สหรัฐฟ้องอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน พยายามล้วงความลับด้านอากาศยาน

    อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของจีน ตกเป็นจำเลยในสหรัฐ ฐานพยายามจารกรรมข้อมูล จากบริษัทด้านเทคโนโลยีอากาศยานหลายแห่ง   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ว่ากระทรวงยุติธรรมของสหรัฐออกแถลงการณ์ เมื่อวันศุกร์ ว่าคณะลูกขุนใหญ่มีมติสั่งฟ้อง นายสวี หยานจุน อดีตเจ้าหน้าที่ระดับรองผู้อำนวยการฝ่าย สังกัดกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะของจีน ในความผิดข้อหาเกี่ยวกับ การสมคบคิดและการพยายามจารกรรมข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจ และการสมคบคิดและการพยายามจารกรรมข้อมูลสำคัญทางการค้า จากบริษัทด้านเทคโนโลยี และวิศวกรรมอากาศยานหลายแห่ง   Jury Convicts Chinese Intelligence Officer of Espionage Crimes, Attempting to Steal Trade Secretshttps://t.co/TcWcSUzMTZ — National Security Division, U.S. Dept of Justice (@DOJNatSec) November 5, 2021   ทั้งนี้ ศาลแขวงรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันจะเป็นผู้ประกาศบทลงโทษต่อจำเลย ซึ่งบทลงโทษจำคุกเป็นเวลานานระหว่าง 25-60 ปี…

จีนเปิดตัวควอนตัมคอมพิวเตอร์เร็วสุดในโลก ด้วยความเร็ว 1 มิลลิวินาที เท่าการทำงานคอมพิวเตอร์ปกติ 30 ล้านล้านปี

  จีนเพิ่งประกาศว่า พวกเขาได้พัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกสำเร็จแล้ว และพวกเขายังบอกอีกว่า มันสามารถทำงานด้วยความเร็ว 1 มิลลิวินาที ที่เทียบเท่าการทำงานคอมพิวเตอร์ปกติ 30 ล้านล้านปี   ปาน เจียนเว้ย นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเหอเฟย ในมณฑลอานฮุย ผู้นำการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ เปิดตัวควอนตัมคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องใหม่ โดยพวกเขาตั้งชื่อหนึ่งในควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นว่า จูชงจือ 2 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อนักคณิตศาสตร์ของจีน ที่มีชีวิตอยู่เมื่อราวศตวรรษที่ 5   จูชงจือ 2 ได้รับการพัฒนา จนทำให้มันกลายเป็นควอนตัมคอมพิวเตอร์ ที่เร็วเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยมันมีตัวนำโปรแกรมขนาด 66 คิวบิต เร็วกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดอย่าง Sycamore ของ Google ในขนาด 55 คิวบิต ถึง 10 ล้านเท่าตัว และมันยังทำงานได้ซับซ้อนกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Google ถึง 1 ล้านเท่าตัว   ปานยังประกาศอีกว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์อีกเครื่องที่ได้รับการพํฒนาขึ้นมา มีชื่อว่า จิวจาง 2…

