Flipper Zero ทามาก็อตจิ๋ว ปลอมแปลงบัตร-คีย์การ์ด แฮ็กข้อมูลได้ อันตรายแค่ไหน

  Flipper Zero อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เหมือนของเล่นที่ต้องระวัง เนื่องจากอาจทำให้มิจฉาชีพสามารถปลอมแปลงบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต หรือคีย์การ์ดได้ ซึ่งเป็นไวรัลใน TikTok ที่ Flipper Zero สามารถปลดล็อกได้แม้กระทั่งรถ Tesla   Flipper Zero ได้เป็นไวรัลใน TikTok มากมาย Flipper Zero มีรูปร่างหน้าตาเหมือนทามาก็อตหรือของเล่นวัยเด็กที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งอุปกรณ์นี้ได้เคยเปิดระดมทุนใน Kickstarter.com ไปก่อนหน้านี้   ซึ่งทางผู้ผลิตได้โพสต์วีดีโอเกี่ยวกับ Flipper Zero ว่าทำอะไรได้บ้าง โซเชียลถึงกับตะลึง เพราะอุปกรณ์จิ๋วที่ดูเหมือนทามาก็อต กลับทำได้หลากหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น โคลนคีย์การ์ดเข้าห้องโรงแรม, โคลนกุญแจเปิดรถ, โคลนรีโมททีวีหรือแอร์ ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยทามาก็อตจิ๋วๆ หนึ่งอัน     Flipper Zero อันตรายแค่ไหนกัน?   ผู้เชี่ยวชาญยังพูดถึงอุปกรณ์นี้ว่าไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ซึ่งมีอุปกรณ์ที่คล้ายกับ Flipper Zero วางขายในร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มานานแล้ว และได้พูดถึงวีดีโอการโชว์ปลดล็อกต่างๆ หรือการแฮ็ก ว่าไม่ได้ใช้เพียงอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวแต่ต้องใช้ความรู้พอสมควร    …

ชี้แฮ็กข้อมูลส่วนบุคคลพุ่งทั่วโลก แนะวีธีลดความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อ

    ผู้เชี่ยวชาญชี้ภัยคุกคามด้านการแฮ็กข้อมูลส่วนบุคคล เกิดขึ้นต่อเนื่องและมีแนวโน้มมากขึ้น แนะวีธีป้องกันความเสี่ยง ไม่ตกเป็นเหยื่อ   นายชาญวิทย์ จิวริยเวชช์ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบระบบความปลอดภัยบนคลาวด์และโอที ของ ฟอร์ติเน็ต บริษัทผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เปิดเผยว่า จากการติดตามภัยคุกคามด้านการแฮ็กข้อมูลส่วนบุคคล ถือเป็นภัยทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและมีแนวโน้มมากขึ้น ซึ่งข้อมูลจาก Identity Theft Resource Center ในปี 65 ที่ผ่านมา มีการโจมตีด้านข้อมูลส่วนบุคคลถึง 1,800 ครั้ง มีข้อมูลที่ถูกขโมยโดยมีผู้เสียหายถึง 422 ล้านคนทั่วโลก โดยข้อมูลที่โดนขโมยมีทั้งชื่อ นามสกุล อีเมล วันเดือนปีเกิด เบอรโทรฯ ข้อมูลทางเงิน และข้อมูลสุขภาพ ฯลฯ   “การเแฮ็กข้อมูล ทางแฮ็กเกอร์จะเจาะระบบ โดยใช้เครื่องมือสแกนช่องโหว่ไปเรื่อย ๆ จนพบ ซึ่งช้อมูลส่วนบุคคลถือว่ามีความสำคัญเพราะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ โดยจุดประสงค์ของแฮ็กเกอร์ในการขโมย คือ เอาข้อมูลไปขายให้ได้เงิน หรือต้องการสวมรอยเข้าระบบต่าง ๆ ตลอดไปจนถึงต้องการทำให้เจ้าของข้อมูลเสียชื่อเสียง ฯลฯ ซึ่งข้อมูลบางอย่างมีความสำคัญมาก เช่น ข้อมูลสุขภาพ…

