชาติจีนเป็นรายแรก เนื่องจากเธอโบกธงฮ่องกงสมัยตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ ขณะชมการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกรุงโตเกียว   เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ รายงานว่า เหลิง วัย 42 ปี ยอมรับว่าทำผิดข้อหาดูหมิ่นเพลงชาติจีน “March of the Volunteers” ขณะที่มีการเปิดเพลงดังกล่าวเพื่อเป็นเกียรติแก่ เอ็ดการ์ เฉิง นักกีฬาฟันดาบฮ่องกง ที่คว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเลื่อนมาจัดในปีถัดมาเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19   โดยศาลฮ่องกงให้การว่า เหลิงโบกธงฮ่องกงยุคอาณานิคมขณะที่มีถ่ายทอดพิธีมอบเหรียญดังกล่าวผ่านจอฉายขนาดใหญ่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021   ผู้พิพากษาจึงตัดสินโทษจำคุกหญิงฮ่องกงผู้นี้เป็นเวลา…

จีนประกาศอัพเกรดระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou ให้ทันสมัยไม่แพ้ระบบของชาติอื่น

  ทางการจีนเตรียมอัปเกรดระบบการทำงานของดาวเทียมระบุพิกัด BeiDou ของตนเอง (ชื่อตัวย่อคือ BDS มาจาก BeiDou Navigation Satellite System) พร้อมทั้งเผยแพร่ไวท์เปเปอร์ (เอกสารนำเสนอข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการ) ฉบับใหม่ในวันนี้ โดยเป้าหมายสำคัญคือยกระดับการทำงานของดาวเทียมระบุพิกัดให้ทันสมัยทัดเทียมกับระบบของชาติอื่น   ในการอัปเกรดนี้จะมีการพัฒนาระบบขึ้นมาใหม่ทั้งระบบการทำงานหลัก, การซ่อมบำรุง รวมทั้งการบริหารจัดการเพื่อการใช้งานดาวเทียมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการปรับปรุงการใช้งานให้ดีขึ้นในหลายด้าน อาทิ การสื่อสารด้วยข้อความ, การเพิ่มคุณภาพสัญญาณทั้งภาคพื้นดินและที่ตัวดาวเทียมเอง, ระบบนำทางเครื่องบินพลเรือน, ระบบนำทางสำหรับการเดินเรือ รวมทั้งปรับปรุงระบบการทำงานสำหรับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในระดับนานาชาติ   ในแง่การปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อการค้นหาและกู้ภัยนั้น BDS จะเปลี่ยนจากการสื่อสารทางเดียวเป็นการสื่อสาร 2 ทาง จากเดิมที่ผู้ประสบเหตุส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านดาวเทียมนั้นจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามีหน่วยกู้ภัยได้รับสัญญาณของตนหรือไม่ ก็จะเปลี่ยนมารับรู้ได้หลังการปรับปรุงนี้   ทั้งนี้ในปัจจุบันระบบดาวเทียม BDS สามารถระบุพิกัดตำแหน่งในระยะคลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 เมตร (ในบางพื้นที่คลาดเคลื่อนแค่ 2-3 เมตร) ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าเป้าหมายในตอนออกแบบที่กำหนดความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10 เมตร แต่หลังการปรับปรุงระบบในครั้งใหม่นี้ระบบ BDS จะสามารถระบุพิกัดตำแหน่งได้ด้วยความแม่นยำที่คลาดเคลื่อนในระดับเดซิเมตร (นั่นคือคลาดเคลื่อนในระดับไม่กี่สิบเซนติเมตร) ส่วนเรื่องความแม่นยำด้านเวลานั้นระบบดาวเทียม BDS มีความคลาดเคลื่อนในระดับ…

พนักงานติ๊กต็อกในจีน สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานในสหราชอาณาจักร และอียู

  ติ๊กต็อก (TikTok) ได้แจ้งต่อบรรดาผู้ใช้งานว่า พนักงานของติ๊กต็อกบางรายในจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานในสหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป (EU) พร้อมชี้แจงว่า นโยบายความเป็นส่วนตัวนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจำเป็นในการทำงานของพวกเขา   ติ๊กต็อกระบุว่า นโยบายดังกล่าวนั้นมีผลบังคับใช้กับพื้นที่เศรษฐกิจยุโรป สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์   นางอีเลน ฟ็อกซ์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายความเป็นส่วนตัวประจำยุโรปของติ๊กต็อกระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ( 2 พ.ย.) ว่า ทีมงานทั่วโลกได้ช่วยกันรักษาประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้มีความต่อเนื่อง เพลิดเพลิน และปลอดภัย   อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ติ๊กต็อกได้ดำเนินการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานในยุโรปไว้ที่สหรัฐและสิงคโปร์   “เราได้อนุญาตให้พนักงานบางรายที่ประจำอยู่ในบราซิล แคนาดา จีน อิสราเอล ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสหรัฐ เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานชาวยุโรป” นางฟ็อกซ์ กล่าว   “เราพยายามจำกัดจำนวนพนักงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานในยุโรป เพื่อให้ข้อมูลไหลเวียนออกจากภูมิภาคดังกล่าวน้อยที่สุด และเก็บข้อมูลผู้ใช้งานยุโรปไว้ในพื้นที่”   สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางการทั่วโลกรวมถึง อังกฤษ และสหรัฐได้ดำเนินการตรวจสอบติ๊กต็อกขนานใหญ่ เพราะวิตกกังวลว่า ติ๊กต็อกอาจจะส่งข้อมูลผู้ใช้งานที่เป็นพลเมืองของตนไปให้กับรัฐบาลจีน  …