สหรัฐเพิกถอนใบอนุญาต “ไชน่า เทเลคอม” หวั่นถูกรัฐบาลจีนแทรกซึม

  คณะกรรมการด้านการสื่อสารของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FCC) มีมติเพิกถอนใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจของบริษัทไชน่า เทเลคอมในสหรัฐแล้ว เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ โดยการดำเนินการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า สหรัฐพยายามป้องกันไม่ให้บรรดาบริษัทของจีนแทรกซึมเข้าสู่เครือข่ายหลัก ๆ การตัดสินใจของ FCC ในครั้งนี้หมายความว่า ธุรกิจของไชน่า เทเลคอมในสหรัฐจะต้องยุติการให้บริการภายใน 60 วัน หลังจากที่ไชน่า เทเลคอมซึ่งเป็นบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่สุดของจีนนั้น ได้สิทธิ์ในการจัดหาบริการด้านการสื่อสารในสหรัฐมาเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี ทั้งนี้ FCC พบว่า ไชน่า เทเลคอม มีแนวโน้มที่จะถูกใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ ถูกครอบงำ และถูกควบคุมโดยรัฐบาลจีน นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ไชน่า เทเลคอม จะถูกบีบให้ดำเนินการตามข้อกำหนดของรัฐบาลจีนโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย นอกจากนี้ FCC ระบุว่า บริษัทที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของและควบคุมนั้นได้เพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐ โดยเปิดโอกาสให้ไชน่า เทเลคอม และรัฐบาลจีนสามารถเข้าถึง, จัดเก็บ, ขัดขวาง และ/หรือสร้างความเสียหายต่อการสื่อสารของสหรัฐ ทางด้านโฆษกของบริษัทไชน่า เทเลคอม อเมริกา กล่าวว่า การตัดสินใจของ FCC เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง พร้อมระบุว่า “ทางบริษัทจะพยายามหาทางออกในทุก ๆ ด้าน เพื่อที่จะสามารถให้บริการลูกค้าของเราต่อไป”…

หน่วยงาน FCC สหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้แบนโดรน DJI อ้างเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ

  กรรมาธิการของหน่วยงาน FCC สหรัฐอเมริกา เบรนแดน คาร์ (Brendan Carr) ออกมาเรียกร้องให้เพิ่มโดรนของ DJI ในบัญชี FCC Covered List ซึ่งอาจทำให้ DJI ไม่สามารถขายผลิตภัณฑ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีกต่อไป เนื่องจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ จากข้อความที่เผยแพร่ในหน้าเว็บไซต์ของ FCC คาร์กล่าวว่าบริษัท DJI มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้จำนวนมหาศาล ตั้งแต่ภาพความละเอียดสูงไปจนถึงเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า และเซนเซอร์ระยะไกลที่สามารถวัดอุณหภูมิร่างกายหรืออัตราการเต้นหัวใจของแต่ละคนได้     ยังมีการกล่าวต่อว่านักวิจัยด้่านความปลอดภัยยังชี้ให้เห็นถึงแอปในสมาร์ตโฟนของทาง DJI รวบรวมข้อมูลของผู้ใช้จำนวนมาก รวมถึงอดีตเจ้าหน้าที่ของเพนตากอนเองยังออกมาบอกว่าหน่วยงานของรัฐรับทราบเรื่องนี้ และเป็นเรื่องจริงที่โดรนของ DJI ส่งข้อมูลเหล่านี้กลับไปยังจีน   การที่ DJI รวบรวมข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ดูจะน่าหนักใจเป็นพิเศษ เนื่องจากกฎหมายข่าวกรองแห่งชาติของจีนให้อำนาจรัฐบาลจีนสามารถสั่งให้ DJI สามารถช่วยเหลือในเรื่องจารกรรมข้อมูลได้อย่างเต็มที่ และต้องบอกว่าทาง DJI ถูกจัดอยู่ใน ‘บัญชีดำทางเศรษฐกิจ’ ของกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว แม้ตามปกติแล้วบริษัทที่อยู่ในบัญชีดำจะขายผลิตภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกาได้ยากขึ้น แต่ดูเหมือนทาง DJI จะยังไม่ได้ประสบปัญหาเหล่านี้   คาร์ยังกล่าวให้เห็นทุกข้อกังวลมากมายที่มีต่อ DJI ให้หน่วยงานต่าง ๆ…

