ครม.ไฟเขียว ร่าง กม.ความปลอดภัยไซเบอร์ – กม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

แฟ้มภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล ครม.มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ กำหนดภัยคุกคามเป็น 3 ระดับ คือ ระดับเฝ้าระวังในภาวะความเสียหายที่ไม่มาก ระดับความร้ายแรง และระดับวิกฤตทั่วประเทศ รวมทั้งเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแล 3 รูปแบบ คือ เจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูล และผู้ประมวลผลข้อมูล ตั้ง สนง.กก.ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงให้มีการตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลฯ 18 ธ.ค.2561 การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายด้านดิจิทัลสำคัญ 2 ฉบับ ซึ่ง พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ประกอบด้วย ร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่ง ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีสาระสำคัญเพื่อให้ประเทศสามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที มีหน้าที่ป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเฝ้าระวังภัยคุกคาม รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่า มีทั้งระบบสาขาและระบบความมั่นคงของรัฐ มีกำหนดภัยคุกคามเป็น 3 ระดับ คือ…

TP-Link แพตช์ช่องโหว่บน SOHO เราเตอร์เตือนผู้ใช้ให้รีบอัปเดต

Cisco Talos ได้ค้นพบและเตือนถึงช่องโหว่บนเราเตอร์รุ่น TL-R600VPN ของ TP-Link ที่ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถทำการ Remote Code Execution ได้โดยช่องโหว่มีด้วยกัน 4 รายการ อย่างไรก็ตามทางผู้ผลิตได้ออกแพตช์แล้วซึ่งแนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดตโดยด่วน ช่องโหว่ 3 รายการส่งผลกระทบกับ TL-R600VPN HWv3 FRNv1.3.0 และ TL-R600VPN HWv3 FRNv1.2.3 มีรายละเอียดดังนี้ 1.CVE-2018-3948 เป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิด DoS ซึ่งพบในฟังก์ชัน URI-pasing ใน HTTP Server ของเราเตอร์ โดย รายงานของ Cisco กล่าวว่า “ถ้าทำการ Directory Traversal ไปยังหน้าเพจที่มีช่องโหว่ เช่น Help, images, frames, dynaform, localization ประกอบกับเพจที่ถูกร้องขอเป็น Directory ตัวเว็บเซิร์ฟเวอร์จะเข้าลูปอนันต์ (infinite loop ทำงานไม่จบสิ้น) ทำให้หน้าบริหารจัดการใช้งานไม่ได้ อีกทั้งการร้องขอที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องมีการพิสูจน์ตัวตนก่อน” 2.CVE-2018-3949 เป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลผ่านทาง…

แก้ปัญหาโกงวุฒิการศึกษา ดิจิทัล เวนเจอร์ส เปิดตัว B.VER แพลตฟอร์มตรวจสอบวุฒิการศึกษาออนไลน์

โดย อธิชญา สุขธรรมรัตน์ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เปิดตัว B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification) แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับตรวจสอบเอกสารทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) ที่ให้สถาบันการศึกษา หรือองค์กรต่างๆ สามารถตรวจสอบวุฒิการศึกษา หรือ Transcript ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยป้องกันปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษา อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่าปัญหาเรื่องการปลอมแปลงวุฒิการศึกษามีมาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากจะนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างบล็อคเชนมาแก้ปัญหาดังกล่าว จึงพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม B.VER เพื่อให้มหาวิทยาลัยและองค์กรต่างๆ ใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบวุฒิการศึกษา ด้านจีรพล มัทวพันธุ์ Head of Project Delivery ของบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด อธิบายการทำงานของ B.VER ว่าการถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการอัพโหลดไฟล์ต้นฉบับขึ้นสู่แพลตฟอร์มโดยมหาวิทยาลัย จากนั้นระบบจะดำเนินการเข้ารหัสและเก็บเอกสารไว้ในบล็อคเชน…

ข้อมูลด้านอาวุธของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกแฮก!!!

REUTERS เมื่อราวต้นเดือนมิถุนายน 2561 สื่อหลายสำนักเสนอรายงานข่าวกรณี รัฐบาลจีนได้แฮกข้อมูลบริษัทคู่สัญญาของกองทัพเรือสหรัฐ และขโมยเอกสารที่มีความอ่อนไหวสูงด้านความมั่นคงจำนวนหนึ่งไป ซึ่งหนึ่งในเอกสารสำคัญดังกล่าวคือแผนงานสำหรับโครงการขีปนาวุธซึ่งมีความเร็วกว่าเสียง โดยระบุว่าการจารกรรมข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป้าหมายของการแฮกข้อมูลอยู่ที่บริษัทคู่สัญญาของกองทัพที่ทำการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเรือดำน้ำรวมถึงอาวุธใต้น้ำ หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า การเจาะระบบดังกล่าวเกิดขึ้น 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยแฮกเกอร์ได้พุ่งเป้าโจมตีไปยังผู้รับเหมาที่ทำงานให้กับศูนย์วางแผนการรบใต้ทะเลกองทัพเรือ หน่วยงานทหารที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองนิวพอร์ต รัฐโรดไอส์แลนด์ สหรัฐ ทำหน้าที่วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับเรือดำน้ำ และอาวุธสำหรับใช้งานใต้น้ำ แฮกเกอร์ขโมยข้อมูลไปขนาด 614 กิกะไบต์ เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการซีดรากอน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการส่งสัญญาณและเซนเซอร์ และข้อมูลการสื่อสารของเรือดำน้ำ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการเข้ารหัสลับ แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ข้อมูลที่ถูกขโมยไปนั้น แม้จะถูกเก็บไว้บนเครือข่ายที่ไม่ได้เข้ารหัสของผู้รับเหมา แต่ก็เป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวอย่างมาก การที่ข้อมูลที่ถูกจัดชั้นว่าเป็นความลับ แต่ไม่ได้มีการจัดเก็บอย่างเหมาะสมนี้ ทำให้เกิดความกังวลขึ้นมา เกี่ยวกับความสามารถของกองทัพเรือในการตรวจสอบการดำเนินงานของผู้รับเหมาด้านการพัฒนาอาวุธที่ใช้เทคโนโลยีชั้นนำ ขณะนี้กองทัพเรือกำลังดำเนินการสืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) แฮคเกอร์จีนขโมยข้อมูลรบทางทะเลสหรัฐ https://www.matichon.co.th/foreign/news_990857 เมื่อ 8 มิถุนายน 2561 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สั่งการกองทัพให้ทบทวนปรับปรุงระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัทเอกชนผู้รับจ้างงานของกองทัพ รวมทั้งการกำหนดชั้นความลับให้เหมาะสมกับความอ่อนไหวของข้อมูลข่าวสารที่บริษัทเหล่านั้นเก็บรักษา เนื่องจากมีความจำเป็นหลายอย่างที่ภาครัฐต้องจ้างเอกชนให้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความลับของทางราชการ ดังนั้น บริษัทเอกชนที่เข้ามาดำเนินการด้านต่าง ๆ ต้องได้รับการวางมาตรการการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ…

4.0 ของจริง! คนสวีเดนเริ่มฝังไมโครชิปบนผิวหนังแทนพกบัตรประชาชน

สำนักข่าว AFP รายงานว่าปัจจุบันประชาชนชาวสวีดิชเริ่มทำการฝังไมโครชิปลงบนผิวหนังของตนเอง ซึ่งสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น อาทิ ไม่ต้องพกบัตรประชาชน, ใช้สแกนแทนคีย์การ์ดในการเข้าทำงานในออฟฟิศ, ซื้ออาหารจากตู้อัตโนมัติ, เข้ายิม, หรือแม้แต่ใช้แทนตั๋วรถไฟ โดยรายงานระบุว่าในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มีชาวสวีดิชกว่า 3,000 รายที่ติดไมโครชิปแล้ว สำหรับการฝังชิปนั้นถูกระบุว่ามีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อยระดับมดกัดไม่ต่างจากการเจาะหู ซึ่งการฝังชิปแม้จะฝังไว้ที่ผิวหนังแต่ก็อยู่ในระดับชั้นที่ไม่ลึก ทำให้การอ่านค่าชิปรวมทั้งบันทึกข้อมูลจัดเก็บสามารถทำได้ง่ายและแม่นยำ ซึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้คนสวีเดนหันมาใช้ไมโครชิปมากกว่าชาติอื่น ๆ ก็เนื่องจากระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของข้อมูลในประเทศนั้นมีประสิทธิภาพระดับสูงสุดที่ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวจะเป็นความลับไม่รั่วไหลแน่นอน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชากรในสวีเดนเพียง 2% ที่ยังพกเงินสดติดตัว ขณะที่อีก 98% นั้นจ่ายผ่านบัตรเครดิตและสมาร์ทโฟนหมดแล้ว ซึ่งเทรนด์ของการใช้ร่างกายมนุษย์มาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยี (Biohackng) โดยน่าสนใจไม่น้อยกว่าในอนาคตอุปกรณ์ไอทีพื้นฐานมากมายที่อาจถูกออกแบบมาเมื่อฝังลงในร่างกายของมนุษย์ By  Nattaphan Songviroon ——————————————————————- ที่มา : เว็บแบไต๋ / 5 มิถุนายน 2561 Link : https://www.beartai.com/news/itnews/247810?utm_source=LINEToday&utm_medium=Referral&utm_campaign=DirectLink

นักวิจัยพบ องค์กรกว่า 31% ทำข้อมูลความลับใน Google G Suite รั่วสู่สาธารณะ

Kenna Security บริษัทวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยได้ทำการสำรวจข้อมูลบน Google Group ขององค์กรกว่า 9,600 แห่ง และพบว่ามีองค์กรกว่า 31% ที่ทำข้อมูลจาก Email ขององค์กรรั่วบน Google Group นี้เนื่องจากการตั้งค่าที่ผิดพลาด Kenna Security ได้ให้ความเห็นว่า Google Group ซึ่งเป็นหนึ่งในความสามารถใน Google G Suite นี้มีความสามารถในการใช้งานที่ซับซ้อน และทำให้ผู้ดูแลระบบเกิดความสับสนในเรื่องของการกำหนดสิทธิ์ต่างๆ ภายในระบบ ทำให้ผู้ดูแลระบบบางส่วนเข้าใจเอกสารอธิบายความสามารถและการทำงานของระบบผิด ทำให้การตั้งค่าผิดตาม และเกิดกรณีที่ข้อมูล Email นั้นรั่วไหลสู่สาธารณะออกมาทาง Google Group นั่นเอง กรณีข้อมูลรั่วในครั้งนี้เกิดขึ้นกับองค์กรหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่หน่วยงานรัฐ, ธุรกิจใน Fortune 500, โรงพยาบาล, มหาวิทยาลัย, หนังสือพิมพ์, สถานีโทรทัศน์ และอื่นๆ ครอบคลุมทั้งข้อมูลด้านการเงิน, รหัสผ่าน และอื่นๆ โดยที่ผู้โจมตีและต้องการเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ ไม่ได้ต้องอาศัยความรู้เทคนิคเชิงลึกเลย อย่างไรก็ดี กรณีนี้ถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการตั้งค่าของผู้ดูแลระบบ ดังนั้นจึงไม่มีการแก้ไขออกมาจากทางฝั่งของ Google…