3 สิ่งที่ต้องรู้ เลือกใช้ระบบสแกนเก็บเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลดีอย่างไร?

  ปัญหาโลกแตกที่คนทำงานเอกสารจะเข้าใจดีเลยนั่นก็คือจะทำอย่างไรให้สามารถบริหารจัดการกองเอกสารมหึมาที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างเป็นระเบียบ มีประสิทธิภาพ สามารถค้นหาแฟ้มเอกสารที่ต้องการได้ในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ตัวช่วยสำคัญอย่างระบบสแกนเก็บเอกสารเป็นไฟล์ดิจิตอลคือวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกและทำให้ชีวิตของคนทำงานเอกสารเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป หลากหลายองค์กรเริ่มหันมาให้ความสนใจการบริหารจัดการเอกสารแบบ Paperless มากยิ่งขึ้น เพื่อให้องค์กรของคุณเดินหน้าเข้าสู่ความเป็น Digital Transformation อย่างเต็มตัว ข้อดีของการเลือกใช้ระบบสแกนเก็บเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลจะมีอะไรที่คนทำงานเอกสารควรรับทราบเอาไว้บ้าง ตามมาหาคำตอบกันต่อได้จากบทความนี้เลย   เพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน ว่ากันว่าตัวพนักงานเองจะสามารถคิดหรือผลิตงานออกมาได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่นั้น สภาพแวดล้อมในการทำงานมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ลองจินตนาการภาพดูง่ายๆ หากคุณคือหนึ่งในพนักงานในองค์กรที่ยังคงเลือกใช้ระบบจัดเก็บเอกสารแบบออฟไลน์อยู่ บรรยากาศในการทำงานของคุณจะต้องเต็มไปด้วยกองเอกสารทุกหนทุกแห่ง ด้วยความจำเป็นที่จะต้องเก็บ ไม่สามารถทำลายได้ เนื่องจากเป็นเอกสารสำคัญหรือเป็นเอกสารลับ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีส่วนทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียด ส่งผลแก่ตัวพนักงานเองที่ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเลือกใช้ระบบสแกนเก็บเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลจะเข้ามาช่วยเพิ่มสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน หากเลือกเก็บเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัลแน่นอนว่ากองเอกสารเหล่านี้ก็จะไม่ใช้สิ่งจำเป็นอีกต่อไป ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการทำงาน บรรยากาศในการทำงานก็จะดูเป็นมิตรและตึงเครียดน้อยลงไปในตัว   ช่วยย่นระยะเวลาการทำงาน ให้ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ง่ายๆ หากพนักงานคนไหนต้องการค้นหาเอกสารสำคัญสักชุดหนึ่ง แต่เมื่อบริษัทเองเลือกที่จะใช้วิธีการจัดเก็บเอกสารแบบเดิมคือแบบออฟไลน์ก็อาจจะต้องใช้เวลาหาสักพักใหญ่ๆ กว่าจะเจอ และถ้ายิ่งเป็นบริษัทที่มีระบบการบริหารจัดการหรือจัดเก็บเอกสารได้ไม่ดีพอ ดีไม่ดีพนักงานท่านนั้นๆ อาจจำเป็นจะต้องเสียเวลาค้นหาเอกสารเป็นวันๆ ก็เป็นได้ แต่หากคิดในทางกลับกันหากเลือกใช้ระบบสแกนเก็บเอกสารเป็นไฟล์ดิจิทัล เรื่องกวนใจเหล่านี้ก็จะหมดไป ลดระยะเวลาการค้นหาจากครึ่งวันให้เหลือเพียงแค่ 1-2 นาทีเท่านั้น เมื่อเวลาในการค้นหาเอกสารลดลง พนักงานมีเวลาเพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน ล้วนแล้วแต่กลายมาเป็นกำไรให้บริษัทแบบเห็นๆ เลยทีเดียว   ความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก ตามที่ได้เกริ่นบ้างแล้วในข้างต้นว่าการเลือกจัดเก็บเอกสารแบบเดิมนั้นบริษัทเองอาจจะต้องยอมรับความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยของเอกสาร…

เผยผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงถึง 58% พบปัญหาความล้มเหลวในการสำรองข้อมูล สะท้อนถึงความท้าทายในการป้องกันข้อมูลสำคัญขององค์กร และเป็นข้อจำกัดในเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล

    จากรายงาน Veeam Data Protection Report ประจำปี 2021 พบว่าสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่โลกสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) องค์กรทั่วโลกถึง 40% มองว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเป็นอุปสรรคสำคัญในอีก 12 เดือนข้างหน้า และหนึ่งในสามขององค์กรต่างชะลอหรือเลือกที่จะหยุดกระบวนการปรับเปลี่ยนดังกล่าวไว้ก่อนในช่วงปีที่ผ่านมา ความท้าทายในการป้องกันข้อมูลกำลังบั่นทอนความสามารถขององค์กรทั่วโลกในการเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่โลกดิจิทัล (Digital Transformation, DX) อ้างอิงผลการสำรวจในรายงาน Veeam® Data Protection Report 2021 พบว่าองค์กรถึง 58% ไม่สามารถสำรองข้อมูลได้สำเร็จหรือปล่อยข้อมูลไว้โดยไม่ได้รับการป้องกัน รายงานการสำรวจนี้จัดทำขึ้นโดย Veeam Software ผู้นำด้านโซลูชั่นสำรองข้อมูลในรูปแบบการจัดการข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ Cloud Data Management™ ซึ่งพบว่า หลังจากที่โลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรถึง 40% ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คืออุปสรรคครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลในช่วง 12 เดือนจากนี้ ระบบการป้องกันข้อมูลที่ไม่แข็งแกร่ง ผนวกกับความท้าทายเรื่องความอยู่รอดของธุรกิจ ได้กลายมาเป็นความกังวลที่แพร่ไปในหลายองค์กร จนถึงขั้นที่จำเป็นต้องเลือกที่จะชะลอกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลไว้ก่อน    …

รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติห้ามใช้ Line ส่งข้อมูลลับ หวั่นรั่วไหลถึงจีน

  นายคัตสึโนบุ คาโตะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติห้ามการใช้แอปพลิเคชัน Line ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเป็นการชั่วคราว การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่สื่อรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของบริษัทในเครือของ Line ที่ตั้งในจีน สามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อของผู้ใช้บริการ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลแอดเดรส “รัฐบาลจะระงับการใช้ Line เมื่อมีการส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหว และจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อออกแนวปฏิบัติในไม่ช้า” นายคาโตะกล่าวในการแถลงข่าว ทั้งนี้ Line ถือเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมในโลกออนไลน์ โดยมีผู้ใช้บริการกว่า 86 ล้านรายในญี่ปุ่น รวมทั้งมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในไทย ไต้หวัน และอินโดนีเซีย   ———————————————————————————————————————————————————- ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์      วันที่เผยแพร่ 30 มี.ค.64 Link : https://www.infoquest.co.th/2021/74209

กมธ.ดีอีเอส หารือรัฐสภา หลังพบแฮคเกอร์ขโมยข้อมูลรายชื่อผู้เข้าใช้ห้องสมุด

  กมธ.ดีอีเอส หารือรัฐสภา หลังพบแฮคเกอร์ขโมยข้อมูลรายชื่อผู้เข้าใช้ห้องสมุด “กัลยา”เชื่ออาจเป็นการลองเชิงระบบรักษาความปลอดภัย เชื่อวันหน้าอาจเล่นใหญ่กว่านี้ เตรียมเชิญรองเลขาฯ-ผอ.นโยบายถกการวางระบบ “สยาม”ชี้ต้องเร่งทำไปพร้อมกับการก่อสร้าง 27 ก.พ.64 น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร การโทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ว่า สัปดาห์นี้ กมธ.ดีอีเอส ได้มีการประชุมเพื่อหารือถึงกรณีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในเว็บไซต์รัฐสภาไทย โดยมีการเชิญ ผบ.สำนักงานวิชาการและ ผบ.กลุ่มงานสารสนเทศเข้าชี้แจง หลังจากมีกระแสข่าวว่ามีการแฮคข้อมูลของรัฐสภา โดยทางผบ.ชี้แจงว่า เป็นเพียงการแฮคข้อมูลห้องสมุด ซึ่งเป็นรายชื่อของผู้เข้าใช้เท่านั้น ซึ่งทางกมธ.เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะข้อมูลผู้เข้าใช้ห้องสมุดนั้น มีรายชื่อของส.ส.และส.ว.อยู่ด้วย และแม้ว่าวันนี้จะแฮคเพียงแค่ข้อมูลห้องสมุด แต่อาจจะเป็นการลองเชิงของแฮคเกอร์เท่านั้น วันหน้าอาจจะมีการแฮคระบบข้อมูลของรัฐสภาได้ นี่อาจจะเป็นเพียงการทดสอบระบบรักษาความปลอดภัย หากวันหน้าสามารถแฮคระบบรัฐสภาได้ ข้อมูลต่างๆของสมาชิกจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะแต่ละท่านเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ และยังมีข้อมูลเกี่ยวกับงานต่างๆด้านกฎหมายที่เป็นข้อมูลสำคัญอีกด้วย น.ส.กัลยา กล่าวอีกว่า กมธ.ดีอีเอส เห็นว่า เราควรมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูล ซึ่งที่ผ่านมา กมธ.ดำเนินการมาโดยตลอด และคิดว่า ในช่วงที่รัฐสภาแห่งใหม่กำลังก่อสร้าง เราควรมีการวางระบบด้านรักษาความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีควบคู่กันไปด้วย เหมือนตอนเราสร้างบ้านใหม่ การวางสายไป ท่อน้ำต่างๆ ก็ต้องวางไปพร้อมกัน…

จีนสั่งบล็อกแอป “คลับเฮาส์” หลังเริ่มมีผู้ใช้ถกประเด็นอ่อนไหว

  ทางการจีนประกาศสั่งห้ามการใช้งานแอปพลิเคชั่น “คลับเฮาส์” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ผู้ใช้งานไอโฟน หลังมีการนำประเด็นอ่อนไหวอย่างมาก เช่น กรณีการรวมชาติกับไต้หวัน และชะตากรรมอันยากลำบากของชนชาวมุสลิมในมณฑลซินเจียง ขึ้นมาถกเถียงในแพลตฟอร์มนี้อย่างกว้างขวาง หลังจากปล่อยให้ผู้ใช้งานในจีนมีโอกาสใช้งาน แอป “คลับเฮาส์” มาได้สักพัก รายงานข่าวที่ออกมาในวันจันทร์ระบุว่า มีผู้ใช้งานหลายรายเริ่มมีปัญหาการเข้าแอปนี้ ที่นำเสนอเฉพาะเสียงและจะใช้ได้ต่อเมื่อได้รับเชิญเข้ากลุ่มเท่านั้น โดยมีการตั้งข้อสงสัยว่า ทางการจีนน่าจะเริ่มปฏิบัติการบล็อกการใช้งานผ่านระบบที่เรียกกันว่าเป็น Great Firewall แล้ว สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า แอป “คลับเฮาส์” กลายมาหัวข้อสนทนาร้อนแรงในสังคมออนไลน์ของจีน และมีบางรายพยายามที่จะเสนอขายคำเชิญเข้าใช้งานผ่านตลาดออนไลน์อาลีบาบาแล้วด้วย โดยมีผู้ขายบางคนสามารถทำราคาได้ถึง 44.60 ดอลลาร์เลยทีเดียว แต่ถึงแม้จะมีการสั่งห้ามการใช้งานแอปดังกล่าวจริง ผู้ใช้งานในจีนยังคงหาทางหลบเลี่ยงเพื่อใช้ได้ต่อไปผ่าน Virtual Private Network (VPN) หรือเครือข่ายเสมือนส่วนบุคคล ที่เป็นทางออกสำหรับแอปต่างๆ ที่ทางการจีนปิดกั้นไว้   ————————————————————————————————————————————————- ที่มา : VOA Thai   / วันที่เผยแพร่ 9 ก.พ.64 Link : https://www.voathai.com/a/china-clubhouse-application-social-media-block-vpn/5770291.html

ก้าวไปอีกขั้น! เครือข่ายส่งข้อมูลผ่านควอนตัมของจีน ส่งได้ไกล 4,600 กม.

  เหอเฝย, 7 ม.ค. (ซินหัว) — คณะนักวิทยาศาสตร์จีนได้สร้างเครือข่ายการส่งข้อมูลผ่านอนุภาคควอนตัมด้วยดาวเทียมแบบบูรณาการ อันประกอบด้วยสายใยแก้ว 700 เส้นและจุดเชื่อมต่อจากภาคพื้นดินสู่ดาวเทียมจำนวน 2 แห่ง ซึ่งสามารถทำการกระจายกุญแจเข้ารหัสเชิงควอนตัม (Quantum Key Distribution: QKD) ระหว่างผู้ใช้มากกว่า 150 รายในระยะทางรวม 4,600 กิโลเมตร งานวิจัยดังกล่าวดำเนินการโดยนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นำทีมโดยพานเจี้ยนเหว่ย นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ (Nature) ออนไลน์ เครือข่ายดังกล่าว ประกอบด้วยเครือข่ายควอนตัมในพื้นที่เมืองใหญ่ หรือ คิวแมน (QMAN) จำนวน 4 เครือข่าย ได้แก่ ปักกิ่ง จี่หนาน เหอเฝย และเซี่ยงไฮ้ สายใยแก้วซึ่งเป็นเส้นทางรับส่งหลักความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตรหนึ่งเส้น และจุดเชื่อมต่อภาคพื้นดิน-ดาวเทียม 2 แห่ง ที่เชื่อมระหว่างสถานีภาคพื้นดินซิงหลงในปักกิ่งกับสถานีภาคพื้นดินหนานซานในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน ซึ่งตั้งอยู่ไกลกัน 2,600 กิโลเมตร โดยสถานีซิงหลงยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายคิวแมนของปักกิ่งผ่านสายใยแก้วอีกด้วย กฎฟิสิกส์ควอนตัมระบุว่า การสื่อสารด้วยควอนตัมมีความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษ เพราะไม่สามารถถูกดักฟัง…