จีนตั้งหน่วยลับในซินเจียงไล่ล่าคนก่อนทำผิด

  จีนใช้เทคโนโลยีการพยากรณ์อาชญากรรมล่วงหน้าคล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง Minority Report ในซินเจียง สถาบันนโยบายและยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (ASPI) รายงานว่า หน่วยงานลับของพรรคคอมมิวนิสต์จีนยื่นมือเข้ามามีบทบาทโดยตรงในการใช้เทคโนโลยีการพยากรณ์อาชญากรรมล่วงหน้าในเขตปกครองตนเองซินเจียงทางตะวันตกของประเทศ รายงานของ ASPI ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากออสเตรเลียและสหรัฐระบุว่า คณะกรรมการกิจการการเมืองและกฎหมาย (PLAC) ของจีนกำลังใช้ระบบ “Minority Report” ซึ่งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งนำมาสู่การตรวจสอบชาวอุยกูร์หลายล้านคนด้วยเหตุผลเล็กๆ น้อยๆ อย่างการดาวน์โหลดแอพพลิเคชันแชร์ไฟล์ข้อมูล ASPI พบอีกว่า ในพื้นที่อื่นๆ ของจีน PLAC เป็นหน่วยงานประสานงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบระบบกฎหมายและความเรียบร้อยของประเทศโดยไม่ได้ลงมือปฏิบัติงานเองโดยตรง ขณะที่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงนั้น งบประมาณและความรับผิดชอบของ PLAC ขยายออกไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา   วิกกี้ สวี่ซิ่วจง ผู้เขียนร่วมรายงาน ระบุว่า “(หน่วยลับ) เป็นมือไม้ของพรรคมากกว่าที่จะเป็นหน่วยงานของรัฐบาล และพรรคอาจจะต้องการให้เจ้าหน้าที่ของพรรคในซินเจียงควบคุมเทคโนโลยีตรวจตรานี้โดยตรง” “บทบาทที่ชัดเจนและการเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงของ PLAC ในการปราบปรามซินเจียงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เนื่องจาก PLAC มีบทบาทมากขึ้นในการปราบปรามครั้งก่อนๆ” วิกกี้ สวี่ซิ่วจง เผย “สำหรับนักวิชาการหลายคน การมีอยู่ของ PLAC เป็นการพิสูจน์ว่าพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีนไม่ได้แยกต่างหากจากกันอย่างชัดเจน” รายงานดังกล่าวช่วยอธิบายเกี่ยวกับระบบการปกครองที่ขับเคลื่อนการปราบปรามในซินเจียงของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง   ทั้งนี้ วิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนในซินเจียงส่งผลให้ทางการสหรัฐ…

นักการเมืองอเมริกันต้องการให้โจ ไบเดนสั่งแบน Honor เหมือนที่แบน Huawei!

  รายงานล่าสุดจาก Reuters เผยว่า นักการเมืองในสหรัฐอเมริกากลุ่มหนึ่งต้องการให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) เพิ่ม Honor อดีตบริษัทลูกของ Huawei อยู่ในแบล็กลิสต์ของอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้ Honor สามารถส่งสมาร์ตโฟนที่มีบริการของ Google กลับสู่ท้องตลาดได้แล้ว Huawei ถูกสหรัฐอเมริกาตั้งแบล็กลิสต์ในปี 2019 โดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งอ้างว่าบริษัทเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้ Huawei ถูกตัดขาดจากการเข้าถึงสินค้าและเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ รวมถึงชิปและบริการจาก Google Honor ทำการตลาดแบบเน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้บริโภควัยเยาว์ ที่มีข้อจำกัดเรื่องงบสำหรับการซื้อสมาร์ตโฟน รวมทั้งมีการขายสินค้าอื่น ๆ เช่น สมาร์ตวอตช์ และเกมมิงแล็ปท็อป ในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา Huawei ขาย Honor เพื่อให้แบรนด์ลูกอย่าง Honor ได้เป็นอิสระจากการแบนของสหรัฐฯ การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ในที่สุด Honor หลุดออกจากการแบนของสหรัฐฯ และสามารถทำการค้ากับบริษัทอย่าง Qualcomm, Google, Microsoft, AMD, Intel,…