เจาะ 4 ประเด็นสำคัญจากเอกสารลับ “เจเอฟเค” 2,000 ฉบับที่เผยแพร่ล่าสุด

  จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนสุดท้ายที่ถูกลอบสังหาร เอกสารที่เพิ่งเผยแพร่ใหม่กว่า 2,000 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ของสหรัฐอเมริกา มีความโดดเด่นไม่เพียงแต่เฉพาะเนื้อหาภายในเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งที่ถูกละเว้นเอาไว้ด้วย ดังที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ไว้ การสั่งให้เปิดเผยเอกสารครั้งล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ไม่ได้ตอบคำถามทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารเคนเนดี้ ที่เมืองดัลลาสเมื่อปี 1963 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์อเมริกา อย่างไรก็ตาม เอกสารชุดล่าสุดนี้ ประกอบด้วย เอกสารที่ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดที่ไม่มีการแก้ไข โดยมีการรวมเนื้อหาต้นฉบับไว้ในเอกสารชุดนี้แทนที่จะใช้สีดำถมหรือแทนที่ด้วยช่องว่าง นอกจากนี้ยังรวมถึงรายละเอียดหลายอย่างที่น่าสนใจจากมุมนักประวัติศาสตร์และผู้สังเกตการณ์คดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ หรือเจเอฟเค (JFK) การสอบสวนของรัฐบาลสหรัฐฯ สรุปว่า ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ คนพเนจร และอดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแปรพักตร์ไปอยู่กับสหภาพโซเวียตก่อนกลับมายังสหรัฐฯ ได้ก่อเหตุเพียงลำพังตอนยิงขบวนรถของเคนเนดี้จากอาคารใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม คนอเมริกันส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะไม่เห็นด้วย โดยผลสำรวจตลอดหลายทศวรรษชี้ให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่า คนส่วนใหญ่ยังคงสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังคงถูกตั้งคำถามพร้อมกับเกิดทฤษฎีสมคบคิดอันบ้าคลั่งถึงแม้ผ่านมาแล้วกว่า 60 ปี และการเปิดเผยเอกสารล่าสุดก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงประเด็นนี้ได้ ต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญบางประการ เปิดเผยเรื่องมือสังหารมากขึ้น แต่ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชื่นชมการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ว่าเป็นก้าวย่างสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารหลายแสนฉบับ ทว่าแม้จะให้คำมั่นมาหลายปี แต่เอกสารหลายฉบับก็ยังถูกปกปิดไว้หรือแก้ไขบางส่วน โดยเจ้าหน้าที่อ้างความกังวลต่อความมั่นคงของชาติ…

“มาเลเซีย แอร์ไลน์ส” ออกกฎ ห้ามนำพาวเวอร์แบงก์ใส่ช่องเก็บของเหนือศีรษะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์ ว่านับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้ ผู้โดยสารทุกเที่ยวบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส และสายการบินทุกแห่งที่อยู่ในเครือ ยังคงสามารถนำแบตเตอรี่สำรอง หรือพาวเวอร์แบงก์ เข้าสู่ห้องโดยสารได้ แต่ห้ามเก็บไว้ภายในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ

ในปี 2024 มัลแวร์ประเภท Infostealers ทำการขโมยข้อมูลกว่า 2.1 พันล้านรายการ

รายงานล่าสุดจาก Flashpoint ระบุว่า มัลแวร์ขโมยข้อมูล (Infostealers) กลายเป็นเครื่องมือหลักของอาชญากรไซเบอร์ในปี 2024 โดยมีการโจมตีอุปกรณ์กว่า 23 ล้านเครื่อง และขโมยข้อมูลบัญชีผู้ใช้กว่า 2.1 พันล้านรายการ ซึ่งคิดเป็นสองในสามของข้อมูลที่ถูกขโมยทั้งหมดในปีที่ผ่านมา มัลแวร์ประเภทนี้ถูกนำไปใช้ในแคมเปญโจมตีที่ซับซ้อน รวมถึงการแฮกระบบองค์กร การปล่อยแรนซัมแวร์ และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภาครัฐและเอกชน

เอกสารลับ กกต. เรียกนายก อบจ.ลำพูน รับทราบข้อกล่าวหา “วีระเดช” ถามนี่ลับแล้วเหรอ

วันที่ 20 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเปิดเผยเอกสารลับของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน เชิญ นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน มารับทราบข้อกล่าวหาและให้ถ้อยคำชี้แจงข้อกล่าวหา

สหรัฐฯถอนตัวยุโรปปั่นป่วน

  ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย แม้ว่าจุดร้อนแรงของสงครามจะอยู่ที่ตะวันออกกลาง เมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีกาซาครั้งใหญ่ แม้ในช่วงที่กำลังมีการเจรจาหยุดยิง โดยมีสหรัฐฯเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะมีผลทำให้การหยุดยิงต้องพังทลายลง และถ้าสหรัฐฯยังไม่สามารถหยุดยื้อเนทันยาฮู ในการก่อการร้ายได้ สงครามคงยืดเยื้อบานปลายไปสู่การโจมตีอิหร่าน โดยฝ่ายเนทันยาฮู จะพยายามชักจูงให้ทรัมป์เข้าร่วมปฏิบัติการ ทั้งๆที่อิหร่านมิได้เป็นภัยคุกคามสหรัฐฯเลย แต่เป็นภัยคุกคามอิสราเอลในประเด็นนี้จึงชี้ชัดได้ว่าสหรัฐฯมิได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯตามคำขวัญของทรัมป์ America First แต่กลายเป็น Israel First   ในอีกสมรภูมิขณะที่ทรัมป์มีแนวทางที่จะถอนตัวจากความขัดแย้งในยุโรป โดยเฉพาะต้องการยุติความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย นับเป็นแนวทาง American First โดยแท้จริง   ทั้งนี้เพราะทรัมป์ตระหนักว่าสหรัฐฯ ไม่อาจเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งใน 3 สมรภูมิ คือ ยุโรป ตะวันออกกลาง และจีนได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ในทางยุทธศาสตร์พบว่า จีนคือภัยคุกคามอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ ทั้งในแง่การทหาร เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ส่วนรัสเซียเป็นเพียงภัยคุกคามทางทหารในระยะสั้น จึงตัดสินใจถอนกำลังและการสนับสนุนทางการเงินและอาวุธ อันเป็นการถอนทางยุทธศาสตร์ เพื่อนำเอาสรรพกำลังไปเสริมสร้าง ความเข้มแข็งด้านสนามหลังบ้าน คือ ลาตินอเมริกา และอีกส่วน คือ การปิดล้อมจีนที่สหรัฐฯ ถือเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่ง  …

อินโดฯ ประท้วงเดือด รัฐบาลผ่านร่างแก้ไขกฎหมาย เพิ่มบทบาททหารในรัฐบาล

ชาวอินโดนีเซียออกมาชุมนุมประท้วง กรณีที่รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบในการผ่านร่างแก้ไขกฎหมายทหารฉบับใหม่ ที่เปิดทางให้นายทหารสามารถดำรงตำแหน่งในหน่วยงานพลเรือนได้ นักวิจารณ์เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ประเทศอินโดนีเซียกลับไปสู่ยุคมืดของเผด็จการทหารของซูฮาร์โต ซึ่งกินเวลานานถึง 32 ปี จนกระทั่งเขาถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งในปี 2541