“จีน” ออกกฎหมายปราบ Deepfakes เริ่มต้นปี 66

  กฎระเบียบ Deepfakes คือ เทคโนโลยีที่ใช้สร้างสื่อสังเคราะห์เพื่อปลอมแปลงลักษณะบุคคลต่า งๆ ตกแต่ง ดัดแปลงภาพหรือวีดิโอขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น ใส่หน้านักการเมืองทับวีดิโอที่มีอยู่ หรือแม้แต่คำพูดเป็นเท็จ   รัฐบาลปักกิ่ง ประกาศกฎควบคุมการใช้เทคโนโลยี Deepfakes เมื่อต้นปีนี้ และได้ข้อสรุปในเดือนธันวาคม โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2566   ข้อปฏิบัติตามกฎระเบียบ Deepfakes คือ   1.ต้องได้รับความยินยอมหากจะนำภาพไปใช้ด้วยเทคโนโลยี deepfakes ใด ๆ 2. จะต้องไม่นำภาพไปตกแต่ง เพื่อนำไปเผยแพร่เป็นเฟคนิวส์ 3. การใช่บริการ Deepfake จำเป็นต้องตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้ 4. เนื้อหา ภาพหรือวีดิโอต้องแจ้งให้ทราบว่าได้ใช้เทคโนโลยีที่สร้างหรือตกแต่งภาพ 5. ห้ามทำเนื้อหา ภาพหรือวีดิโอ ซึ่งขัดต่อกฎหมายประเทศ เช่น ภัยต่อความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ หรือเศรษฐกิจประเทศ   อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านไซเบอร์สเปซของจีนเป็นผู้ควบคุม และเป็นบังคับใช้กฎระเบียบเหล่าดังกล่า       ——————————————————————————————————————————————————————————————————- ที่มา :           …

FBI เตือนให้ระวังโฆษณาปลอมบนเสิร์ชเอนจิน

  สำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) ออกคำเตือนให้ระวังอาชญากรไซเบอร์ที่ซื้อโฆษณาปลอมบนเสิร์ชเอนจินที่จะลวงผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์อันตราย   อาชญากรเหล่านี้ซื้อโฆษณาที่จะปรากฎอยู่บนผลการค้นหาโดยใช้ชื่อโดเมนที่คล้ายกับธุรกิจที่มีอยู่จริง ซึ่งเมื่อคลิกแล้วจะนำผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บที่ดูเหมือนของจริงมาก   ในคำแถลงเผยว่าเว็บไซต์เหล่านี้ซ่อนมัลแวร์เรียกค่าไถ่เอาไว้ รวมถึงจะขโมยข้อมูลการล็อกอิน และข้อมูลทางการเงิน โดยเฉพาะแพลตฟอร์มคริปโทเคอเรนซี   โดยในบางเว็บไซต์จะมีบริการดาวน์โหลดโปรแกรมที่แท้จริงแล้วเป็นมัลแวร์ ขณะที่เว็บไซต์อีกส่วนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเว็บไซต์สถาบันทางการเงิน ก็จะหลอกให้ผู้ใช้งานเข้าล็อกอินโดยใส่รหัสผ่านจริง   FBI แนะนำวิธีการป้องกันโดยให้ตรวจสอบดูว่า URL นั้นเป็นของจริงและมีการสะกดคำผิดหรือไม่ พยายามใส่ URL เว็บไซต์ของธุรกิจที่ต้องการเข้าชมแทนการค้นหา และควรใช้ส่วนเสริมที่ปิดกั้นโฆษณา (ad blocking extension) บนเว็บเบราว์เซอร์       ——————————————————————————————————————————————————————————————————- ที่มา :                      beartai.com                  …

“ฟิลิปปินส์” สั่งทหารตรึงกำลังทะเลจีนใต้ “จีน” ขยายเกาะเทียม

  กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์มีคำสั่งให้ตรึงกำลังทหารในทะเลจีนใต้ หลังจากตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวของจีนในน่านน้ำที่ตกเป็นข้อพิพาท ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเกาะที่ฟิลิปปินส์ยึดครอง   กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยแถลงการณ์ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานในสัปดาห์นี้ว่า จีนได้ทำการก่อสร้างบนพื้นที่ ที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย 4 แห่งในหมู่เกาะสแปรตลี ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาท แต่ทางการจีนชี้แจงว่าข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง   แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ ระบุว่า การรุกล้ำหรือบุกรุกพื้นที่ใด ๆ ก็ตามภายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ 200 ไมล์ของฟิลิปปินส์ ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของหมู่เกาะปากาซา หรือเกาะทิตู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอธิปไตยฟิลิปปินส์   “เราขอเรียกร้องให้จีนรักษากฎระเบียบระหว่างประเทศ และงดการกระทำใดๆ ที่จะโหมกระพือความตึงเครียด” กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ กล่าว   ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลา เน้นย้ำว่า จีนได้ปฏิบัติตามฉันทามติของผู้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการไม่พัฒนาแนวปะการัง และเกาะร้าง     เปิดดาวเทียมจับภาพ “จีน” ขยายเกาะเทียมในทะเลจีนใต้   ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นจีนเริ่มขยายขนาดเกาะเทียม ในบริเวณหมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนใต้ ที่จีนเข้าไปอ้างกรรมสิทธิ์   ฟิลิปปินส์ได้แสดงความวิตกอย่างยิ่งที่จีนเข้าไปยึดพื้นที่ส่วนที่ว่างของหมู่เกาะแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ และการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะทำลายปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ที่ผู้อ้างกรรมสิทธิ์ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ให้คำมั่นว่า “จะหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจขยายข้อพิพาท” ที่รวมถึงการเข้ายึดครองดินแดนที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย   ภาพถ่ายดาวเทียมที่ได้มาจากทางการสหรัฐ เกาะเทียมที่สร้างขึ้นใหม่ได้ปรากฏอยู่รอบหมู่เกาะพิพาท…

