Facebook ยอมรับ เปิดให้ Netflix, Spotify อ่านข้อความส่วนตัวของผู้ใช้

Mark Zuckerberg ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Facebook เคยยืนยันว่าผู้ใช้ 2.2 พันล้านคนมีสิทธิ์ควบคุมทุกอย่างที่แบ่งปันบน Facebook โดยไม่พูดถึงประเด็นว่าหลายคนไม่ทราบว่าขอบเขตการควบคุมนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง เฟซบุ๊ก (Facebook) ยอมรับต่อสาธารณชนว่า อนุญาตให้บริษัทอื่นสามารถอ่านข้อความส่วนตัวของผู้ใช้จริง การยอมรับนี้เกิดขึ้นหลังจากการตรวจสอบของสื่อใหญ่ New York Times ด้าน Facebook อ้างทุกอย่างได้รับความยินยอมจากผู้ใช้แล้วตั้งแต่คลิก “ลงชื่อใช้งานด้วยบัญชีเฟซบุ๊ก” หรือ sign in wilth Facebook account  การยอมรับของ Facebook เกิดขึ้นหลังจากสื่อใหญ่อย่าง NYT เปิดโปงว่า Facebook ได้มอบสิทธิให้บริษัทใหญ่อย่างเน็ตฟลิกซ์ (Netflix), สปอติฟาย (Spotify) และธนาคารรอยัลแบงก์ (Royal Bank of Canada) ให้สามารถอ่าน เขียน และลบข้อความส่วนตัวของผู้ใช้ Facebook ได้ ซึ่งแปลว่า การรับส่งข้อความส่วนตัวบน Facebook นั้น จะไม่มีความเป็นส่วนตัวอีกต่อไป นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า Facebook…

NASA เกิดเหตุ Data Breach ข้อมูลพนักงานกว่า 17,300 คนอาจรั่วสู่ภายนอก

Credit: Nasa.gov NASA ออกแถลงการณ์ยืนยันเกิดเหตุ Data Breach ซึ่งส่งผลกระทบต่อข้อมูลของพนักงานทั้งในอดีตและปัจจุบันรวมแล้วอาจมากถึง 17,300 ราย หลังจากพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์ไม่น้อยกว่า 1 เครื่องของเอเจนซี่ถูกแฮ็ก NASA ได้ส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังพนักงานภายในองค์กรเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า พบแฮ็กเกอร์นิรนามประสบความสำเร็จในการแฮ็กหนึ่งในเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ (Personally Identifiable Information: PII) ส่งผลให้สามารถเข้าถึงข้อมูลของอดีตพนักงานและพนักงานปัจจุบันของ NASA Civil Service ที่เริ่มทำงาน ออกจากงาน หรือเปลี่ยนฝ่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2006 จนถึงเดือนตุลาคม 2018 รวมแล้วประมาณ 17,300 คน ได้ เอเจนซี่ระบุว่า NASA ตรวจเจอเหตุการณ์ Data Breach นี้เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้ทำการวางมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันเครื่องเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อย รวมไปถึงแจ้งให้ทางเอเจนซี่ผสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของรัฐบาลกลางเพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลใดบ้างที่หลุดออกไป และบุคคลใดที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม NASA ยืนยันว่า เหตุการณ์ Data Breack นี้ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อภารกิจทางอวกาศที่กำลังดำเนินอยู่แต่อย่างใด เอเจนซี่ยังระบุอีกว่า พนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการแจ้งเตือน…

ครม.ไฟเขียว ร่าง กม.ความปลอดภัยไซเบอร์ – กม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

แฟ้มภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล ครม.มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ กำหนดภัยคุกคามเป็น 3 ระดับ คือ ระดับเฝ้าระวังในภาวะความเสียหายที่ไม่มาก ระดับความร้ายแรง และระดับวิกฤตทั่วประเทศ รวมทั้งเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแล 3 รูปแบบ คือ เจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูล และผู้ประมวลผลข้อมูล ตั้ง สนง.กก.ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงให้มีการตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลฯ 18 ธ.ค.2561 การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายด้านดิจิทัลสำคัญ 2 ฉบับ ซึ่ง พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ประกอบด้วย ร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่ง ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีสาระสำคัญเพื่อให้ประเทศสามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที มีหน้าที่ป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเฝ้าระวังภัยคุกคาม รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่า มีทั้งระบบสาขาและระบบความมั่นคงของรัฐ มีกำหนดภัยคุกคามเป็น 3 ระดับ คือ…

Digital Legacy : Google

เขียนโดย นางสาววรินทรา ศรีวิชัย 1. Internet Communication ปัจจุบันเทคโนโลยีถือเป็นตัวกำหนดภูมิทัศน์ทางสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถือเป็นความท้าทายในสังคมยุดิจิทัลซึ่งผู้ให้บริการในโลกธุรกิจต้องเผชิญ เพื่อให้เข้าใจถึงสภาพความท้าทายเหล่านี้ ในปี 1998 แลร์รี (Lawrence Larry Page) กับเชอร์เก (Sergey Mikhaylovich Brin) ได้ก่อตั้ง Google โดยบริหารงานด้วยหลักการที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องมุ่งเน้นไปยังผู้ใช้งาน พวกเขาเชื่อว่าถ้าสร้างบริการที่ดีเยี่ยมได้ โดยการสร้างเสิร์ชเอนจิน (Search Engine) ที่ดีที่สุด พวกเขาก็จะประสบความสำเร็จอย่างมาก ส่วนการสร้างเสิร์ชเอนจิน และบริการที่หลากหลายนั้น ได้ใช้กลยุทธ์ในการจ้างวิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถ ให้มากที่สุด แล้วให้อิสระในการทำงานซึ่งการเป็นผู้นำวิศวกรที่ฉลาดที่สุดเป็นทางเดียวที่จะทำให้กูเกิลเติบโตและบรรลุเป้าหมายได้ ดังนั้นเหตุผลที่แลร์รีและเชอร์เกจ้างเอริก ชมิดท์ (Eric Schmidt ) เข้าทำงานนั้นไม่ใช่เพราะความเฉียบไวทางธุรกิจของเขาเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเอริกเคยมีประสบการณ์เป็นนักเทคโนโลยีมาก่อน โดยเอริกเป็นผู้เชี่ยวชาญระบบปฏิบัติการ Unix เคยช่วยพัฒนา Java ที่หมายถึงภาษาที่ใช้ในการเขียนซอฟต์แวร์ และเป็นผู้ภูมิเรื่องเทคโลยีคอมพิวเตอร์เพราะเคยทำงานที่ Bell Lab มาก่อน ต่อมากูเกิลได้วางแผนการดำเนินงานโดยมุ่งเน้นไปยังผู้ใช้บริการ โดยการสร้างผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ เช่น Gmail…

‘เฟสบุ๊ก’ ยอมรับเกิดจุดบอดในการปกป้องรูปส่วนตัวของผู้ใช้เกือบ 7 ล้านคน

This photograph taken on May 16, 2018, shows a figurine standing in front of the logo of social network Facebook on a cracked screen of a smartphone in Paris.- AFP บริษัทเฟสบุ๊ก กล่าวว่า ความผิดปกติของซอฟท์แวร์ ทำให้เกิดจุดบอดในการปกป้องรูปส่วนตัวของผู้ใช้เกือบ 7 ล้านคน โดยทางบริษัทกล่าวขอโทษผู้ใช้ในแถลงการณ์ที่โพสต์บนบล็อกของบริษัท ข่าวนี้ถือเป็นอีกครั้งนี้ที่เฟสบุ๊กเผชิญกับปัญหาการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เฟสบุ๊กเปิดเผยเรื่องนี้ในวันศุกร์ และชี้ว่ามีแอพ 1,500 เเอพ ที่อาจเข้าถึงรูปส่วนตัวของผู้ใช้เป็นเวลา 12 วัน ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ——————————————————————————— ที่มา : VOA Thai / ธันวาคม 17, 2018 Link…

สหรัฐฯ เตือนประชาชนอยู่ในความสงบ หลังพบอีเมลสแปมขู่วางระเบิดทั่วสหรัฐฯ

ตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ ออกมาแจ้งเตือนให้ประชาชนอยู่ในความสงบ หลังพบแคมเปญอีเมลสแปมขู่วางระเบิดแพร่กระจายในหลายเมือง ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก ชิคาโก ดีทรอยต์ ซาน ฟรานซิสโก และวอชิงตัน หากไม่ยอมจ่ายค่าไถ่ $20,000 (ประมาณ 650,000 บาท) ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายและการอพยพหนีออกจากอาคารไปทั่วทั้งสหรัฐฯ จากการตรวจสอบพบว่าแคมเปญอีเมลสแปมดังกล่าวถูกส่งออกไปทั่วสหรัฐฯ กว่าหลายล้านฉบับ ถึงแม้ว่าหัวข้อและเนื้อหาจะแตกต่างกันไปบ้าง แต่หลักๆ แล้วคือการขู่วางระเบิดสถานที่ทำงานของเหยื่อ ถ้าเหยื่อไม่ยอมจ่ายประมาณ $20,000 ในรูปของ Bitcoin ถึงแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยจะออกมาระบุว่าอีเมลสแปมเหล่านี้เป็นเรื่องหลอกลวง แต่ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่กลับไม่คิดแบบนั้น ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายและการอพยพหนีออกจากอาคารไปทั่ว ในขณะที่ทางตำรวจสหรัฐฯ เองก็ได้รับรายงานอีเมลขู่วางระเบิดจากหลายๆ เมืองตลอดทั้งวัน จนถึงขั้นต้องส่งทีมกู้ระเบิดเข้าไปตรวจสอบในอาคารบางแห่ง มหาวิทยาลัย โรงเรียน สื่อสารมวลชน ศาล บริษัทเอกชน และหน่วยงานสาธารณะหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ก ชิคาโก ดีทรอยต์ ซาน ฟรานซิสโก ลาสเวกัส และวอชิงตัน ต่างได้รับอีเมลขู่จนทำให้ต้องอพยพฉุกเฉิน ส่งผลให้ทั้งธุรกิจและการให้บริการต่างๆ หยุดชะงัก จนในที่สุดตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ได้ออกประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดียให้ประชาชนอยู่ในความสงบและไม่ต้องสนใจอีเมลขู่ดังกล่าว รวมไปถึงไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายค่าไถ่แต่อย่างใด จากการตรวจสอบบัญชี Bitcoin ที่ระบุในอีเมลขู่ พบว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครจ่ายค่าไถ่ให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ————————————————————-…