สั่งคุกอดีตปธน.ไต้หวัน 4 เดือน ฐานทำข้อมูลความมั่นคงรั่ว เจ้าตัวลั่นอุทธรณ์สู้

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อดีตประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว ของไต้หวัน ถูกศาลสูงพิพากษาโทษจำคุกเป็นเวลา 4 เดือน ในข้อกล่าวหาทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติรั่วไหล ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายการสื่อสารและข่าวกรองของไต้หวัน หลังสิ้นคำตัดสินอดีตผู้นำไต้หวันประกาศจะอุทธรณ์สู้คดี การตัดสินของศาลสูงไต้หวันในวันนี้เป็นการกลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่พิพากษาก่อนหน้านี้ว่านายหม่าไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาที่มีการยื่นฟ้องดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ศาลสูงยังระบุว่าจำเลยอาจไม่ต้องรับโทษจำคุกดังกล่าว เนื่องจากตามกฎหมายไต้หวันความผิดดังกล่าวเป็นความผิดลหุโทษ สามารถจ่ายเงินเป็นค่าปรับราว 120,000 ดอลลาร์ไต้หวัน( ราว 128,000 บาท) แทนได้ ด้านนายหม่า อดีตผู้นำพรรคก๊กมินตั๋งที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันระหว่างปี 2551-2559 อันเป็นยุคที่ไต้หวันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนแผ่นดินใหญ่ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาจะอุทธรณ์สู้คดีนี้ที่ไม่เพียงเป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอำนาจของประธานาธิบดีไต้หวันในอนาคตที่เขามองว่าไม่ควรจะถูกจำกัด ——————————————————— ที่มา : MATICHON Online / 15 พฤษภาคม 2561 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_956803

IBM ห้ามพนักงานใช้ USB หวั่นข้อมูลรั่วไหล

A USB-type stick device can measure HIV levels in the bloodstream. (Imperial College London / DNA ElectronicsImperial College London / DNA Electronics) บริษัทด้านเทคโนโลยี IBM ประกาศให้พนักงานของบริษัททั่วโลก ยกเลิกการใช้ USB Cards, SD Cards, และแฟลชไดรฟ์ ในการเก็บข้อมูลภายในองค์กร โดยจะเปิดโอกาสให้พนักงานโอนย้ายข้อมูลไว้ในเครือข่ายภายในขององค์กร พร้อมทั้งตั้งเป้าว่าพนักงาน IBM ทุกคนจะเลิกใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ภายในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคม นาย Shamla Naidoo ผู้บริหารฝ่ายความปลอดภัยของ IBM ได้ประกาศนโยบายห้ามใช้ USB ซึ่งเริ่มใช้แล้วกับหลายแผนกในบริษัท ก่อนที่จะประกาศใช้กับบริษัท IBM ทุกแผนกทั่วโลก เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าของ IBM ภายใต้สถานการณ์ความมั่นคงบนโลกไซเบอร์ที่แสนเปราะบางในปัจจุบัน และสอดรับกับกฏระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป ที่เตรียมสั่งปรับบริษัทที่ไม่ปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กร ที่จะมีผลในวันที่ 25…

‘เอฟบีไอ’ บุกค้นสำนักงานทนายความ ‘ทรัมป์’ พบหลักฐานจ่ายค่าปิดปากอดีตดาราหนังโป๊

สำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI บุกตรวจค้นสำนักงานของทนายส่วนตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และพบหลักฐานการจ่ายเงินค่าปิดปากให้กับอดีตดาราหนังผู้ใหญ่ เพื่อให้เก็บงำความสัมพันธ์ลับกับผู้นำสหรัฐฯ นายสตีเฟน ไรอัน ทนายของนายไมเคิล โคเฮน ทนายส่วนตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า นายโคเฮนให้ความร่วมมือกับทาง FBI ในการมอบเอกสารหลักฐานหลายพันฉบับให้กับทีมสืบสวนกรณีที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ ทั้งอีเมลล์ เอกสารทางภาษี และบันทึกทางธุรกิจ แต่ที่น่าสนใจ คือ ทาง FBI ได้บุกยึดหลักฐานการสนทนาระหว่างนายโคเฮน กับประธานาธิบดีทรัมป์ รวมทั้งเอกสารการจ่ายเงินค่าปิดปาก 130,000 ดอลลาร์ให้กับสตอร์มีย์ แดเนียลส์ หรือ สเตฟานี คลิฟฟอร์ด อดีตดาราหนังผู้ใหญ่ เพื่อไม่ให้ปริปากพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอและทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อ 2 ปีก่อน ทั้งนี้ ทนายของนายไมเคิล โคเฮน การบุกตรวจค้นสำนักงานของนายโคเฮนของ FBI เป็นไปอย่างไม่เหมาะสมและไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด แต่เอกสารดังกล่าวถือเป็นการยืนยันคำพูดของนายโคเฮน แต่หักล้างคำปฏิเสธของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่อ้างว่าเขาไม่ทราบเรื่องการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวมาก่อน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประณามการบุกค้นสำนักงานทนายความส่วนตัวของเขาว่าเป็นสิ่งที่ “น่าอับอาย”…

เฟซบุ๊กอึ้ง ถูกดูดข้อมูลไปใช้ในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 มี.ค.) มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียชื่อดัง ได้ยุติการเข้าถึงข้อมูลของบริษัท Strategic Communication Laboratories (SCL) และบริษัทด้านดาต้าอะนาไลติกส์อย่าง แคมบริดจ์ อะนาไลติกา (Cambridge Analytica) เนื่องจากพบว่ามีการเก็บและแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กประมาณ 50 ล้านคน โดยปราศจากการได้รับอนุญาตใด ๆ จากเจ้าตัว การกระทำดังกล่าวถือว่ากระทบต่อข้อกำหนดในการให้บริการของเฟซบุ๊ก และทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ข้อมูลที่บริษัทดังกล่าวเก็บไปได้นั้น ถูกนำไปใช้กับแคมเปญหาเสียงของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2016 หรือไม่ เนื่องจากมันเป็นข้อมูลจำนวนมากพอที่นักการตลาดสามารถสร้างโปรไฟล์ส่วนบุคคล รวมถึงสามารถสร้างโฆษณาที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ ผู้ที่ออกมาแจ้งความผิดปกติดังกล่าว คือ พนักงานในส่วน Academic ของมหาวิทยาลัย Cambridge ชื่อคริสโตเฟอร์ ไวลี่ ที่ได้มีการส่งข้อมูลเหล่านั้นไปยัง The Observer และนิวยอร์กไทม์ พร้อมอธิบายว่า บริษัทมีการกระทำบางอย่างที่อาจผิดศีลธรรม การรั่วไหลของข้อมูลครั้งนี้ ได้ทำให้หลายฝ่ายจับตามากขึ้นว่า แพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กไม่ปลอดภัย แต่เฟซบุ๊กก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลที่รั่วไหลนั้นไม่ได้เกิดจากเฟซบุ๊ก ตรงกันข้าม มันเป็นการส่งผ่านข้อมูลโดยศาสตราจารย์…

FedEx ทำข้อมูลส่วนตัวของลูกค้านับแสนรายทั่วโลกรั่วทาง Amazon S3 ที่ไม่ได้ตั้งค่าอย่างถูกต้อง

เป็นอีกกรณีหนึ่งของการที่ธุรกิจชื่อดังทำข้อมูลของลูกค้าหลุดรั่วผ่านบริการ Cloud Storage เนื่องจากไม่ได้ทำการตั้งค่าของระบบให้ดี นักวิจัยจาก Kromtech Security Center ได้ออกมาเปิดเผยถึงการค้นพบ Amazon S3 Bucket ของ FedEx ที่มีข้อมูลของลูกค้าจำนวนมากถูกเปิดให้เข้าถึงได้จากสาธารณะ โดยข้อมูลเหล่านี้ครอบคลุมถึงเอกสารจากการแสกนจำนวนมากกว่า 119,000 รายการ ทั้งพาสปอร์ต, ใบขับขี่, ข้อมูลการกรอกแบบฟอร์ม ซึ่งมีทั้งข้อมูลชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ และเลขไปรษณีย์ของลูกค้าจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ข้อมูลดังกล่าวนี้ถูกเก็บอยู่ภายในบริการ Cloud ซึ่งเดิมทีเป็นของบริษัท Bongo International ซึ่งเป็นบริษัทที่ FedEx เข้าซื้อกิจการมาตั้งแต่ปี 2014 ทำให้ธุรกิจใดๆ ก็ตามที่เคยใช้บริการของบริษัทนี้มาก่อนในช่วงปี 2009 – 2012 ก็อาจตกอยู่ในความเสี่ยงเดียวกันได้เช่นกัน ปัจจุบันทาง FedEx ได้ทำการปิดการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวจากพื้นที่สาธารณะไปที่เรียบร้อย พร้อมยืนยันว่ายังไม่พบหลักฐานว่าข้อมูลเหล่านี้ได้ตกไปอยู่ในมือของผู้ประสงค์ร้ายแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมานั้นมีการโจมตีซึ่งมุ่งเป้าไปที่การเข้าถึงข้อมูลซึ่งเปิดเผยแบบสาธารณะบน AWS S3 กันมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นกรณีนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่เหล่าผู้ใช้บริการ Cloud ต้องใส่ใจป้องกันให้ดี ————————————————— ที่มา :…

ศาลพม่าปฏิเสธประกันตัว นักข่าวรอยเตอร์โดนขังต่อข้อหาละเมิดความลับราชการ

เอเอฟพี – ศาลพม่าปฏิเสธให้ประกันตัวสองนักข่าวรอยเตอร์ที่ถูกตั้งข้อหาตามกฎหมายความลับราชการในวันนี้ (1) กฎหมายที่อาจทำให้ทั้งสองต้องเผชิญกับโทษจำคุกนาน 14 ปี คดีความที่ก่อให้เกิดการคัดค้านอย่างรุนแรงจากการถดถอยของเสรีภาพสื่อในประเทศ วา โลน และกอ โซ อู สองนักข่าวชาวพม่าถูกกล่าวหาว่าครอบครองเอกสารที่เป็นความลับทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามทางทหารอย่างรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญา การปราบปรามที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐยะไข่ส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาเกือบ 700,000 คน ต้องอพยพหลบหนีไปบังกลาเทศตั้งแต่เดือนส.ค. และหลายคนกล่าวหาว่ามีการสังหารหมู่ การข่มขืน และการวางเพลิงโดยทหารพม่า “ศาลได้ตัดสินใจที่จะไม่ให้ประกันตัว” ผู้พิพากษาเย ละวิน กล่าว  สองนักข่าวที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือนธ.ค. กล่าวว่าพวกเขาได้รับเอกสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่ได้เชิญพวกเขาทานอาหารค่ำชานนครย่างกุ้ง และเมื่อพวกเขาออกจากร้านอาหาร พวกเขาถูกจับกุมตัวก่อนที่จะมีโอกาสได้ดูเอกสารเหล่านั้น ซึ่งผู้สังเกตการณ์ระบุว่าจากระยะเวลาดังกล่าวอาจเป็นการจัดฉากของตำรวจ กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักการทูต และบุคคลทางการเมืองที่รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ได้เรียกร้องการปล่อยตัวนักข่าวทั้งสองคน การตัดสินใจเกี่ยวกับการประกันตัวมีความสำคัญด้วยการไต่สวนเบื้องต้นก่อนการพิจารณาคดีคาดว่าจะกินเวลาหลายเดือนก่อนศาลจะตัดสินอย่างเป็นทางการว่าจะรับคดีดังกล่าวหรือไม่ และคาดว่าทั้งคู่จะยังคงอยู่ในคุกตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ภรรยาของวา โลน เสียใจกับคำตัดสินของศาล ด้วยหวังว่าสามีจะได้รับการประกันตัว ขณะที่กอ โซ อู ซึ่งถูกสวมกุญแจมือได้มีโอกาสอุ้มลูกสาวอายุ 2 ขวบเพียงไม่นานระหว่างอยู่นอกห้องพิจารณาคดีก่อนตำรวจจะนำตัวไป รอยเตอร์ระบุว่ารู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของศาลแต่เชื่อว่ากระบวนการจะแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของนักข่าว แต่สำนักข่าวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงรายละเอียดของสิ่งที่สองนักข่าวกำลังรายงานในช่วงเวลาที่ถูกจับกุม แต่มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าพวกเขากำลังสืบเรื่องการสังหารหมู่ชาวโรฮิงญาในหมู่บ้านอินดิน ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่. ————————————————————————– ที่มา : MGR Online…