Tim Cook เผยความกังวล เก็บข้อมูลลูกค้าตลอดเวลา อาจส่งผลเสียระยะยาว

  เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอของ Apple กล่าวในงานประชุม TIME100 Summit 2022 ถึงความกังวลของเขาเกี่ยวกับการที่บริษัทต่าง ๆ เก็บข้อมูลของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเรื่องนี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมได้ในระยะยาว   เดิมซีอีโอของ Apple เป็นคนที่ไม่เห็นด้วยเรื่องการติดตามข้อมูลของลูกค้าอยู่แล้ว และมักจะวิจารณ์บริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ในเรื่องนี้อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ Apple จึงให้ความสำคัญด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างมาก เขากล่าวว่าการเก็บข้อมูลลูกค้าตลอดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนในอนาคต และทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกันเปลี่ยนไป   “เมื่อเรารู้สึกว่าโดนจับตาอยู่ตลอดเวลา พฤติกรรมของเราจะเปลี่ยนไป เราจะลงมือทำอะไรน้อยลง คิดน้อยลง ปรับเปลี่ยนวิธีคิด และหักห้ามตัวเองมากขึ้น” ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล   มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พูดถึงพฤติกรรมผู้คนที่เปลี่ยนไป เมื่อพวกเขารู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง เช่น งานวิจัยของมหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2018 แสดงให้เห็นว่า มีคนโกงข้อสอบน้อยลงอย่างมาก เมื่อรู้ว่ามีกล้องวงจรปิด และผลการสำรวจในปี 2019 พบว่าคนจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปในที่ทำงาน ถ้ารู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามองอยู่   นอกจากนี้…

อย. สหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า DNA-Sequencing Machines อาจจะถูกแฮ็ก

                                          Credit: ShutterStock.com   หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เตือนผู้ให้บริการด้านสุขภาพเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ด้วยเครื่อง DNA-sequencing machines ของ Illumina Inc. ซึ่งอาจส่งผลต่อข้อมูลผู้ป่วย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.ของประเทศสหรัฐฯ ระบุไว้ในจดหมายปิดผนึกเกี่ยวกับเครื่องรุ่นต่อไปของ Illumina หลายเครื่องมีช่องโหว่บนซอฟต์แวร์ซึ่งอาจอนุญาตให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาควบคุมระบบได้จากระยะไกลและสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าหรือข้อมูลการวินิจฉัยทางคลินิกของผู้ป่วยหรือเข้าถึงข้อมูลทางพันธุกรรมที่ละเอียดอ่อนได้ ข้อมูลทางพันธุกรรมมีความละเอียดอ่อนและมีความสำคัญเป็นพิเศษ DNA นั้นเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางด้านข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ความสัมพันธ์ บุคลิกภาพ และประวัติทางครอบครัว ปัจจุบันกระบวนการทดสอบทางพันธุกรรมบนมนุษย์ได้รับความนิยมมากขึ้น ดังนั้นทั้งทางการแพทย์และผู้บริโภคเอง จึงเรียกร้องให้มีการปกป้องข้อมูลนี้อย่างเข้มงวดยิ่งกว่าตู้เซฟในธนาคาร Illumina ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวด้านข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสูง ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการแจ้งรายงานผลกระทบเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว Illumina ก็ไม่รอช้าที่จะพัฒนาแพทช์ซอฟต์แวร์สำหรับปิดช่องโหว่และกำลังดำเนินการแก้ไขอย่างถาวรต่อไป Illumina, Inc. เป็นบริษัทอเมริกัน…

รัฐบาลแคนาดา เผยร้านกาแฟ Tim Hortons สอดแนมลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อวิเคราะห์คู่แข่ง

  ทิม ฮอร์ตันส์ (Tim Hortons) ร้านกาแฟและโดนัทชื่อดังจากแคนาดา ถูกหน่วยงานของรัฐบาลแคนาดา สอบสวนในประเด็นการใช้ข้อมูลลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน สำหรับการวิเคราะห์คู่แข่ง คณะกรรมการธิการความเป็นส่วนตัวของแคนาดาเปิดเผยว่า ในปี 2020 ที่ผ่านมา ร้านทิม ฮอร์ตันส์ ได้ใช้แอปพลิเคชันของพวกเขา เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและสถานที่เป็นจำนวนมากจากผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในกรณีที่ลูกค้าของร้านได้เข้าไปใช้บริการร้านกาแฟที่เป็นคู่แข่งกับทิม ฮอร์ตันส์ ในประเด็นข้างต้น คณะกรรมการธิการความเป็นส่วนตัวของแคนาดา ได้เรียกร้องให้ลบข้อมูลและการรวบรวมข้อมูลจากในแอปพลิเคชันทั้งหมด ซึ่งทางด้าน ทิม ฮอร์ตันส์ ยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว รายงานฉบับเต็มของคณะกรรมการธิการความเป็นส่วนตัว เปิดเผยว่า การเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นเก็บข้อมูลเพื่อดูพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า สำหรับใช้การกำหนดโฆษณา แต่บริษัทไม่ได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อจุดประสงค์นั้น ในปี 2019 ทิม ฮอร์ตันส์ ได้มีการอัปเดตแอปพลิเคชันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการอัปเดตที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลตำแหน่งการใช้งาน เพื่อคาดเดาว่า ผู้ใช้งานอยู่ในบริเวณใด ทำงานอยู่ในพื้นที่ไหน เดินทางเมื่อใด ซึ่งสิ่งนี้ขัดกับวัตถุประสงค์การขอข้อมูล เพราะควรจะเก็บข้อมูลได้เฉพาะยามที่ผู้ใช้งานเปิดแอปพลิเคชันเท่านั้น ตามบันทึกของคณะกรรมาธิการความเป็นส่วนตัว ตรวจสอบพบว่า แอปพลิเคชันของทิม ฮอร์ตันส์ ได้ขอข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ว่า ลูกค้ามีโอกาสที่จะย้ายไปใช้บริการของร้านกาแฟคู่แข่งหรือไม่ อีกด้วย ตามด้วยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็มีการติดตามว่า ลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่จากที่อยู่เดิม ไปยังที่อยู่อื่นหรือไม่อย่างไร รวมถึงการตรวจสอบเวลาที่ลูกค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชันว่ามีการเข้าไปรับชมการแข่งขันกีฬาใดบ้าง…

ExpressVPN จะย้ายเซิร์ฟเวอร์ออกจากอินเดีย หลังกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้

  ผู้ให้บริการ VPN เจ้าดัง “ExpressVPN” แถลงผ่าน Blog ของเว็บไซต์ว่า กำลังจะนำเซิร์ฟเวอร์ออกจากอินเดีย เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายอินเดียที่ให้เปิดข้อมูลตัวตนและการใช้งานของผู้ใช้ได้   ในแถลงการณ์ยังระบุว่า ด้วยหลักการทำงานและการให้บริการ VPN ที่จะปกปิดข้อมูลของผู้ใช้ ทำให้ ExpressVPN ไม่สามารถที่จะตามข้อบังคับของรัฐบาลอินเดียได้ เพราะว่าพวกเขาไม่เคยเก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการเอาไว้ในระบบ และตัวกฎหมายยังขัดกับหลักการพื้นฐานของ VPN อีกด้วย   นอกจากนี้ ExpressVPN ยังระบุอีกด้วยว่า จะไม่ร่วมกับการกระทำใด ๆ ที่ส่งผลต่อเสรีภาพในการใช้อินเทอร์เน็ต   ผู้ใช้งาน ExpressVPN ในอินเดียยังสามารถใช้งานเซิร์ฟเวอร์อินเดียได้ตามเดิม แต่จะเปลี่ยนที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์เป็น สิงคโปร์ และ อังกฤษ แทน     ที่มา – The Register, Blog ของ ExpressVPN       —————————————————————————————————————————- ที่มา :     …

Meta เผย บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ ‘ในวิธีการใหม่’ แต่มันหมายความว่าอย่างไร?

บริษัท Meta ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในการให้บริการ (Term of Service) ใหม่ ซึ่งแน่นอนว่า นโยบายความเป็นส่วนตัวของ Meta ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม Meta ระบุว่า บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ ‘ในวิธีการใหม่’ (in new ways) อ้างอิงจาก Meta การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการให้บริการที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำความเข้าใจและวิเคราะห์เกี่ยวกับสินค้าและบริการของ Meta ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในตอนนี้ศูนย์ความเป็นส่วนตัว (Privacy Center) ของ Meta ก็มีอินเตอร์เฟซที่เป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น แต่คำถามก็คือ ที่ Meta บอกว่า ‘จะไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ในวิธีการใหม่’ มันหมายความว่าอะไร? อันดับแรกเลย Meta ก็ยังคงเป็น Facebook อยู่วันยังค่ำ ดังนั้นเราจึงไม่ควรคาดหวังอะไรมากในเรื่องความเป็นส่วนตัวจาก Meta ทั้งนี้ The Verge ได้เปรียบเทียบนโยบายเก่าและนโยบายใหม่ของบริษัท ซึ่งยืนยันแล้วว่า Meta จะไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ด้วยวิธีการใหม่จริง แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า…

ทวิตเตอร์เสียค่าปรับ 5 พันล้านบาท หลังเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้โดยมิชอบ

  หน่วยงานสหรัฐฯ ประกาศให้ทวิตเตอร์จ่ายค่าปรับ 5 พันล้านบาท หลังเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน   เมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ ประกาศว่า ทวิตเตอร์จะต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.1 พันล้านบาท) และกำหนดมาตรการป้องกันใหม่ เพื่อยุติข้อกล่าวหาที่ว่า ทวิตเตอร์ปล่อยให้ผู้โฆษณาเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้แพลตฟอร์มโดยมิชอบ   ทั้งสองหน่วยงานเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2013 ถึง ก.ย. 2019 ทวิตเตอร์ได้แจ้งแก่ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มว่า จะขอข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์และอีเมลของผู้ใช้ไปด้วยเหตุผลเพื่อความปลอดภัยของบัญชี     แต่กลายเป็นเรื่อง เมื่อทวิตเตอร์กลับไม่แจ้งผู้ใช้ว่า จะให้ข้อมูลเหล่านั้นแก่บริษัทต่าง ๆ เพื่อให้สามารถ “ยิงแอด” ส่งโฆษณาออนไลน์ไปยังผู้ใช้ได้   กระทรวงฯ และคณะกรรมาธิการฯ ยังบอกว่า ทวิตเตอร์ได้อ้างว่า ปฏิบัติตามข้อตกลงความเป็นส่วนตัวของสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งห้ามไม่ให้บริษัทนำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้ในลักษณะที่ขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งหรือได้รับอนุญาตจากผู้ใช้   โดยโทษปรับ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และข้อกำหนดใหม่ภายใต้ข้อตกลง ต้องได้รับการอนุมัติจากศาลรัฐบาลกลางในแคลิฟอร์เนียด้วย…