บริษัทแม่ TikTok เผย มีพนักงานแอบเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของนักข่าวอเมริกัน

FILE PHOTO: Illustration shows TikTok app logo   บริษัทจีน “ไบต์เเดนซ์” (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทเเม่ของแอป TikTok กล่าววันพฤหัสบดีว่าพนักงานจำนวน 4 คนของบริษัท เข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวของนักข่าวสหรัฐฯ 2 ราย และเจ้าหน้าที่เหล่านั้นถูกไล่ออกในเวลาต่อมา ตามรายงานของรอยเตอร์   การกระทำอันไม่เหมาะสมนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสืบข้อมูลที่รั่วไหลของบริษัท โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อระบุความเชื่อมโยงของนักข่าว 2 รายกับพนักงานของบริษัท   อย่างไรก็ตาม การสืบสวนดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ ตามข้อมูลของผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของ “ไบต์เเดนซ์” อิริช แอนเดอร์เซน   นิวยอร์กไทมส์คือสื่อฉบับเเรก ๆ ที่รายงานการเปิดเผยครั้งนี้ โดยเหตุการณ์นี้อาจสร้างแรงกดดันต่อเนื่องสำหรับ TikTok ซึ่งกำลังโดนรัฐบาลอเมริกันและนักการเมืองในสภาสหรัฐฯ เพ่งเล็งเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ TikTok ในอเมริกา ที่มีอยู่กว่า 100 ล้านคน   รอยเตอร์อ้างเเหล่งข่าวที่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ที่กล่าวว่าพนักงานไบต์แดนซ์ 4 คน ถูกไล่ออกเนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยอยู่ในอเมริกา 2…

ญี่ปุ่นตรวจสอบข้อมูล จีนตั้ง “สถานีตำรวจนอกอาณาเขต”

  รัฐบาลญี่ปุ่นเป็นประเทศล่าสุด ซึ่งกำลังตรวจสอบข้อมูลว่า จีนแอบเข้ามาตั้ง “สถานีตำรวจ” ในประเทศ ด้านรัฐบาลปักกิ่งยืนกรานปฏิเสธ   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่า นายฮิโรคาซุ มัตสึโนะ โฆษกคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงประจำวันพฤหัสบดี ว่า รัฐบาลโตเกียวกำลังตรวจสอบรายงานของ “เซฟการ์ด ดีเฟนเดอร์ส” ซึ่งเป็นองค์กรอิสระสังเกตการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในเอเชีย แต่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในสเปน เกี่ยวกับ “สถานีสาขาต่างประเทศ” ของสำนักงานตำรวจจีน และหนึ่งในนั้นอยู่ที่ญี่ปุ่น   Japan to look into group's report of secret Chinese police stations https://t.co/lgj3MwKdAf pic.twitter.com/8Smbbg0Omm — Reuters (@Reuters) December 22, 2022   ในเบื้องต้น กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นได้ดำเนินการตามช่องทางการทูตไปยังรัฐบาลปักกิ่ง “เพื่อแสดงความวิตกกังวล” ต่อรายงานงานดังกล่าว ซึ่งระบุด้วยว่า จีนได้ดำเนินการในอย่างน้อย…

ย้อนปมขัดแย้งจีน-อินเดีย ปัญหาพรมแดนปะทุ ปะทะเดือดครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี

  กองทัพจีนและอินเดียปะทะกันบริเวณชายแดนพื้นที่พิพาทบนเทือกเขาหิมาลัย ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี หลังทั้งสองฝ่ายพยายามลดความตึงเครียด จากเหตุการณ์ปะทะครั้งใหญ่ จนคร่าชีวิตทหารไปอย่างน้อย 24 นาย เมื่อปี 2563   กองทัพอินเดียออกมาระบุเมื่อวันจันทร์ (12 ธ.ค.) ว่า ทหารของตนได้ปะทะกับทหารกองทัพจีนในพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ทำให้มีทหารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง   การปะทะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ (9 ธ.ค.) ในพื้นที่เมืองตาวัง รัฐอรุณาจัลประเทศ ซึ่งเป็นพรมแดนทางตะวันออกสุดของอินเดีย   โดยกองทัพอินเดียระบุในแถลงการณ์ว่า ทั้งสองฝ่ายได้ถอนกำลังออกนอกพื้นที่ในทันทีหลังเกิดการปะทะ ในขณะที่ผู้บัญชาการของทั้งสองได้จัดการเจรจาขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อรื้อฟื้นสันติภาพและความสงบสุขในพื้นที่   อย่างไรก็ตาม จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ทางการจีนยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงแหล่งข่าวจากกองทัพอินเดียที่เปิดเผยว่า มีทหารอินเดียได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการปะทะครั้งนี้อย่างน้อย 6 นาย       เกิดอะไรขึ้นที่พรมแดนจีน-อินเดีย   จีนและอินเดียมีพรมแดนร่วมกันเป็นระยะทางยาว 4,056 กิโลเมตร แต่ในระยะทางดังกล่าวมีอยู่ราว 3,440 กิโลเมตร เป็นจุดที่ไม่สามารถกำหนดเส้นแบ่งเขตแดนได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นแนวแม่น้ำ ทะเลสาบ…