จีนส่งบอลลูนสอดแนมสหรัฐฯ? วิธีโบราณที่กลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง

  –  กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ตรวจพบบอลลูนที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นบอลลูนสอดแนมของจีนบินอยู่เหนือท้องฟ้าของประเทศ ขณะที่จีนยอมรับว่าบอลลูนเป็นของพวกเขาจริง แต่อ้างว่ามันลอยเข้าสหรัฐฯ อย่างไม่ตั้งใจ –  ปัจจุบันวิธีสอดแนมยอดนิยมคือการใช้ดาวเทียม แต่บอลลูนก็เริ่มกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี กับคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ดาวเทียมทำไม่ได้ –  การพบบอลลูนสอดแนมของจีนจุดประเด็นความขัดแย้งรอบใหม่กับสหรัฐฯ นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศ ประกาศเลื่อนกำหนดเดินทางเยือนปักกิ่ง ที่ไม่เกิดขึ้นมานานกว่า 5 ปี   ข่าวที่ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังสังเกตการณ์บอลลูนที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นบอลลูนสอดแนมของประเทศจีน ที่ลอยเหนือฟ้าสหรัฐฯ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย รวมถึงเรื่องที่ว่า มันมาทำไม   ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เส้นทางการบินของบอลลูนลูกนี้ ซึ่งพบเหตุครั้งแรกที่เมืองมอนทานา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ก.พ. 2566 อาจทำให้มันลอยผ่านพื้นที่อ่อนไหวหลายแห่ง และพวกเขากำลังดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อต่อต้านการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองของต่างชาติ   อีกคำถามที่เกิดขึ้นคือ หากบอลลูนดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อสอดแนมจริง เหตุใดจีนจึงเลือกใช้บอลลูนแทนที่จะเป็นดาวเทียม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การใช้บอลลูนเพื่อการสอดแนมเริ่มกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้งแล้ว เพราะมันมีข้อดีหลายอย่างที่ทำให้มันน่าสนใจไม่แพ้ดาวเทียม   แต่ไม่ว่าบอลลูนลูกนี้จะมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันได้สร้างความเสียหายเพิ่มเติมแก่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ย่ำแย่อยู่แล้ว และทำให้แผนการเดินทางเยือนจีนของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ…

จีนชี้สิ่งที่ลอยเข้ามาในสหรัฐ “คือเรือเหาะ” ยืนยัน “เป็นเหตุสุดวิสัยเลี่ยงไม่ได้”

  รัฐบาลปักกิ่งเน้นย้ำว่า วัตถุที่ลอยเข้าไปในสหรัฐ “คือเรือเหาะรวบรวมข้อมูลสภาพอากาศ” และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เป็นเรื่องสุดวิสัยยากหลีกเลี่ยง” ด้านรัฐบาลวอชิงตันยืนยันพบ “บอลลูนสอดแนมลูกที่สอง” ในเขตลาตินอเมริกา   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ ยืนยันว่า “วัตถุ” ที่รัฐบาลวอชิงตัน “สงสัยและกล่าวหา” ว่าเป็น “บอลลูนสอดแนม” ของรัฐบาลปักกิ่ง ลอยตัวอยู่ในเขตน่านฟ้าของสหรัฐ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา “คือเรือเหาะเก็บข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา”   ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เป็นอุบัติเหตุซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้” อย่างไรก็ตาม รัฐบาล นักการเมือง และสื่อมวลชนในสหรัฐต่างแสดงออกและให้ความเห็นกันอย่างเกินขอบเขต สะท้อนเจตนาชัดเจนว่า ต้องการใส่ร้ายป้ายสีและทำลายภาพลักษณ์ของจีน พร้อมทั้งยืนยันว่า รัฐบาลปักกิ่งเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศทุกข้อ ซึ่งรวมถึงการไม่ละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศอื่น   Tensions between the U.S. & China were heightened after a Chinese aerial balloon…

นานาชาติหวั่นถูกสอดแนม หลังจีนตั้งศูนย์อวกาศภาคพื้นดินในแอนตาร์กติกา

  จีน นอกจากจะเป็นประเทศที่ 3 ที่ส่งมนุษย์เยือนอวกาศหลังสหภาพโซเวียตและสหรัฐฯ เคยทำมาแล้วก่อนหน้า ล่าสุดแผ่นดินใหญ่ยังเล็งสร้างศูนย์อวกาศภาคพื้นดินในทวีปแอนตาร์กติกา เพื่อสนับสนุนเครือข่ายดาวเทียมสำรวจมหาสมุทร   เครือข่ายศูนย์อวกาศภาคพื้นดินของจีน จะจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับและสนับสนุนการส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ ขณะที่หลายประเทศเกิดความกังวลว่าจีนอาจใช้ศูนย์นี้เพื่อจารกรรมทางข้อมูล แม้ทางแผ่นดินใหญ่จะให้การปฏิเสธก็ตาม   ในปี 2020 ศูนย์อวกาศภาคพื้นดินจากสวีเดนที่ให้ช่วยส่งยานอวกาศแก่จีนได้ยุติการต่อสัญญาและทำธุรกิจร่วมกับแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากเกิดความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์   ขณะที่ China Aerospace Science and Technology Group Co. เล็งสร้างสถานีวิจัย Zhongshan ซึ่งเป็นหนึ่งในสองสถานีวิจัยถาวรของจีนบนทวีปแอนตาร์กติกา หลังจากชนะการเสนอราคาที่ 43.95 ล้านหยวน หรือราว 6.53 ล้านดอลลาร์   แม้จะมีภาพศูนย์อวกาศภาคพื้นดินแห่งใหม่ของจีนที่ตั้งในทวีปแอนตาร์กติกาเผยแพร่ออกมา แต่สำหรับรายละเอียดทางเทคนิคของโครงการกลับยังไม่ปรากฎ   โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของไอเดียที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทางทะเลของจีนและช่วยให้จีนกลายเป็นชาติมหาอำนาจเหนือน่านน้ำ   ขณะเดียวกัน ศูนย์อวกาศภาคพื้นดินของจีนที่ตั้งขึ้นใน Patagonia ประเทศอาร์เจนติน่า สร้างความกังวลให้กับนานาชาติถึงจุดประสงค์ของการตั้งศูนย์นี้ว่าจะมีการแอบสอดแนมหรือไม่   แม้ว่าทางการจีนจะยืนยันและรับรองว่าเป้าหมายของการสร้างสถานีคือการเฝ้าสังเกตการณ์ทางอวกาศเท่านั้น       ————————————————————————————————————————- ที่มา : …

“บอลลูนสอดแนม” จีนในอเมริกา ทำ รมว. ตปท. สหรัฐฯ เลื่อนเยือนปักกิ่ง

  แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การที่จีนเลือกส่งสิ่งที่ดูเหมือนบอลลูนเพื่อการสอดแนมเหนือน่านฟ้าอเมริกา เป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้และไร้ความรับผิดชอบ”   นักการทูตชั้นนำของสหรัฐฯ ผู้นี้ยกเลิกการเดินทางไปปักกิ่งอย่างกะทันหัน จากแผนเดิมที่ต้องการให้เป็นการประชุมระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ-จีนครั้งแรกในรอบหลายปี   ก่อนหน้านี้ จีนแสดงความเสียใจ โดยกล่าวว่าเป็นเรือเหาะตรวจสภาพอากาศที่ถูกพัดหลงเข้าไปในน่านฟ้าของอเมริกา   เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน   นายบลิงเคนกล่าวในแถลงการณ์เมื่อ 4 ก.พ. ว่าบอลลูนของจีน “ละเมิดอำนาจอธิปไตยของเรา”   “นี่เป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้และไร้ความรับผิดชอบ” เขากล่าว   “การเข้ามาของบอลลูน 1 วัน ก่อนการออกเดินทางเยือนที่วางแผนไว้นานเป็นเรื่องที่ไร้ความรับผิดชอบยิ่ง”   เดิมนายบลิงเคนมีกำหนดเยือนปักกิ่งระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ. เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ มากมาย รวมถึงประเด็นความมั่นคง ไต้หวัน และโควิด-19   แต่เมื่อ 2 ก.พ. เจ้าหน้าที่กลาโหมของสหรัฐฯ ประกาศว่าพวกเขากำลังติดตามบอลลูนตรวจการณ์ในระดับความสูงเหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ   วัตถุปริศนาทำหลายเที่ยวบินในรัฐมอนแทนาหยุดบิน | REUTERS   หลังการเปิดเผยของสหรัฐฯ…

เพนตากอนรายงานพบ “บอลลูนสอดแนม” ของจีน ลอยอยู่เหนือน่านฟ้าสหรัฐ

      เพนตากอน รายงานว่า พบ “บอลลูนสอดแนมของจีน” ลอยอยู่เหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 2-3 วันแล้ว   กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน รายงานว่า พบ “บอลลูนสอดแนมของจีน” ลอยอยู่เหนือน่านฟ้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 2-3 วันแล้ว แต่ตัดสินใจยังไม่ยิงให้ร่วงลงมาด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย   ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังติดตามความเคลื่อนไหวของบอลลูนดังกล่าว และล่าสุดพบว่ามันกำลังลอยข้ามรัฐมอนทานา ซึ่งมีสถานที่เก็บขีปนาวุธนิวเคลียร์มินิตแมน ทรี (Minuteman III) จำนวนหนึ่งของสหรัฐฯ อยู่     พล.จ.แพทริก ไรเดอร์ โฆษกเพนตากอน กล่าวว่า “ขณะนี้ บอลลูนกำลังเคลื่อนที่ในระดับความสูงเหนือการจราจรทางอากาศเชิงพาณิชย์ (สูงกว่า 12 กม.) และไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามทางทหารหรือทางกายภาพต่อผู้คนบนภาคพื้นดิน”   เขาเสริมว่า “มีการสังเกตพบบอลลูนลักษณะนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อตรวจพบบอลลูน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ดำเนินการทันทีเพื่อป้องกันการรวบรวมข้อมูลที่ละเอียดอ่อน”   เจ้าหน้าที่เพนตากอนกล่าวว่า มี “ความมั่นใจสูง” ว่านี่เป็นบอลลูนจากจีน…

ชักศึกเข้าบ้าน?? ฟิลิปปินส์ไฟเขียวอเมริกาเข้าใช้ฐานทัพเพิ่ม ร่วมมือสกัดปักกิ่งรุกทะเลจีนใต้-คุกคามไต้หวัน

    ฟิลิปปินส์ตกลงอนุญาตให้อเมริกาเข้าไปใช้ฐานทัพของตนเพิ่มอีก 4 แห่ง รวมกับของเดิมเป็น 9 แห่ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของชาติพันธมิตรเก่าแก่ 2 รายนี้ ที่ระบุว่าต้องการต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลทางทหารของปักกิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้ ตลอดจนความตึงเครียดเกี่ยวกับไต้หวัน   ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการเยือนกรุงมะนิลา กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ คาร์ลิโต กัลเวซ รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ เมื่อวันพฤหัสบดี (2 ก.พ.) ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ อนุมัติแล้วให้วอชิงตันสามารถเข้าถึงฐานทัพของฟิลิปปินส์เพิ่มอีก 4 แห่ง จากเดิม 5 แห่งภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมเพิ่มเติม (อีดีซีเอ) ซึ่งจัดทำกันไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2014   ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสของฟิลิปปินส์คนหนึ่งเผยว่า ทั้งสองประเทศกำลังเจรจาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเพิ่มฐานทัพอีกแห่งหนึ่ง เป็นแห่งที่ 10   ในการประกาศร่วมกันของ 2 ประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันพฤหัสฯ บอกว่าความเป็นพันธมิตรระหว่างฟิลิปปินส์กับอเมริกายืนหยัดมั่นคงท้าทายกาลเวลา และทั้งสองประเทศหวังว่า ฐานทัพเหล่านี้จะนำไปสู่การขยายความร่วมมือต่อไป   เวลาเดียวกันสหรัฐฯ ตกลงจัดสรรงบประมาณ…