‘ตร.ไซเบอร์’ เตือนระวังกรมสรรพากรปลอม อ้างให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 68 มีผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก “ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.” ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนประชาชน เมื่อมิจฉาชีพส่ง Email แอบอ้างเป็นกรมสรรพากร และแจ้งว่ามีโครงการลดหย่อนภาษี โดยจะให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อล้วงข้อมูลสำคัญนั่นเอง

ราชทัณฑ์ แจงกรณี “ผู้ต้องขัง ย. กดไลค์ ไอจี น้องชาย” คาดผู้อื่นรู้รหัสผ่าน

วันที่ 16 มีนาคม 2568 มีรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงกรณีที่เพจเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า บิ๊กเกรียน ได้โพสต์ข้อความ “ย.(เป็นผู้หญิง) ติดคุก แต่เล่น Social media ได้ไหม เห็นกด Like Instagram น้องชาย ทาง อ.ปานเทพ พันพงพันธุ์ เห็นแล้ว” โดยตีความว่าอาจเป็น “แยม ธมลพรรณ์” ซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง นั้น

ระวัง!มิจฉาชีพ ปลอมแอปฯ’ทางรัฐ‘ขโมยข้อมูล ‘เงินหมื่นเฟส3’

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) และ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)ได้ติดตามและตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายการก่ออาชญากรรมออนไลน์

AI ปลดล็อก 3 อุตสาหกรรมไร้ขีดจำกัด การแพทย์ พลังงาน อินเทอร์เน็ต

  ‘อเล็กซ์ บลาเนีย’ มอง AI ปลดล็อกศักยภาพ 3 อุตสาหกรรมไร้ขีดจำกัด ‘การแพทย์-พลังงาน-อินเตอร์เน็ต’ เร่งกระบวนการทำงานเร็วขึ้น 10 เท่า พร้อม 2 วิธีรับมือ AI ทรงพลัง   “อเล็กซ์ บลาเนีย” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ World เปิดเผยในงาน The World’s Next Opportunity and Beyond ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี หรือ MFC ร่วมกับเนชั่นกรุ๊ป เมื่อวันที่ 14 มี.ค.68   ว่า AI จะเปลี่ยนแปลงแทบทุกอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์ พลังงาน อินเตอร์เน็ต ในอีก 5 ปีข้างหน้า AI  จะทำให้ระยะเวลาของกระบวนการต่างๆ ในสาขาต่างๆ รวดเร็วขึ้นถึง 10…

รัฐบาลจีนจับตาสถานการณ์ของ DeepSeek อย่างใกล้ชิด จำกัดการเดินทางและคัดกรองนักลงทุน

จีนกำลังจับตาดู DeepSeek อย่างใกล้ชิด แม้ว่าจะเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่โดดเด่นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าพนักงานบางส่วนถูกจำกัดการเดินทางไปต่างประเทศ และรัฐบาลจีนเข้ามาคัดกรองนักลงทุนที่มีศักยภาพให้กับบริษัท

6 กรณีศึกษา แบงก์กับเหยื่อโจรออนไลน์ในสิงคโปร์

    “Summary“ จาก 6 กรณีศึกษาในสิงคโปร์ พบว่าการร่วมรับผิดชอบของผู้ประกอบการมีเงื่อนไขให้พิจารณามากมาย เพราะ 5 ใน 6 เคสที่ยกมา คนสิงคโปร์ที่ตกเป็นเหยื่อต้องรับผิดชอบความเสียหายเอง 100% ยกเว้นเคสสุดท้ายที่พิสูจน์ได้ว่าสถาบันการเงินทำงานล้มเหลว   ร่างปรับปรุงแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอเมื่อวันที่ 28 ม.ค.2568 ที่ผ่านมา กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานกฤษฎีกา ก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเป็นลำดับต่อไป   นอกเหนือจากการระดมปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนบริเวณตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวจะช่วยปกป้องเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ได้เท่าทันและมีประสิทธิภาพขึ้น ครอบคลุม 3 สาระสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่   1. การควบคุมดูแลไม่ให้มีการโอนเงินที่ได้จากการหลอกออนไลน์ไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะทำให้การติดตามคืนเป็นไปได้ยาก การหยุดยั้งนี้จะช่วยทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอายัดเงินในบัญชีธนาคารได้มากขึ้น   2. การสร้างระบบการคืนเงินที่ค้างอยู่ในบัญชีธนาคารที่ยึดไว้หรือที่ระงับการโอนไว้โดยหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจะทำให้คืนเงินให้ผู้เสียหายได้เร็วขึ้น   3. การร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเหยื่อของธนาคาร ค่ายมือถือ และสื่อโซเชียลมีเดีย หากพบกรณีที่ผู้ประกอบการไม่ยกระดับความระมัดระวังและความร่วมมือในการป้องกันตามมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพที่ดีพอ   ร่างแก้ไขพ.ร.ก.ดังกล่าวมีต้นแบบมาจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดกรอบความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility…