รัสเซียประกาศใช้ “ระบอบต่อต้านการก่อการร้าย” ในมอสโกและโวโรเนจ

  คณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติรัสเซีย ประกาศใช้ “ระบอบปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย” ในภูมิภาคมอสโกและโวโรเนจ   คณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติรัสเซีย (NAC) ซึ่งดำเนินการโดยหน่วยความมั่นคงกลาง (FSB) ได้ประกาศใช้ “ระบอบปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย” ในภูมิภาคมอสโกและโวโรเนจ โดยระบุว่า “เพื่อป้องกันการก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอาณาเขตของเมืองมอสโก และภูมิภาคมอสโกและภูมิภาคโวโรเนจ”   พื้นที่เหล่านี้ตั้งอยู่ระหว่างเมืองหลวงกับรอสตอฟ-ออน-ดอน เมืองทางตอนใต้ที่เยฟกินี พริโกซิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์อ้างว่าสามารถควบคุมได้แล้ว     “เพื่อป้องกันการกระทำของผู้ก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอาณาเขตของกรุงมอสโก ภูมิภาคมอสโก และโวโรเนจ จึงได้มีการแนะนำระบอบปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย” NAC ระบุ   อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกที่มีการประกาศระบอบต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาคเหล่านี้   มาตรการดังกล่าวได้รับการประกาศในขณะที่หัวหน้ากลุ่มทหารแวกเนอร์ ถูกกล่าวหาว่าก่อกบฏด้วยอาวุธต่อรัฐรัสเซีย   สำหรับขั้นตอนหรือมาตรการของระบอบต่อต้านการก่อการร้าย ประกอบด้วย การตรวจสอบเอกสาร เสริมสร้างคุ้มครองความสงบเรียบร้อยของประชาชน,ตรวจสอบการสนทนาทางโทรศัพท์, การจำกัดการสื่อสาร และจำกัดการเคลื่อนที่ของยานพาหนะและคนเดินเท้าบนท้องถนน   ด้านสำนักข่าว Tass ของทางการรัสเซียรายงานว่า งานสาธารณะบางงานในกรุงมอสโกและเมืองอื่น ๆ ทั่วรัสเซียขณะนี้ได้ถูกเลื่อนหรือยกเลิกแล้ว เช่น พิธีจบการศึกษาในโรงเรียนของเมืองหลวง และงานพรอมทั่วเมือง   ในขณะเดียวกัน กิจกรรมสาธารณะในช่วงสุดสัปดาห์ทั้งหมดในภูมิภาคตเวียร์…

รัสเซียโหดจัด ใช้แท็กติกใหม่ ส่งรถถังพลีชีพบรรทุกระเบิด สังหารทหารยูเครน (คลิป)

  รัสเซียใช้แท็กติกใหม่ ส่งรถถังพลีชีพ บรรทุกระเบิดถึง 6 ตัน ไปสังหารทหารยูเครนในแนวหน้า ตอบโต้ปฏิบัติการโต้กลับยึดคืนพื้นที่ของฝ่ายยูเครน   เมื่อ 19 มิ.ย. 2566 สื่อต่างประเทศเผย ทหารรัสเซียกำลังหันมาใช้แท็กติกใหม่ในสงครามยูเครน ด้วยการใช้ “รถถังพลีชีพ” บรรทุกระเบิดเต็มคันในการก่อวินาศกรรม เพื่อหวังปลิดชีพทหารยูเครนในแนวหน้า ซึ่งฝ่ายรัสเซียจะมีการจุดชนวนระเบิดบนรถถังจากระยะไกล   เดลี่เมลระบุว่า การหันมาใช้แท็กติกใหม่รถถังพลีชีพสุดโหดนี้ของฝ่ายรัสเซีย มีขึ้นขณะที่มีรายงานจากวอลล์สตรีท เจอร์นัล สื่อในสหรัฐฯ ว่า กองทัพยูเครนจำต้องหยุดพักปฏิบัติการโต้กลับยึดคืนพื้นที่ทางภาคใต้ ที่ถูกฝ่ายรัสเซียยึดครองได้ นับตั้งแต่เปิดฉากก่อสงครามในยูเครนเมื่อก.พ. 2565 เนื่องจากฝ่ายยูเครนได้สูญเสียยานหุ้มเกราะที่ชาติตะวันตกส่งมาช่วยเหลือไปเป็นจำนวนมาก   คลิป : ที่นี่   รัสเซียหันมาใช้แท็กติกใหม่ ส่งรถถังพลีชีพบรรทุกระเบิด เพื่อพยายามสังหารทหารยูเครนในแนวหน้า     ขณะเดียวกันได้มีคลิปวิดีโอใหม่จากแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครนแสดงให้เห็นนาทีสุดสยอง มีรถถังพลีชีพบรรทุกระเบิดของรัสเซีย T-54 Laden คันหนึ่ง ได้มุ่งสู่แนวหน้าของสมรภูมิรบ แต่รถถังรัสเซียคันนี้ได้เหยียบกับระเบิดจนไม่สามารถไปต่อได้ ต่อมาฝ่ายยูเครนได้ยิงจรวดมาโจมตีรถถังคันนี้จนทำให้เกิดการระเบิดสนั่นหวั่นไหว เกิดลูกไฟขนาดใหญ่   เดลี่เมลระบุว่า ทั้งที่รถถังติดระเบิดของรัสเซีย…

สหรัฐเจอฤทธิ์แก๊งโจรไซเบอร์รัสเซีย เจาะระบบผ่านแอปโอนถ่ายข้อมูล

  หน่วยงานราชการของสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง โดนโจมตีจากแก๊งอาชญากรไซเบอร์จากรัสเซีย โดยอาศัยช่องทางผ่านแอปพลิเคชันดาวน์โหลดข้อมูลยอดนิยม   เอริก โกลด์สตีน ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหารสำนักความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสหรัฐ หรือ CISA แถลงเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2566 ว่า ขณะนี้ ทางสำนักงานกำลังให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานราชการของรัฐบาลกลางหลายแห่ง ที่พบการบุกรุกจากภายนอก โดยผ่านช่องทางการใช้งานแอปพลิชัน MOVEit   สำนักงาน CISA กำลังประเมินอย่างเร่งด่วนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที หนึ่งในหน่วยงานที่ยืนยันมาแล้วว่าโดนแฮ็กระบบคือกระทรวงพลังงาน   นอกเหนือจากหน่วยงานราชการหลายแห่งแล้ว ยังมีบริษัทและองค์กรเอกชนจำนวนมากที่โดนแฮ็กข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว ทาง CISA ระบุว่า แก๊งอาชญากรไซเบอร์ที่ชื่อว่า CLOP เป็นผู้ลงมือโจมตีไปทั่วโลกในครั้งนี้   CLOP เป็นแก๊งอาชญากรไซเบอร์จากรัสเซีย มีพฤติกรรมการก่ออาชญากรรมในลักษณะของการแฮ็กเข้าระบบของหน่วยงานแล้วขโมยข้อมูล จากนั้นก็นำไปเรียกค่าไถ่ซึ่งมักจะอยู่ในระดับหลายล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่ปรากฏการเรียกร้องในลักษณะดังกล่าวต่อหน่วยงานราชการของสหรัฐ   เจน อีสเตอร์ลีย์ ผู้อำนวยการของ CISA กล่าวว่า ยังไม่พบผลกระทบที่ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ในหน่วยงานราชการที่เป็นกิจการของพลเรือน และเสริมว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์เพียงใช้ช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ เจาะเข้ามาในระบบเครือข่ายเพื่อมองหาโอกาสที่เป็นไปได้ในการก่ออาชญากรรม   การแฮ็กระบบทั่วโลกครั้งใหญ่นี้เริ่มต้นราว…

โยนบาปกันไปมา! สื่อสหรัฐฯ เผยทีมสืบสวนเยอรมนีพบโปแลนด์เกี่ยวข้องเหตุบึ้มท่อนอร์ดสตรีม

    คณะสืบสวนเยอรมนีที่กำลังดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน บ่งชี้ว่าทีมลอบก่อวินาศกรรมชุดหนึ่งใช้โปแลนด์เป็นฐานปฏิบัติการ ในการวางระเบิดสร้างความเสียหายแก่ท่อลำเลียงนอร์ดสตรีมในทะเลบอลติก เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ตามรายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล สื่อมวลชนสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ (10 มิ.ย.)   ทีมสืบสวนได้ทำการปะติดปะต่อเส้นทางการเดินเรือเป็นเวลา 2 สัปดาห์ของเรือยอชต์ “อันโดรเมดา” ความยาว 50 ฟุต ซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุลอบก่อวินาศกรรมท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม 1 และ 2 ตามรายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล   วอลล์สตรีท เจอร์นัล อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดการสืบสวน บ่งชี้ว่า ลูกเรือที่ลอบก่อวินาศกรรมได้วางระเบิดท่อลำเลียงนอร์ดสตรีมใต้ทะเลลึก ก่อนล่องเรือต่อในเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่โปแลนด์ พร้อมระบุเยอรมนีกำลังพยายามเปรียบเทียบตัวอย่างดีเอ็นเอที่พบบนเรือกับ “ทหารยูเครนอย่างน้อยๆ 1 นาย”   รอยเตอร์สอบถามในเรื่องนี้ไปยังสำนักงานตำรวจสืบสวนกลางของเยอรมนี และโฆษกรัฐบาลโปแลนด์ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโปแลนด์รายหนึ่งอ้างชี้ว่ารายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นผลลัพธ์ของโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย   “รัสเซียใช้ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนงำชาวโปแลนด์และชาวยูเครน ในการทำลายท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม 1 และ 2 ซึ่งนำเสนอซ้ำๆ ในสื่อมวลชน เป็นเครื่องมือครอบงำอย่างไม่ลดละ ในการสร้างความคิดฝังใจหรือข้อสันนิษฐานในหมู่ผู้รับข่าวสารว่าวอร์ซอและเคียฟอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้” สตานิสลอว์ ซารีน…

กลุ่มแฮ็กเกอร์โปรยูเครนอ้างเป็นผู้โจมตีโครงข่ายรัสเซีย จนระบบธนาคารเสียหาย

  Cyber.Anarcy.Squad กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ให้การสนับสนุนยูเครนอ้างว่าเป็นผู้โจมตี Infotel JSC ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของรัสเซีย   ทางกลุ่มได้แสดงหลักฐานว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังซึ่งก็คือภาพจำนวนหนึ่งที่มีทั้งแผนภาพของโครงสร้างโครงข่ายของ Infotel JSC และภาพสกรีนชอตจากอีเมลที่แฮ็กมาได้   ในระหว่างการโจมตี Infotel JSC แฮ็กเกอร์ได้เปลี่ยนข้อความบนหลายหน้าเว็บไซต์ให้แสดงข้อความเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองทัพยูเครนที่โต้กลับการโจมตีของรัสเซีย   Infotel JSC ให้บริการด้านโครงข่ายแก่ระบบธนาคารของรัสเซีย ซึ่งมีธนาคารกลางรวมอยู่ด้วย การแฮ็กที่เกิดขึ้นก่อผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อธนาคารแห่งสำคัญในประเทศ ทำให้ธนาคารและองค์กรเครดิตหลายแห่งไม่สามารถใช้งานระบบธนาคารเพื่อทำธุรกรรมได้   ทั้งนี้ ทางบริษัทกำลังเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ โดยยืนยันว่าอุปกรณ์ด้านโครงข่ายได้รับความเสียหายจริงตามที่มีการรายงาน พร้อมชี้ว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวง         ที่มา Security Affairs         —————————————————————————————————————————————— ที่มา :                           …

‘มัลแวร์’ รัสเซียตัวใหม่ ทำลายระบบเครือข่ายไฟฟ้า

    มัลแวร์ (Malware) ยังคงเป็นภัยคุกคามตัวฉกาจที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อบุกโจมตีเหยื่อและแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่หยุดหย่อนอยู่ตลอดเวลา   มีการตรวจพบมัลแวร์ตัวใหม่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย โดยฟังก์ชั่นการทำงานหลักคือ “การใช้ทำลายระบบเครือข่ายไฟฟ้า” โดยมัลแวร์ในเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ หรือ Operational Technology (OT) อย่าง COSMICENERGY ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อขัดขวางระบบการทำงานด้านพลังงานไฟฟ้า   โดยการใช้คำสั่งตาม IEC 60870-5-104 (IEC-104) กับอุปกรณ์สแตนดาร์ด เช่น ระบบควบคุมและหน่วยทำงานระยะไกล (RTU) และแน่นอนว่า เหล่าแฮ็กเกอร์ก็จะสามารถส่งคำสั่งจากระยะไกลในการสั่งงานไปยัง Switch และ Circuit Breaker ให้ระบบไฟฟ้าเริ่มหรือหยุดทำงานได้อย่างง่ายดาย และที่น่าสนใจก็คืออุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่นิยมใช้ในการส่งและจ่ายไฟฟ้าในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย   จากการตรวจสอบของนักวิจัยพบว่า การโจมตีครั้งนี้มีความคล้ายกับการโจมตีที่ยูเครนในปี 2559 ที่เข้าโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าเป็นเหตุการณ์ Industroyer ซึ่งมีผลทำให้ไฟฟ้าดับที่กรุงเคียฟทันทีและเชื่อกันว่า Sandworm กลุ่ม APT ของรัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนั้น   มัลแวร์สามารถควบคุมสวิตช์ของสถานีไฟฟ้าย่อยและเบรคเกอร์ของวงจรได้โดยตรงรวมทั้งจัดการออกคำสั่งเปิด-ปิด IEC-104 เพื่อเป็นการโต้ตอบกับ RTU และใช้เซิร์ฟเวอร์ MSSQL เป็นตัวจัดการระบบเพื่อการเข้าถึงเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ…