เตือนมัลแวร์ Roaming Mantis เริ่มพุ่งเป้า Apple iOS และ PC ทั่วโลก

หลังจากที่ Roaming Mantis ซึ่งเป็นมัลแวร์ DNS Hijacking เริ่มแพร่ระบาดเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าอุปกรณ์ Android ในเขตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุดพบว่าแฮ็กเกอร์เบื้องหลังมัลแวร์ได้ทำการอัปเกรดให้สามารถโจมตีอุปกรณ์ Apple iOS และ Desktop ไปยังทั่วโลกได้แล้ว Kaspersky Lab ผู้ให้บริการโซลูชัน Endpoint Protection ชั้นนำของโลก ได้ออกมาแจ้งเตือนถึงแคมเปญมัลแวร์ Roaming Mantis หลังจากที่ก่อนหน้านี้ใช้แพร่กระจาย Banking Malware บนอุปกรณ์ Android พบว่าล่าสุดแฮ็กเกอร์ได้เพิ่มการโจมตีแบบ Phishing บนอุปกรณ์ Apple iOS และ Cryptocurrency Mining Script สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ PC นอกจากนี้ ยังขยายฐานโจมตีจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงเกาหลีใต้ จีน บังกลาเทศ และญี่ปุ่น ไปสู่ยุโรปและตะวันออกกลางอีกด้วย เช่นเดียวกับแคมเปญก่อนหน้านี้ Roaming Mantis ยังคงแพร่กระจายตัวผ่านทาง DNS Hijacking โดยแฮ็กเกอร์จะทำการเปลี่ยนการตั้งค่า DNS บนอุปกรณ์…

พาสปอร์ตอียูผิดกฎหมาย หามาได้ง่ายแค่ไหน?

 บีบีซี ได้ลงไปค้นหาคำตอบเกี่ยวกับการหาหนังสือเดินทางผิดกฎหมายในตุรกี ซึ่งจะทำให้ผู้ถือหนังสือเดินทางนั้นเข้าไปในเขตเชงเกนของสหภาพยุโรปได้ การทำพาสปอร์ตอียูผิดกฎหมาย ง่ายแค่ไหน? ทีมงานบีบีซี กำลังค้นหาคำตอบอย่างไม่เปิดเผยในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี นาวาล อัล-มากาฟี บีบีซี อาราบิก กล่าวว่า “มีกลุ่มเฟซบุ๊กหลายกลุ่ม ที่มีคนซื้อขายพาสปอร์ต, เอกสารการเดินทาง และบัตรประจำตัว ผู้พักอาศัยในยุโรป ฉันคลิกเข้าไปในกลุ่มหนึ่ง ที่มีสมาชิกมากกว่า 5,000 คน เราลองโพสต์หาพาสปอร์ต สำหรับคนอายุราว 30 ปี ภายในแค่ 2-3 ชั่วโมง มีคนตอบมากว่า 10 ข้อความ” ทีมงานบีบีซี เดินทางไปพบกับชายกลุ่มหนึ่ง ที่อ้างว่ามีเอกสารขาย “พาสปอร์ตนี้ใช้ได้ภายในอียู ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าคุณนำมันไปใช้ ของแท้ 100%” นายหน้ากล่าว ชายกลุ่มนี้อ้างว่า ได้เอกสารนี้มาจากผู้ลี้ภัย ซึ่งตัดสินใจเดินทางออกจากยุโรป พวกเขาบอกว่า ถ้าคุณหน้าตาคล้ายกับ เจ้าของพาสปอร์ต ก็จะเดินทางง่ายขึ้น ผู้สื่อข่าวบีบีซี ถามต่อว่า มีพาสปอร์ตบริติชขายหรือไม่? เขาตอบว่าไม่มี พาสปอร์ตบริติชราคาแพงมาก โดยอาจสูงถึง…

พบมัลแวร์ StalinLocker ไล่ลบไฟล์ผู้ใช้หากไม่สามารถกรอกโค้ดที่ถูกต้อง

MalwareHunter ได้พบมัลแวร์ที่มีพฤติกรรมการทำลายล้างและล็อกหน้าจอที่ชื่อ Stalinlocker หรือ StalinScreamer โดยจะให้เวลาเหยื่อ 10 นาทีเพื่อกรอกโค้ดให้ถูกต้องเพื่อหยุดการทำงาน มิเช่นนั้นจะลบไฟล์บนไดร์ฟของเครื่อง นอกจากนี้ในขณะที่รันอยู่ยังมีการเล่นเพลงชาติของสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตพร้อมทั้งแสดงรูปหน้าจอเป็น Stalin จากนั้นก็จะนับถอยหลังไปเรื่อยๆ รอลบไฟล์ credit : Bleepingcomputer.com จากการศึกษาพฤติกรรมสิ่งที่พบคือ มีการแตกไฟล์ชื่อ USSR_Anthem.mp3 ใน ‘%UserProfile%\AppData\Local ‘ ทำการคัดลอกตัวเองไปยัง ‘%UserProfile%\AppData\Local\ชื่อ stalin.exe’ และสร้างไฟล์ Autorun ขึ้นมาเพื่อเริ่มการทำลายล้างและเปลี่ยนภาพหน้าจอเมื่อผู้ใช้ล็อกอินเข้าสู่คอมพิวเตอร์ สร้าง fl.dat ใน ‘%UserProfile%\AppData\Local’ และเขียนจำนวนของวินาทีที่เหลืออยู่ พยายามจบโปรเซสนอกเหนือจาก Skype และ Discord ปิดโปรเซสของ Explorer.exe และ Taskmgr.exe สร้างตารางงานที่ชื่อ ‘Driver Update’ เพื่อเรียกใช้งาน Stalin.exe ทางทีมงาน MalwareHunter ค้นพบว่าโค้ดที่ให้ใส่นั้นเกิดจากการลบวันที่ปัจจุบันด้วย 1922.12.30 หากผู้ใช้งานตีโจทย์นี้ได้มันก็จะออกจากการทำลายล้างพร้อมทั้งลบ Autorun ทิ้งด้วย โดยอันที่จริงแล้วมันตั้งใจที่จะลบไฟล์ทั้งหมดที่อยู่ในแต่ละไดร์ฟที่พบบนคอมพิมเตอร์เลยทีเดียว ซึ่งมันจะเริ่มทำจากอักษร A ถึง…

ย้ำเก็บภาษีเงินดิจิทัลเพื่อคุ้มครองประชาชน

ประกาศใช้แล้ว เก็บภาษีกำไรเงินดิจิทัล 15 % พร้อมเสนอ ครม.เก็บภาษีนิติบุคคล 15 % พ่วง VAT สกัดรายย่อยถูกหลอกและฟอกเงิน นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังจากพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 พ.ศ. 2561 โดยระบุว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวเพื่อกำกับดูแล มิให้มีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปหลอกลวงประชาชน หรือเป็นแหล่งฟอกเงิน ซึ่งกรมสรรพากรได้แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 19 พ.ศ. 2561 ให้มีผลบังคับใช้แล้วเพื่อเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย นายสาโรช ทองประคำ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสรรพากร กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล ได้มีการกำหนดให้รายได้ที่ได้จากกำไรหรือผลประโยชน์ที่ได้จากการถือครองและผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนเงินคริปโตเคอร์เรนซี หรือโทเคนดิจิทัล ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินลงทุน หรือกำไร ต้องเสียภาษีกำไรหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของเงินได้ และนักลงทุนต้องนำรายได้มาคำนวณการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ สิ้นปีด้วย  ทั้งนี้…

กองทัพสหรัฐสั่งแบนโทรศัพท์ Huawei และ ZTE

กองทัพสหรัฐห้ามคนในฐานทัพสหรัฐซื้อโทรศัพท์จาก 2 ยี่ห้อดังของจีนอย่าง Huewei และ ZTE เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องของความมั่นตงปลอดภัยว่าอาจจะมีการติดตามสมาชิกของกองทัพ Dave Eastburn โฆษกของกองเพนตากอนได้กล่าวว่า “อุปกรณ์จาก Huawei และ ZTE อาจจะมีความเสี่ยงที่กระทบในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับพลเรือนการทหาร ข้อมูลและภารกิจต่างๆ” อย่างไรก็ตามแม้ว่า Eastburn จะไม่ได้ให้ความเห็นในเชิงเทคนิคถึงคำสั่งที่เกิดขึ้น แต่ก็มีความคิดเห็นจาก The Wall Street Journal กล่าวว่าทางกองทัพคงจะกลัวเรื่องว่ารัฐบาลจีนอาจติดตามพวกทหารได้ผ่านทางมือถือ Huewei หรือ ZTE อีกด้านหนึี่งฝั่ง Huawei เองนาย Charles Zinkowski โฆษกของบริษัทก็ได้ยืนยันว่าอุปกรณ์ของตนนั้นมีมาตรฐานทั้งในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างสูงสุดในทุกประเทศที่มันถูกใช้งานไม่เว้นแม้แต่สหรัฐอเมริกา “เรายืนยันว่าเรามาอย่างเปิดเผยและโปร่งใสในทุกๆ เรื่องและอยากให้ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เคยขอแทรกแซงด้าน Security และ Integrity ในเครือข่ายหรืออุปกรณ์ใดๆ ของเราเลย“–Zinkowski กล่าว ขณะเดียวกันทาง ZTE ยังไม่มีการโต้ตอบกลับมา ——————————————————————– ที่มา : TECHTALK Thai / May 7, 2018 Link : https://www.techtalkthai.com/us-army-banned-huewei-and-zte-phone-because-of-security/

GCSC ห่วงสงครามไซเบอร์ยังแรงไม่หยุด ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่างโดนหางเลข

Bill Woodcock กรรมการผู้บริหารจาก Packet Clearing House ผู้พัฒนาและดูแลโครงข่ายพื้นฐานสำคัญสำหรับอินเทอร์เน็ต ระบุ ในฐานะกรรมาธิการจากคณะกรรมการเพื่อความมั่นคงแห่งโลกไซเบอร์ (Global Commission on the Stability of Cyberspace: GCSC) โลกควรมี “ข้อตกลงร่วมกัน” เพื่อจำกัดขอบเขตของสงครามไซเบอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดนหางเลขไปด้วย Woodcock เปิดเผยว่า สงครามไซเบอร์ในปัจจุบันเกิดจาก 3 ชาติมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และรัสเซียต้องการกุมอำนาจเหนืออีกฝ่าย และพยายามบ่ายเบี่ยงเรื่องการทำสนธิสัญญาเพื่อสงบศึก ส่งผลให้ตัวแทนจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ อุตสาหกรรมต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค รวมตัวก่อตั้ง GCSC ขึ้นมา โดยมีรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสิงคโปร์ให้การสนับสนุน รวมไปถึงยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft และ Internet Society โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้การทูตในการหยุดยั้งการโจมตีออนไลน์ที่มีรัฐบาลสนับสนุน (State-sponsored Attacks) สาเหตุสำคัญที่ GCSC ต้องการยับยั้งสงครามไซเบอร์นั้น Woodcock ระบุว่า สงครามไซเบอร์ต่างจากสงครามปกติทั่วไปตรงที่พุ่งเป้าที่กองกำลังทหารของอีกฝ่าย ถ้าใครโจมตีเป้าหมายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลหรือโรงเรียน…