เผย 3 พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ ด้วยบัตรเครดิต เสี่ยงตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพ

    ผู้เชี่ยวชาญเผย 3 พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ ด้วยบัตรเครดิต อาจเสี่ยงตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพ ในยุคที่อินเตอร์เน็ตก้าวหน้าการ ช็อปปิ้งออนไลน์ โดยใช้เพียงบัตรเดียว จึงสะดวกสบายสำหรับทุกคนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามพฤติกรรมดังกล่าวอาจนำไปสู่การหลอกลวงจากกลุ่ม มิจฉาชีพ มาที่หน้าประตูบ้านของคุณได้   จากการสำรวจล่าสุดของ Security.com ซึ่งเป็นบริษัทระบบรักษาความปลอดภัยในสหรัฐ พบว่าประมาณร้อยละ 63 ของประชากรใน สหรัฐเคยประสบกับการฉ้อโกงบัตรเครดิต โดยมีมูลค่าสะสมสูงถึง 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ   ภาพประกอบ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความปลอดภัยในบ้าน เตือนผู้คนให้ปรับปรุงพฤติกรรมอันตราย 3 ประการที่มักมองข้ามไปเมื่อซื้อของออนไลน์       1.นิสัยการใช้รหัสผ่านที่เดาง่าย โดยแต่ละบัญชีควรใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน หมายความว่าหากเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งถูกแฮ็ก แฮกเกอร์ก็สามารถบุกรุกบัญชีอื่นๆ ของคุณได้อย่างง่ายดาย สำหรับวิธีลดความเสี่ยงนั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ขั้นแรกคุณสามารถสมัครใช้งานตัวจัดการรหัสผ่าน ซึ่งสามารถสร้างรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันและซับซ้อนได้ โดยอัตโนมัติ ตัวจัดการรหัสผ่านยังต้องการรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำใครและซับซ้อน และหลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านนั้นในเว็บไซต์อื่น   2.การช็อปปิ้งออนไลน์ผ่าน Wi-Fi สาธารณะ “การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะนั้นไม่ปลอดภัยโดยเนื้อแท้ และไม่ควรใช้เพื่อการจับจ่ายซื้อของหรือป้อนข้อมูลบัตรเครดิต เนื่องจากข้อมูลของคุณอาจถูกเข้าถึงได้ง่าย” โดยเน้นย้ำว่าพฤติกรรมทั้งสองนี้มีความอันตรายมาก…

อินเดียส่งทหารรักษาความสงบ เหตุประท้วงกฎหมายเงินบริจาคทางศาสนา ของชาวมุสลิม

ชาวอินเดียมุสลิมจำนวนมากเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงในรัฐเบงกอลตะวันตก เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายของรัฐบาลกลางที่เป็นการลดทอนสิทธิของชาวมุสลิมในการบริหารจัดการเงินบริจาคทางศาสนา (Waqf Amendment Act) มูลค่ากว่า 14,000 ล้านดอลลาร์

AI x CCTV เทคโนโลยีใหม่ ช่วยจับตาความปลอดภัยสงกรานต์

กทม.ได้นำระบบ “AI x CCTV” หรือการผสานการทำงานระหว่างกล้องวงจรปิด (CCTV) กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นเครื่องมือเสริมในการเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่จัดงานสงกรานต์หลัก 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยเฉพาะจุดที่มีนักท่องเที่ยวแออัด

แผ่นดินไหวเมียนมา กับโอกาสเกิดสันติภาพ

  Damaged Maha Aungmye Bonzan Monastery, commonly known as the Me Nu Brick Monastery, is seen in the aftermath of Friday’s earthquake in Innwa, Tada-U township, Mandalay, Myanmar, Friday, April 4, 2025. (AP Photo)     เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เมียนมาเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.2 แมกนิจูด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศที่กำลังประสบกับความขัดแย้งทางการเมือง และการต่อสู้ที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ระหว่างฝ่ายรัฐบาลทหารของเมียนมากับบรรดากลุ่มต่อต้าน   การเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้รับความเสียหาย แต่ยังได้จุดชนวนทำให้เกิดการหยุดยิงชั่วคราวจากฝ่ายที่ขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากในช่วงเวลาที่ความรุนแรงระหว่างกองทัพเมียนมาและกลุ่มต่อต้านการปกครองของทหารยังคงดำเนินอยู่   โดยหลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งนี้ ฝ่ายต่อต้าน การปกครองของทหารในเมียนมา ได้ประกาศหยุดยิงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เพื่อลดความรุนแรงและเปิดโอกาสให้มีการบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย…

The Great Polarization: โลก ‘หลังทรัมป์’ ที่อเมริกาไม่ใช่เจ้าโลกอีกต่อไป

  ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส TDRI มองว่าโลกกำลังเข้าสู่ “The Great Polarization” ไม่ใช่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ แต่เป็นการแบ่งขั้วระหว่างประเทศที่ปรับตัวได้กับปรับตัวไม่ได้ ท่ามกลางสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่ทวีความรุนแรง ชี้ประเทศที่มีหนี้ต่ำ นโยบายยืดหยุ่น และไม่ยึดติดรูปแบบเศรษฐกิจเดิมจะเป็นผู้ชนะ ขณะที่ทุกประเทศต้องเตรียมรับมือการถูกบังคับให้เลือกข้าง   ท่ามกลางความปั่นป่วนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก สถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดร. นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้วิเคราะห์ถึงระดับความรุนแรงของสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญใน งานเสวนาโต๊ะกลม “ผ่ากำแพงภาษี “ทรัมป์” ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ : Trump’s Uncertainty”  โดยความรุนแรงแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน   ระดับที่ 1: มุ่งเน้นเรื่องภาษี (Tariff) เพียงอย่างเดียว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน   ระดับที่ 2: มีความรุนแรงมากขึ้น โดยจะขยายวงกว้างไปถึงภาคบริการและตลาดทุน ซึ่งจะสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อ ระบบเศรษฐกิจโลก   ระดับที่ 3: เป็นระดับที่น่ากลัวที่สุด เปรียบเสมือน “สงครามโลกครั้งที่ 3” ทางด้านการค้า ที่จะนำไปสู่การแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างสหรัฐฯ…

มิจฉาชีพล่าเหยื่อ ‘ผู้สูงอายุ’ ระวังหลงกลเจ้าหน้าที่รัฐเก๊ ‘ดูดเงิน’

    ไม่ใช่แค่คนไทยที่ไว้ใจกันเกิน รัฐบาลสหรัฐเผยมิจฉาชีพล่าเหยื่อ ‘ผู้สูงอายุ’ พบกลโกงออนไลน์รูปแบบใหม่ ‘ดูดเงิน’ กว่า 8.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า     “ยุคดิจิทัล” มาพร้อมกับความสะดวกสบายและโอกาสมากมาย  ทว่าในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างไร้พรมแดนนี้ก็ได้กลายเป็นช่องทางอันแสนสะดวกให้กับเหล่า “มิจฉาชีพ” ในการก่ออาชญากรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและจิตใจของผู้บริสุทธิ์อย่างมหาศาล เรื่องนักต้มตุ๋น มิจฉาชีพ กลโกงออนไลน์ ไม่ได้มีเพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะตอนนี้ปัญกาการถูกหลอกลวงระบาดไปทั่วโลก รวมถึงดินแดน “สหรัฐ” ด้วย     ข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 ได้สะท้อนให้เห็นถึงความน่ากังวลของสถานการณ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยมีการรายงานมูลค่าความเสียหายจากการฉ้อโกงสูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 8.4 หมื่นล้านบาท  ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากปี 2563  เรื่องนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยว่าอาชญากรรมออนไลน์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรง   กลุ่ม ‘สูงวัย’ เป้าหมายมิจจี้ “ผู้สูงอายุ” เป็นกลุ่มที่น่ากังวล โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป แม้ว่าจะมีรายงานการฉ้อโกงจากกลุ่มนี้เพียง 4%…