นักวิจัยพบทวิตเตอร์เก็บข้อความส่วนตัวไว้เป็นปี แม้จะลบบัญชีออกไปแล้วก็ตาม

ภาพจาก Shutterstock Karan Saini นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์พบว่าทวิตเตอร์ไม่ได้ลบข้อมูลในแชทส่วนตัวออก แม้ผู้ใช้จะลบบัญชีนั้นไปแล้วก็ตาม โดยเขาพบข้อความที่มีอายุหลายปีใน archive ผ่านเว็บไซต์ซึ่งเขาพบว่าเป็นข้อความของบัญชีทวิตเตอร์ที่ไม่มีบนทวิตเตอร์แล้ว หรืออาจลบบัญชีออกไป ทวิตเตอร์ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวว่า เมื่อลบบัญชีออกและผ่านช่วงผ่อนผัน 30 วันไปแล้ว บัญชีผู้ใช้และข้อมูลต่างๆ ก็จะหายไปด้วย แต่จากการทดสอบโดยนักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์พบว่าไม่ไดเป็นเช่นนั้น เพราะยังสามารถกู้คืนข้อมูลแชทได้แม้จะผ่านไปเป็นปี โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน account’s data Saini บอกว่านี่น่าจะเป็น functional bug บั๊กที่ใช้งานได้มากกว่าจะเป็นความบกพร่องระบบความปลอดภัย แต่ก็เป็นปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวอยู่ดี เพราะทวิตเตอร์บอกจะลบ แต่กลายเป็นว่าข้อมูลยังอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อนักเคลื่อนไหวการเมือง นักข่าว ถ้ารัฐบาลเรียกดูข้อมูลที่ผ่านไปนานแล้ว และเป้นไปได้ว่าจะผิดกฎใหม่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล GDPR ด้วย ————————————– ที่มา : Blognone / 16 February 2019 Link : https://www.blognone.com/node/108170

เตือนภัยหน้า Facebook Login ปลอมหลอกขโมยรหัสผ่าน ใช้ HTML/Javascript ปลอมตัวเองให้เหมือนหน้าต่าง Browser

Credit: Myki หน้า Phishing ปลอมตัวเองเป็น Facebook เพื่อหลอกขโมยชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านนั้นเป็นแนวคิดที่เราพบเจอกันมานาน และหากตั้งใจสังเกตความผิดปกติในจุดต่างๆ นั้นก็พอจะสามารถหลบเลี่ยงจากการถูกหลอกได้ แต่ในครั้งนี้นักวิจัยด้าน Security ได้ค้นพบหน้า Facebook Login ปลอมแบบใหม่ที่สมจริงมากๆ ด้วยการใช้ HTML/Javascript มาปลอมตัวเองให้เหมือนเป็นหน้าต่างของ Browser ที่เราใช้งาน และแสดง URL แบบปลอมๆ เสมือนว่าเป็นเว็บจริง ทำให้ยากต่อการสังเกตและป้องกันตัวเองขึ้นไปอีก Antoine Vincent Jebara ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO แห่ง Myki ได้ออกมาให้ข้อมูลแก่ The Hacker News ถึงกรณีที่ทีมงานของเขาได้พบกับการโจมตี Phishing ที่สมจริงมากๆ ในครั้งนี้ โดยการโจมตีนี้จะปรากฏอยู่ในเว็บไซต์หรือ Blog ต่างๆ และจะแสดงหน้า Popup ขึ้นมาแจ้งว่าหากสนใจโปรโมชันหรือต้องการอ่านบทความต่อ จะต้องทำการ Login ด้วย Facebook เท่านั้น ซึ่งหากผู้ใช้งานหลงคลิกเข้าไป หน้าต่าง Facebook Login…

24 เว็บไซต์ดังถูกแฮ็ก ข้อมูลผู้ใช้กว่า 834 ล้านรายชื่อถูกขายใน Dark Web

Credit: ShutterStock.com สัปดาห์ที่ผ่านมาแฮ็กเกอร์ชาวปากีสถานได้ติดต่อมายังเว็บไซต์ The Hacker News ระบุว่าตัวเองได้ทำการแฮ็กเว็บไซต์ชื่อดังรายแห่ง แล้วนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ที่ได้ไปขายให้แก่กลุ่มอาชญากรไซเบอร์และขายบน Dark Web ซึ่งจนถึงตอนนี้เว็บไซต์บางรายยังไม่รู้ตัวว่าตนเองเกิดเหตุ Data Breach ด้วยซ้ำ เว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กแบ่งออกเป็น 2 ล็อต ล็อตแรกจำนวน 16 เว็บไซต์ โดยมีแฮ็กเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า gnosticplayersกำลังวางขายข้อมูลผู้ใช้ที่ได้มารวม 617 ล้านรายชื่อบน Dark Web Marketplace ที่ชื่อว่า Dream Market ด้วยมูลค่าประมาณ 630,000 บาทในรูปของ Bitcoin ดังนี้ Dubsmash — 162 ล้านรายชื่อ MyFitnessPal — 151 ล้านรายชื่อ MyHeritage — 92 ล้านรายชื่อ ShareThis — 41 ล้านรายชื่อ HauteLook — 28 ล้านรายชื่อ Animoto…

Password Checkup ส่วนเสริม Chrome ช่วยเตือนรหัสผ่านโดนแฮกรึไม่

มาแล้ว Password Checkup ส่วนเสริมของ Google Chrome ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เรามากขึ้น แจ้งให้เรารู้ได้ว่ารหัสผ่านเราถูกแฮกรึเปล่า เดือนที่ผ่านมาเรียกว่ามีการหลุดบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกแฮกมาเป็นจำนวนมหาศาล แถมข่าวช่องโหว่และการจู่โจมต่างๆก็ออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วผู้ใช้อย่างเราๆจะต้องระมัดระวังตัวมากแค่ไหนถึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อ ล่าสุดทาง Google ได้เพิ่มเครื่องมือใหม่ นั่นก็คือ Password Checkup ส่วนเสริมบน Google Chrome ที่ช่วยให้เราปลอดภัยมากขึ้น เมื่อเราติดตั้งและเปิดใช้งาน มันจะทำการเทียบบัญชีผู้ใช้ของคุณกับฐานข้อมูลที่ Google มีอยู่มากกว่า 4,000 ล้านข้อมูลที่บัญชีผู้ใช้ไม่ปลอดภัย เครื่องมือตัวนี้พัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสจาก Stanford University เพื่อให้มั่นใจว่าทาง Google จะไม่ได้ล่วงรู้ถึงบัญชีหรือรหัสผ่านของเราที่ถือเป็นความลับที่สุด เมื่อเราติดตั้งส่วนเสริมนี้บน Chrome แล้ว ก็จะมีไอคอนปรากฎขึ้นที่แถบด้านบน เมื่อเราทำการล็อกอิน Username หรือรหัสผ่านที่ไม่ปลอดภัย เคยมีประวัติในฐานข้อมูลว่าเคยโดนแฮกหรือมีรหัสผ่านหลุดออกมา ก็จะแจ้งให้เรารู้ทันที สิ่งที่เราต้องทำก็คือเข้าไปเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ให้เร็วที่สุดค่ะ ส่วนการทำงานนั้นจะออกแบบโดยไม่ให้รบกวนผู้ใช้คือ จะแจ้งเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้มีความเสี่ยงจริงๆ คนที่ตั้งรหัสผ่านที่เดาได้ง่ายอย่าง 123456 อันนี้จะไม่แจ้งเตือนค่ะ ——————————————————– ที่มา : Dailygizmo / Feb 6, 2019 Link : https://www.dailygizmo.tv/2019/02/06/google-chrome-password-checkup/

เมื่อ “ฟินเทค” กำลังถูก disrupt โดย “เทคฟิน”

โดย….เจษฎา สุขทิศ เมื่อ FinTech เองก็กำลังจะถูก disrupt…..คำว่า FinTech ซึ่งหมายถึงการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมทางการเงิน เมื่อดูจาก Google Trend เพิ่งจะเป็นคำที่รู้จักกันกว้างขวางในโลกประมาณ 5 ปี โดยเกิดมีบริษัท FinTech Startup ใหม่ ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการเงินประเทศหลัก ๆ ของโลก อย่าง Lufax, OneConnect ในประเทศจีน บริษัท Square, Paypal ของสหรัฐฯ หรือ Pure Digital Bank อย่าง Revolut, N26 ในยุโรป โดยบริษัทเหล่านี้สามารถใช้เงินทุนที่ต่ำ มีพนักงานจำนวนน้อยแต่สามารถขยายฐานผู้ใช้บริการสู่คนนับล้านและมีมูลค่ากิจการเทียบเคียงได้กับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่ตั้งมาเป็นสิบปีร้อยปี โลกดิจิทัลดูจะหมุนเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อล่าสุดบริษัทฟินเทคสตารท์อัพเองก็กำลังถูก disrupt เช่นกัน โดยผู้ที่เข้ามาขอแบ่งเค้กไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นเหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในโลกที่เป็นเจ้าของ Platform ที่มีผู้ใช้นับพันล้านคนนั่นเอง ซึ่งหลัก ๆ ก็ได้แก่ Facebook Apple Amazon Alibaba และ Tencent…

ผลตรวจเชื้อ HIV ของคนสิงคโปร์นับหมื่น หลุดออกมาบนโลกออนไลน์

กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า ข้อมูลที่ลับสุดๆ อย่างผลตรวจเชื้อเอชไอวีถูกเข้าถึงอย่างผิดกฎหมาย และถูกนำไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ด้วยฝีมือของนาย Mikhy K FarreraBrochez ซึ่งเป็นพลเมืองชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในฐานะวีซ่าทำงาน ซึ่งข้อมูลที่รั่วนี้กระทบกับผู้ที่เคยผ่านการตรวจเชื้อรวมหมื่นกว่าคน โดยข้อมูลผลตรวจที่หลุดแบบชัดเจนมีอยู่ถึง 14,200 รายการ อันประกอบด้วยข้อมูลของชาวสิงคโปร์ที่เคยรับการตรวจเชื้อจำนวน 5,400 คนจนถึงช่วงเดือนมกราคม 2556 และชาวต่างชาติที่เคยรับการตรวจเชื้อจนถึงช่วงเดือนธันวาคม 2554 ข้อมูลที่หลุดนั้นประกอบด้วยชื่อนามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, ข้อมูลติดต่ออย่างเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ตามทะเบียบบ้าน ควบคู่ไปกับผลตรวจเชื้อ HIV และข้อมูลทางการแพทย์อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่เข้ารับการตรวจช่วงก่อนเดือนพฤษภาคม 2550 จำนวนรวมกว่า 2,400 คน ทางกระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ได้รับแจ้งจากตำรวจท้องถิ่นว่า ข้อมูลดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของนาย Brochezซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงและยาเสพติดอยู่หลายรายการ โดยเฉพาะการปลอมสถานะการติดเชื้อเอชไอวีของเขาเองเพื่อรักษาสถานภาพของวีซ่าทำงาน รวมทั้งปลอมวุฒิการศึกษาเพื่อใช้เข้าสมัครงาน ก่อนหน้านี้เขาโดนคำสั่งขับไล่ออกนอกประเทศสิงคโปร์ไปแล้ว และปัจจุบันยังแอบอาศัยอยู่ตามชายฝั่ง ก่อนจะร่วมมือกับเพื่อนที่เป็นหมอเพื่อเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ———————————————————- ที่มา : Enterpriseitpro / 30 มกราคม 2562 Link : https://www.enterpriseitpro.net/data-of-14200-diagnosed-with-hiv-in-singapore-leaked-online/