ตำรวจสเปนรวบแฮ็กเกอร์วัย 19 ที่แฮ็กข้อมูลประชาชนกว่า 500,000 ราย

  สำนักงานตำรวจแห่งชาติสเปน (CNP) เข้าจับกุมตัวแฮ็กเกอร์วัยรุ่นในข้อหาขโมยข้อมูลผู้จ่ายภาษีกว่า 500,000 รายจากฐานข้อมูลของสำนักงานภาษีของสเปน (AEAT)   แฮ็กเกอร์รายนี้มีชื่อว่า โฮเซ ลุยส์ ฮูเอร์ตา (José Luis Huertas) หรือ Alcasec มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงมาดริด ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างร้ายแรง และยังเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านสินทรัพย์ทางไซเบอร์และการซ่อนแหล่งเงิน   ฮูเอร์ตาเริ่มแฮ็กมาตั้งแต่อายุ 15 มีวีรกรรมในการแฮ็ก HBO เพื่อสร้างบัญชีฟรีไปปล่อยบน Instagram แฮ็ก Burger King ให้ส่งอาหารฟรี และอีกมากมาย เขาได้เงินจากการแฮ็กเหล่านี้อย่างมหาศาล   เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าเขาแฮ็กเข้าไปในระบบการส่งข้อมูลกลางที่เชื่อมหน่วยงานนิติบัญญัติและบริหารในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว   ฮูเอร์ตายังได้ประกาศศักดาในพอดแคสต์ออนไลน์ว่าสามารถเจาะเข้าไปยังข้อมูลส่วนตัวของชาวสเปนมากถึงร้อยละ 90   สำหรับเหตุการณ์แฮ็กเมื่อเดือนตุลาคม 2022 เป็นการแฮ็กข้อมูลของชาวสเปน 575,186 คน ซึ่งรวมถึงเลขบัญชีการเงินและข้อมูลเงินเดือนด้วย   สำนักข่าว El País รายงานว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนชี้ว่าฮูร์เอตาใช้นามแฝง Mango บนเว็บไซต์ซื้อขายข้อมูลใต้ดินเพื่อประกาศขายข้อมูลที่ได้จากการโจมตี   โดยหน่วยข่าวกรองของสเปนมีส่วนช่วยในการติดตามฮูเอร์ตาผ่านกระเป๋าตังค์คริปโทเคอร์เรนซีที่ใช้ในจ่ายเงินเช่าเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เก็บข้อมูลที่ขโมยมา  …

ก.ดิจิทัล แถลงรู้ตัวแฮ็กเกอร์ 9near แล้ว สังกัดทหารยศจ่าสิบโท ยันจับได้แน่นอน ถ้าอยู่ในไทย

  รู้ตัวแล้ว ! แฮ็กเกอร์ 9Near ที่ประกาศขายข้อมูลส่วนตัวคนไทย 55 ล้านคนบนเว็บไซต์ Bleach Forums ล่าสุด DES ได้แถลงว่าผู้กระทำความผิดเป็นจ่าสิบโทสังกัดทหาร ซึ่งตอนนี้ยังหาเหตุจูงใจไม่ได้เนื่องจากคนร้ายมีเจตนาเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา และตอนนี้ยังตามจับไม่ได้เพราะติดขั้นตอนต่าง ๆ จากทางต้นสังกัด แต่ยังไงก็ยังยืนยันว่าจับได้แน่นอน ถ้าคนร้ายยังอยู่ในไทยค่ะ   วันที่ 7 เม.ย.2566 ทางกระทรวงดิจิทัล (DES) และหลาย ๆ หน่วยงานได้ร่วมแถลงผลการจับกุมว่ารู้ตัวคนร้ายแล้วว่าเป็นจ่าสิบโทสังกัดราชการทหารที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ แต่เกี่ยวข้องกับระบบพาหนะซึ่งในตอนนี้ยังตามจับไม่ได้ !!! รวมทั้งตัวภรรยาคนร้ายด้วย   ไทม์ไลน์เหตุการณ์ วันที่ 14 มี.ค.2566 วันเกิดเหตุ มีการตรวจพบข้อมูลดังกล่าวและเริ่มทำการสืบสวนจนรู้ตัวคนร้าย วันที่ 2 เม.ย. 2566 ออกหมายจับคนร้ายและตามจับกุม คนร้ายได้ปิดโทรศัพท์และหลบหนีไป     สาเหตุจูงใจของคนร้ายตอนนี้ยังหาไม่ได้ เพราะคนร้ายมีเจตนาเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เรียงลำดับเหตุการณ์คือ 1.ลักษณะการโพสต์ลงเว็บไซต์ครั้งแรกมีการเปิดเผยตามแฮ็กเกอร์ทั่วไป เหมือนเอาข้อมูลไปขาย 2. พูดจาเชิงข่มขู่หลังผู้มีชื่อเสียงเข้าไปทัก 3.พอทางหน่วยงานรัฐรวมตัวก็ไม่เปิดเผยข้อมูลแล้ว ไปเปิดเผยข้อมูลสปอนเซอร์เรื่องการเมืองที่หลอกลวง…

“ดร.ปริญญา”เปิดใจหลังเป็น 1 ใน 55 ล้านข้อมูลส่วนตัวถูกแฮ็ก แนะทุกฝ่ายถอดบทเรียนจากเหตุการณ์นี้

  “ปริญญา” หนึ่งในคนมีชื่อเสียงถูกแฮ็กข้อมูล แนะถอดบทเรียน ข้อมูลรั่ว เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ สังคมควรตื่นตัว เร่งหาที่ทางป้องกัน เผยหลังข้อมูลรั่วโดนโจมตีแล้ว 2 พันข้อความ ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์   ดร.ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยความรู้สึกที่เป็นหนึ่งในผู้ถูกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลนำไปเสนอขายผ่านเว็บไซต์  และยังถูกกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ต้องขอบคุณ Hacker ที่ให้เกียรติผมเป็นคนแรก ตามมาด้วยสื่อมวลชนที่มีชื่อเสียงทำให้ผมไม่เหงา เชื่อว่าคนที่โดนโจมตีไม่ได้ภาคภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล   การถูกคนโจมตีข้อมูลส่วนบุคคลทำให้คนมองว่าเราอ่อนมากทำไมถึงยังโดนโจมตีได้ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดทั้งจากลูกค้า จากพนักงานและผู้คนต่างๆ หลายคนโทรมาบอกว่าผมโดน Hack แล้ว ความจริงผมยังไม่ได้โดน Hack ตรวจสอบแล้วข้อมูลส่วนตัวของผม และข้อมูลที่ละเอียดอ่อนยังคงอยู่ปกติ   “โอกาสที่จะมีข้อมูลรั่วไหลเกิดขึ้นกับทุกคนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ทุกคนมีโอกาสถูก Hack แล้วข้อมูลรั่วได้เท่าๆกัน  เวลานี้อาจจะมีข้อมูลของทุกๆท่านรั่วอยู่แต่เราไม่รู้เพราะผู้ที่กระทำไม่ได้เอามาเปิดเผย การเป็นบุคคลสาธารณะโอกาสที่ฉันมีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลมีคอมเม้นต์ไม่ได้ ถ้าคุณเผชิญกับการมีข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลไป ขอให้ตั้งสติ ไม่ต้องไปคิดว่าข้อมูลหลุดไปได้ยังไง แต่คุณรีบคิดว่าเราจะทำอย่างไรที่จะรับมือได้  มีใครนำข้อมูลเราไปใช้ประโยชน์หรือเปล่า”   หลายคนถามว่าทำไมอาจารย์ปริญญาถึงเจอกับปัญหาข้อมูลรั่ว ความจริงแล้วข้อมูลรั่วไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวเรา แต่เกิดขึ้นกับคนที่เราเคยให้ข้อมูลไว้ แล้วเขาทำข้อมูลรั่วไหลออกไป เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มต้นตั้งแต่วันพฤหัส (31 มี.ค.)…

ต้องทำอย่างไร? เมื่อรู้ว่าข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น!!

  กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาทันที หลังแฮ็กเกอร์ ผู้ใช้งานบัญชี “9near” ได้โพสต์ขายข้อมูลที่อ้างว่า เป็นข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านรายการ   กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาทันที หลัง แฮ็กเกอร์ ผู้ใช้งานบัญชี “9near” ได้โพสต์ขายข้อมูลที่อ้างว่า เป็นข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านรายการ บนเว็บไซต์ Bleach Forums โดยอ้างว่า ได้มาจากหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งในไทย (Somewhere in government)   พร้อมโพสต์ตัวอย่างไฟล์ ซึ่งมี ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ และเลขประจําตัวประชาชน รวมทั้งมีการโพสต์ ลักษณะข่มขู่หน่วยงานและประชาชนในวงกว้าง   ขณะที่ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ก็ตกเป็นเหยื่อ ได้รับ SMS แจ้งข้อมูลส่วนตัวได้ถูกต้อง ได้ออกมาโพสต์เรื่องนี้ผ่านเฟซบุ๊ก   ร้อนถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นำโดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงรวมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง…