คนร้ายบุกโจมตีโรงแรมสเปลนดิด-ดับแล้วอย่างน้อย 20 ราย

     คนร้ายทำการโจมตีด้วยอาวุธปืนและระเบิดที่บริเวณหน้าโรงแรม สเปลนดิด กรุงวากาดูกู บูร์กินาฟาโซ เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน บาดเจ็บกว่า 15 คน      กองกำลังของบูร์กีนาฟาโซเข้าดูแลพื้นที่เกิดเหตุและทางการได้สั่งปิดท่าอากาศยานชั่วคราวแล้ว โรงแรมแห่งนี้มักมีเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติและชาวตะวันตกใช้เป็นที่พัก      บูร์กีนาฟาโซเป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก เคยอยู่ใต้ปกครองของฝรั่งเศส      กองกำลังสหรัฐและฝรั่งเศสเข้าช่วยสนับสนุนกำลังทหารของบูร์กีนาฟาโซ และเข้าควบคุมพื้นที่ของโรงแรมสเปลนดิดแล้ว กำลังของสหรัฐฯ ใช้เครื่อง drone บินสังเกตการณ์โดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ      กองกำลังสหรัฐฯ และฝรั่งเศส ในสังกัดของสหประชาชาติเข้าช่วยเหลือตัวประกันจำนวน 63 คนที่ถูกจับอยู่ภายในโรงแรมและปลอดภัยแล้ว โรงแรมแห่งนี้อยู่ใกล้กับสนามบินวากาดูกู ที่มา : TASS World / January 16, 5:14 Link : http://tass.ru/en/world/850074

ออสซี่ผวาคำขู่บึ้ม!จนท.เคลียร์พื้นที่โอเปร่าเฮาส์

ตร.ออสเตรเลียเคลียร์พื้นที่โอเปร่าเฮาส์พร้อมอพยพปชช. หลังมีคำขู่ระเบิดเรือเฟอร์รี่      วันนี้ (14 ม.ค.59) ตำรวจออสเตรเลียได้เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ออกจากพื้นที่ในวันนี้ โฆษกตำรวจนิวเซาท์เวลส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังคงทำหน้าที่สำรวจพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในขณะนี้ ภายหลังจากที่ได้มีการอพยพพนักงานออกจากอาคาร และยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้บริการเรือเฟอร์รี่จากแมนลีย์ไปยังเซอร์คิวลาร์คีย์ได้ยกเลิกการให้บริการ เมื่อเวลาประมาณ 13.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น      แฟกซ์ มีเดีย รายงานว่า ตำรวจได้เข้าเคลียร์พื้นที่ภายหลังจากที่มีคำขู่เรื่องระเบิดบนเรือเฟอร์รี่ที่วิ่งในเส้นทางไปยังแมนลีย์ โดยตำรวจได้เคลียร์พื้นที่บริเวณด้านหน้าโอเปร่า เฮาส์ เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ตำรวจได้ยกแผงเหล็กออกจากพื้นที่ ทัวร์ท่องเที่ยวโอเปร่า เฮาส์ ทั้งหมดในวันนี้ได้มีการประกาศยกเลิกให้บริการแล้ว ที่มา : TnnThailand วันที่ 14 ม.ค. 59, 11.51 น. Link : http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=88614&t=news

ระเบิดกลางกรุงจาการ์ตา มีผู้เสียชีวิต 4ราย

มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 คน หลังจากเกิดเหตุระเบิดขึ้นต่อเนื่องใจกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เช้านี้ โดยผู้สื่อข่าวระบุว่ามีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่องหลังจากเกิดเหตุระเบิด แต่ขณะนี้ยังไม่มีการชี้ชัดว่ากลุ่มใดเป็นผู้ลงมือ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุยังไม่พบคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสีย ชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สถานทูตไทยในกรุงจาการ์ตาเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจเตือนคนไทยให้อยู่ในที่พักและหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็น สำหรับเหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงสาย ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้า ซารินาห์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีและสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ผู้สื่อข่าวของบีบีซีในกรุงจาการ์ตาระบุว่ามีการยิงโต้ตอบกันระหว่างผู้ก่อ เหตุและเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเข้าประจำการในบริเวณดังกล่าวหลายร้อยนายรวมมือ ปืนซุ่มยิง อินโดนีเซียเผชิญกับเหตุโจมตีจากกลุ่มกองกำลังอิสลามมาหลายครั้ง และล่าสุดนี้ได้เฝ้าระวังอย่างสูงต่อเหตุก่อการร้ายโดยกลุ่มที่เรียกว่ารัฐ อิสลาม หรือไอเอส แม้จะยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบจากเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีรายงานว่าช่วง 2-3 ที่ผ่านมา มีชาวอินโดนีเซียราว 150-200 คนเดินทางไปซีเรียเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส และเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งตำรวจคิดว่ากลุ่มเหล่านี้อาจเตรียมการก่อเหตุในอินโดนีเซีย ที่มา บีบีซีไทย – BBC Thai  14 มกราคม 2559

ตุรกีเผย บึ้มอิสตันบูลฝีมือไอเอส “เยอรมนี”ประกาศปราบปราม

     13 ม.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุระเบิดรุนแรง เมื่อช่วงเวลา 8.30 น. วานนี้ (12 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณจัตุรัสสุลต่านอาเหม็ต ไม่ไกลจากบลูมอสก์ หรือสุเหร่าสีน้ำเงิน และวิหารฮาเกียโซเฟีย สถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในนครอิสตันบูล สถานีโทรทัศน์ฮาเบอร์เติร์ก และสำนักข่าวโดกันของตุรกีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวเยอรมัน 8 คน เปรู 1 คน และมือระเบิด โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 คน      ขณะที่สื่อตุรกีบอกว่าเป็นชาวเยอรมัน 9 คน เปรู 2 คน และนอร์เวย์ 1 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดกั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ และสั่งระงับการให้บริการของรถรางใกล้กับจุดเกิดเหตุ พยานใกล้ที่เกิดเหตุบอกว่าเสียงระเบิดดังมากจนได้ยินไปถึงย่านใกล้เคียง สร้างความตื่นตกใจให้กับนักท่องเที่ยว      ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดแอน ผู้นำตุรกี ประณามเหตุระเบิดครั้งนี้ว่าเป็นการก่อการร้ายโดยฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตายชาวซีเรียวัย 28 ปี ที่เป็นแนวร่วมกลุ่มรัฐอิสลาม…

เกิดระเบิดรุนแรงขึ้นในอิสตันบูล ตายแล้ว 10 นายกฯตุรกีเรียกประชุมฉุกเฉินด่วน

     สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม เกิดเหตุระเบิดรุนแรงขึ้นบริเวณย่านสุลต่านอาเหม็ด ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 15 คน เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการก่อการร้าย โดยย่านสุลต่านอาเหม็ดถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในนครอิสตันบูล ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวมากถึงวันละหลายหมื่นคน      ข่าวระบุว่า ร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่บริเวณใกล้กับจัตุรัสสุลต่านอาเหม็ด ใกล้กับบลูมอสก์ และฮาเกีย โซเฟีย แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอิสตันบูล ซึ่งเจ้าหน้าที่ของตุรกีเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า เหตุระเบิดครั้งนี้น่าจะเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุของการระเบิดและชนิดของระเบิด เบื้องต้นมีรายงานว่า มีชาวเยอรมัน และนอร์เวย์ รวมอยู่ในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย      เอเอฟพีรายงานว่า นายอาเหม็ด ดาวูโตกลู นายกรัฐมนตรีตุรกี ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ที่มา : Matichon Online วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 17:55:35 น. Link : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1452595625

เตือน ′ไอเอส′เล็งใช้ ′ฝูงโดรนติดระเบิด′ โจมตีเป้าหมายแบบเดียวกับ 9/11

     รายงานของ อ็อกซ์ฟอร์ดรีเซิร์ชกรุ๊ป หน่วยงานวิจัยที่เป็นคลังสมองด้านความมั่นคงของประเทศอังกฤษ เตือนรัฐบาลอังกฤษให้เตรียมพร้อมรับมือกับอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ที่วางขายทั่วไปในตลาด อาจถูกนำมาใช้ติดวัตถุระเบิดโจมตีเป้าหมายอย่าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีได้ พร้อมเผยไอเอสเตรียมใช้โดรนก่อเหตุก่อการร้ายลักษณะเดียวกับ 9/11      รายงานในโครงการ “การควบคุมระยะไกลของ” อ็อกซ์ฟอร์ดรีเซิร์ชกรุ๊ป แสดงความกังวลว่า “โดรนจะถูกใช้ในฐานะระเบิดแสวงเครื่องทางอากาศที่เรียบง่าย หาได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ” โดยรายงานระบุถึงเป้าหมายที่อาจถูกโจมตีด้วยโดรนติดระเบิดได้เช่น สถานเอกอัครราชทูต โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ การประชุมสุดยอดผู้นำจี 7 รวมถึงรถยนต์ของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ      รายงานดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาล ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยโดรนลง เช่นมาตรการออกใบอนุญาต ระบบเลเซอร์เพื่อป้องกันเป้าหมาย ระบบคลื่นวิทยุก่อกวน และข้อแนะนำสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในการยิงโดรนต้องสงสัย      ขณะที่รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า “มีรายงานว่ากลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) กำลังวางแผนโจมตีจุดที่มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมากด้วยฝูงโดรนเพื่อก่อเหตุลักษณะเดียวกับเหตุ 9/11 ที่เคยเกิดขึ้น” ที่มา : MatichonOnline วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 14:10:15…