จากจุดเปลี่ยนเอไอ สู่จุดเปลี่ยนอนาคตโลก

    ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่คนทั่วโลกได้ทดลองใช้เอไอ โดยเฉพาะการเปิดตัวของ GPT4 รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมต่อยอดไปในวงกว้าง ผู้คนทั่วโลกต่างก็ได้พบกับศักยภาพใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจกันอย่างกว้างขวาง   ไม่ว่าจะนำมาใช้ในการทำงาน การเรียนหรือชีวิตประจำวันได้ที่เอไอทำได้อย่างน่าทึ่ง   บิล เกตส์ ผู้นำด้านเทคโนโลยีผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ถึงกับนำเสนอมุมมองในเชิงบวกต่ออนาคตของเอไอผ่านจดหมายที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ส่วนตัว โดยบอกว่าเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่ได้เห็นการสาธิตเทคโนโลยีที่รู้สึกว่าเป็นการปฏิวัติวงการ   ครั้งแรกคือ การเห็นระบบอินเทอร์เฟซแบบกราฟิก (GUI) ในช่วงปี 1980 จนนำมาซึ่งระบบปฏิบัติการ Windows และเป็นพื้นฐานหลักของบริษัทไมโครซอฟท์ต่อมาอีกนับสิบปี การได้เห็นพัฒนาของเอไอ โดยทีม OpenAI เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นครั้งที่ 2 ที่บิล เกตส์รู้สึกตื่นเต้นประหลาดใจ จากการได้เห็นเอไอสามารถผ่านการสอบวิชาชีววิทยาขั้นสูงได้อย่างรวดเร็ว     ในจดหมาย บิล เกตส์ได้กล่าวถึงศักยภาพของเอไอในยุคต่อไปที่จะนำมาใช้พัฒนาทางธุรกิจ ตลอดจนงานด้านสาธารณสุขและการศึกษาให้ก้าวหน้า สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ โดยสิ่งที่เอไอยังบกพร่องในปัจจุบันจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว โดย ณ จุดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอนาคตรูปแบบใหม่ที่กำลังจะมา   เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น ได้มีกลุ่มผู้นำด้านเอไอออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ผ่านการออกจดหมายเปิดผนึกนำโดยอีลอน มัสก์ ร่วมกับผู้นำธุรกิจและนักวิชาการชื่อดังกว่า 1,000…

ไบเดนสั่งบริษัทเทคฯ คุมเข้มความปลอดภัยเอไอ หวั่นอันตรายต่อสังคม

U.S. President Joe Biden adjusts his microphone during a meeting with the President’s Council of Advisors on Science and Technology in the State Dining Room of the White House, April 4, 2023, in Washington.   ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน กล่าวในวันอังคารว่า ต้องจับตามองกันต่อไปว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ จะเป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหน พร้อมเน้นย้ำว่าบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการพัฒนาเอไอ   ปธน.ไบเดน กล่าวต่อที่ประชุมสภาที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่า ในอนาคตเอไออาจมีประโยชน์ในด้านการรักษาโรคและรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงแห่งชาติ   ผู้นำสหรัฐฯ…

Microsoft เปิดตัว Security Copilot ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยวิเคราะห์การถูกโจมตีทางไซเบอร์

  ไมโครซอฟท์ เดินหน้าใช้เทคโนโลยีจากปัญญาประดิษฐ์เต็มสูบ เปิดตัวเครื่องมือใหม่ Security Copilot ใช้เอไอ ช่วยวิเคราะห์การถูกโจมตีทางไซเบอร์   ไมโครซอฟท์ เปิดเผยผ่านเว็บบล็อกอย่างเป็นทางการในหัวข้อที่มีชื่อว่า Introducing Microsoft Security Copilot: Empowering defenders at the speed of AI โดยเป็นการอธิบายของไมโครซอฟท์ เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานในแง่ของการวิเคราะห์ข้อมูลในกรณีที่เกิดการโจมตีทางไซเบอร์   ความน่าสนใจของเครื่องมือ Security Copilot อยู่ตรงที่ ไมโครซอฟท์ ได้รวมเอา GPT-4 เข้ามาผนวกด้วย แต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดว่า โมเดลนี้ฝึกและพัฒนาอย่างไร   อย่างไรก็ดี ไมโครซอฟท์ ยืนยันว่า การพัฒนา Security Copilot ไม่ได้ถูกฝึกฝนหรือเรียนรู้จากการใช้ข้อมูลของลูกค้า   ชาร์ลี เบลล์ รองประธานบริหารด้านความมั่นคงปลอดภัยของไมโครซอฟท์ เปิดเผยว่า การพัฒนาในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ก้าวหน้านั้น ต้องการทั้งเรื่องของคนและเทคโนโลยี การจับคู่ระหว่างความเฉลียวฉลาดของมนุษย์กับเครื่องมือขั้นสูง และ Security Copilot จะเป็นเทคโนโลยีในอนาคตที่ช่วยให้ทุกคนได้อยู่ในโลกที่ปลอดภัยขึ้น…

เนียนมาก! ชาวเน็ตฮือฮาภาพปลอมฝีมือเอไอ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ขณะโดนจับกุม-สวมชุดนักโทษ

  ชาวทวิตฯ แห่ชม-แชร์ภาพปลอมฝีมือ ‘เอไอ’ จัดฉากให้อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ โดนตำรวจกลุ้มรุมและจับขังเรือนจำ ยอดไลก์ทะลุ 5 ล้าน   ระหว่างที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และมหาเศรษฐี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ มีกำหนดจะต้องขึ้นศาล ที่แมนฮัตตัน ในข้อหาปลอมแปลงข้อมูลในการดำเนินธุรกิจภายในสัปดาห์นี้ ก็มีชาวทวิตเตอร์ผู้ใช้ชื่อว่า ‘@EliotHiggins’ โพสต์ภาพชุดเหตุการณ์ขณะ ทรัมป์ วิ่งหนีและโดนตำรวจไล่ตามจนจับกุม จนสุดท้ายไปจบที่ภาพในเรือนจำซึ่งมี ทรัมป์ อยู่ในชุดสีส้มแบบที่นักโทษสวมตามระเบียบ   ภาพชุดดังกล่าวมียอดเข้าชมจนถึงปัจจุบันมากกว่า 5.5 ล้านครั้ง และมียอดรีทวีตออกไปมากกว่า 6,000 ครั้ง ฮิกกินส์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทสื่อสารมวลชนจากเนเธอร์แลนด์ ระบุอย่างชัดเจนว่า ทั้งหมดนั้นเป็นภาพปลอมแปลงหรือ ‘ดีพเฟค’ ที่สร้างขึ้นอย่างประณีตโดยโปรแกรมเอไอสร้างภาพตามสั่งชื่อดัง ‘มิดเจอร์นีย์’   ฮิกกินส์ ให้ข้อมูลว่า เขาสั่งให้ มิดเจอร์นีย์ ผลิตภาพชุดขึ้นมาโดยเขียนคำสั่งแบบสุ่มไปว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ล้มลุกคลุกคลานระหว่างโดนตำรวจจับกุม, ก้นหอยทองคำ (ลักษณะการเรียงองค์ประกอบ), คลิปภาพข่าว”   Making pictures of…

หอการค้าสหรัฐฯ เรียกร้องให้มีมาตรการควบคุม AI

  หอการค้าสหรัฐอเมริกา (USCC) เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการควบคุมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือกลายเป็นภัยความมั่นคง   USCC ชี้ว่านักกำหนดนโยบายและผู้นำด้านธุรกิจจะต้องเร่งกำหนดแนวทางกำกับดูแลด้านความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าปัญญาประดิษฐ์จะถูกใช้อย่างมีความรับผิดชอบ   ทาง USCC ยังประเมินว่าปัญญาประดิษฐ์จะเพิ่มมูลค่าการเติบทางเศรษฐกิจโลกสูงถึง 13 ล้านล้านเหรียญ (ราว 455 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 และเห็นด้วยว่าที่ผ่านมาเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเสริมศักยภาพทางการแพทย์และการป้องกันไฟป่าของรัฐ   โดยมีการประเมินว่า หน่วยงานรัฐบาลและองค์กรธุรกิจเกือบทุกแห่งจะนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ภายใน 20 ปีต่อจากนี้   ในทางกลับกัน ก็จำเป็นต้องมีความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ในอนาคตด้วย ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและเหมาะสม มาตรการที่จะออกมาต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอ     ที่มา Reuters         ————————————————————————————————————————- ที่มา :                   แบไต๋           …

‘แรนซัมแวร์’ ป่วนข้อมูลธุรกิจ พร้อม ‘จ่าย’ หรือ พร้อม ‘รับมือ’

    การโจรกรรมข้อมูลโดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่กระทำการอย่างซับซ้อนกำลังเพิ่มมากขึ้น ทั้งในแง่จำนวนครั้งและขอบเขตการโจมตี   เพียร์ แซมซัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลรายได้ บริษัท Hackuity เล่าว่า เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ช่วงปลายปี 2565 มีรายงานว่าเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลียซึ่งกระทบต่อลูกค้าของ Optus บริษัทด้านโทรคมนาคมรวมแล้วกว่า 10 ล้านคน   สำหรับประเทศไทยเองก็พบปัญหาการละเมิดข้อมูลของโรงพยาบาลหลายแห่งรวมถึงกระทรวงสาธารณสุขในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยรั่วไหลและถูกเรียกค่าไถ่เพื่อนำฐานข้อมูลกลับมาเหมือนเดิม   วันนี้อาชญากรไซเบอร์ เช่น Desorden Group คัดเลือกเหยื่ออย่างพิถีพิถัน โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในเอเชียที่มีช่องโหว่ชัดเจนซึ่งสามารถเจาะระบบได้ง่าย โดยจะลอบดึงข้อมูลจากบริษัทหรือองค์กรให้ตกเป็นเหยื่อ และข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้นหากไม่ยอมจ่ายค่าไถ่   หากไม่ได้รับการตอบกลับ อาชญากรกลุ่มนี้ก็จะทำให้เหยื่อได้รับความอับอายไปทั่ว ปล่อยข้อมูลให้รั่วไหล และยกระดับการกดดันให้เข้มข้นยิ่งขึ้น   “วายร้ายทุกวันนี้ไม่ได้อยากเก็บตัวแบบในอดีต หากแต่พร้อมที่จะป่าวประกาศและเปิดเผยรายละเอียดกับสื่อมวลชนว่าตนเองเจาะเข้าระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของเหยื่ออย่างไร”   เตรียมพร้อม สกัดภัยไซเบอร์   ปัจจุบัน มีเพียงปัจจัยเดียวเท่านั้นที่ผู้ตกเป็นเป้าหมายสามารถควบคุมได้โดยสมบูรณ์ นั่นก็คือ ความพร้อม (หรือการขาดความพร้อม) ของตนเอง   ช่วงที่โควิดระบาด บริษัทหลายแห่งได้ควบรวมและจัดแจงรายจ่ายทางเทคโนโลยีใหม่ ทั้งได้มีการลงทุนเพื่อปรับธุรกิจให้เป็นระบบดิจิทัล ด้านฝ่ายไอทีก็เน้นไปที่การเปิดใช้ระบบการทำงานจากทางไกล เพื่อให้พนักงานและระบบภายในองค์กรมีความปลอดภัย…