กลุ่มก่อการร้ายแสวงประโยชน์จากเหตุกราดยิงที่นิวซีแลนด์

ชาวมุสลิมและผู้นำทั่วโลกประณามเหตุสังหารหมู่ที่นิวซีแลนด์ VOATHAI.COM จากเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ที่เมืองไคร้สท์เชิร์ช นิวซีแลนด์ เมื่อ 15 มีนาคม 62 ซึ่งก่อเหตุโดย นาย Brenton Harrison Tarrant อายุ 28 ปี ชาวออสเตรเลีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 50 คน และผู้บาดเจ็บกว่า 50 คน กลายเป็นสถานการณ์ที่กลุ่มก่อการร้าย ทั้งกลุ่ม Islamic State (IS) และกลุ่ม AL-Qaeda (AQ) นำมาใช้บิดเบือนและแสวงประโยชน์ในการปลุกระดมผู้สนับสนุนให้ก่อเหตุตอบโต้ โดยเฉพาะกลุ่ม IS ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้ถึงขั้นที่โฆษกของกลุ่มต้องออกแถลงการณ์กล่าวถึงเป็นกรณีเฉพาะ หลังจากห่างหายจากการออกแถลงการณ์มานานกว่า 6 เดือน ขณะเดียวกันเหตุโจมตีไคร้สท์เชิร์ช อาจกลายเป็นแรงกระตุ้นและเงื่อนไขที่ทำให้ผู้มีแนวคิดรุนแรงตัดสินใจก่อเหตุเพื่อแก้แค้นให้กับพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบความเสี่ยงและเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเหตุโจมตีไคร้สท์เชิร์ช สื่อของกลุ่มก่อการร้ายต่างกล่าวถึงเหตุการณ์โจมตี และนำไปแสวงประโยชน์ โดยพยายามบิดเบือนข้อมูลกล่าวหารัฐบาลนิวซีแลนด์ เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนก่อเหตุโจมตีเพื่อแก้แค้นให้ชาวมุสลิมที่ถูกสังหาร และตอกย้ำว่าชาวมุสลิมไม่มีวันได้รับการยอมรับในประเทศตะวันตก อีกทั้งยังเปรียบเทียบการสังหารชาวมุสลิมที่เมืองไคร้สท์เชิร์ช ว่าเป็นเช่นเดียวกับการสังหารหมู่ชาวมุสลิมในหมู่บ้าน Baghouz ที่มั่นสุดท้ายของกลุ่ม IS นับเป็นการออกแถลงการณ์ครั้งแรกในรอบ…

เหตุถล่ม 2 มัสยิดนิวซีแลนด์ ทำให้เกิดคำถามขึ้นอีกครั้งว่า โซเชียลมีเดียยิ่งทำให้เหตุก่อการร้ายแย่กว่าเดิมหรือเปล่า

REUTERS ขณะที่มือปืนสัญชาติออสเตรเลียบุกเข้าไปกราดยิงในมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คน เขาบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด และถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊ก สิ่งที่ตามมาคือความพยายามของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่จะลบวิดีโอดังกล่าวออก แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีคนแชร์ต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างกว้างขวาง ไปปรากฏบนหน้าหนึ่งของเว็บไซต์สำนักข่าวใหญ่ ๆ ทั้งในรูปแบบภาพนิ่งและวิดีโอ เมื่อวานนี้ นายเบรนตัน ทาแรนท์ ผู้ต้องสงสัยหลัก ชาวออสเตรเลียวัย 28 ปี ได้ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมแล้ว เขาจะถูกควบคุมตัวต่อไปและมีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 5 เม.ย. ส่วนนางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ประกาศว่า “จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายควบคุมอาวุธปืนของเรา” หลังพบว่า ผู้ต้องสงสัยมีปืนถึง 5 กระบอกพร้อมใบอนุญาตพกปืนตามกฎหมาย โซเชียลมีเดียกับการก่อการร้าย หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจขึ้นมาอีกครั้งคือ บริษัทผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่างทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และยูทิวบ์ ประสบความล้มเหลวอีกครั้งที่จะจัดการกับเนื้อหาที่มีลักษณะฝ่ายขวาอย่างสุดโต่งบนแพลตฟอร์มของพวกเขา วิดีโอที่คนร้ายเผยแพร่ถูกส่งต่อไปเป็นวงกว้างเรื่อย ๆ ขณะที่หลายฝ่ายก็พยายามเรียกร้องให้หยุดเผยแพร่ซะ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียคนหนึ่งตั้งข้อสังเกตขึ้นมาว่า “นั่นคือสิ่งที่ผู้ก่อการร้ายต้องการ” คนร้ายแชร์อะไรบ้าง…

มาเลเซียจับ-ส่งกลับ 4 อียิปต์วิจารณ์ ปธน. อียิปต์ด้วยกฎหมายต้านการก่อการร้าย

(ซ้ายสุด) อับเดล ฟัตตอห์ อัลซิซี อยู่กับกษัตริย์ซัลมานของซาอุดิอาระเบีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่งานริยาห์ด ซัมมิต ปี 2560 (ที่มา: Wikipedia) 9 มี.ค. 2562 สื่ออัลจาซีรารายงานว่า องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนออกมาวิจารณ์ทางการประเทศมาเลเซีย กรณีกักตัวชาวอียิปต์สี่คน ที่มีประวัติเคยวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตอห์ อัลซิซี ของอียิปต์ และมีแผนจะส่งตัวกลับไปยังอียิปต์ ซึ่งทางองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างเกรงว่าชาวอียิปต์ทั้งสี่จะถูกลงโทษอย่างหนักเมื่อกลับไปถึงประเทศ ผู้สื่อข่าวประชาไทได้รับรายงานว่า ชาวอียิปต์ทั้งสี่คนถูกมาเลเซียเนรเทศมาตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2562 เพื่อใช้ไทยเป็นทางผ่านส่งตัวกลับไปยังกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ โดยผู้ถูกส่งกลับทั้งสี่มีชื่อว่า โมฮาเหม็ด ฟาธิห์ อิด อาลี (Mohamed Fathy Eid Aly) อับดุลลาห์ มาห์มูด ฮิชัม มอสตาฟา โมฮาเมห็ด (AbdAllah Mahmoud Hisham Mostafa Mohamed) อับเดลรามัน อับเดลลาซิซ อาเหม็ด อับเดลลาซิซ มอสตาฟา…

เกิดเหตุโจมตีที่แคว้นแคชเมียร์ของอินเดีย ทหารเสียชีวิตกว่า 40 ราย!

Indian firemen spray water on a road to wash away blood after an explosion in Pampore, Indian-controlled Kashmir, Thursday, Feb. 14, 2019. NEW DELHI — ทหารกองหนุนอย่างน้อย 40 คน เสียชีวิตระหว่างการโจมตีที่แคว้นแคชเมียร์ของอินเดีย โดยคนร้ายใช้รถยนต์บรรจุระเบิดพุ่งเข้าใส่ขบวนรถทหารราว 70 คัน ที่กำลังเดินทางอยู่บนถนนเส้นหลักใกล้กับเมืองศรีนาการ์ เมืองหลวงของแคว้นแคชเมียร์ ถือเป็นเหตุการณ์โจมตีที่ทำให้มีทหารเสียชีวิตมากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในแคชเมียร์ ทางการอินเดียกล่าวหาว่า กลุ่มก่อการร้าย Islamist Jaish-e-Mohammad ที่อยู่ในเขตปากีสถาน คือผู้ก่อเหตุครั้งนี้ เหตุการณ์โจมตีครั้งล่าสุดยิ่งทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างอินเดียกับปากีสถานซึ่งทางอินเดียกล่าวหาว่าให้ความสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวให้ก่อเหตุในแคว้นแคชเมียร์ Jammu and Kashmir สำหรับรถโดยสารที่ถูกโจมตีจนเกิดระเบิดอย่างรุนแรงนั้น มีทหารกองหนุนเดินทางไปด้วย 44 คน แต่แรงระเบิดส่งผลกระทบต่อรถยนต์คันอื่นๆ ในขบวนที่มีทหารร่วมเดินทางไปด้วยหลายร้อยคน ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายคน และคาดว่าอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น นับว่าเป็นการโจมตีด้วยระเบิดติดรถยนต์ครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี แคว้นแคชเมียร์ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ต่างถูกอ้างเป็นเขตปกครองโดยทั้งอินเดียและปากีสถาน…

บึมโบสถ์คริสต์ดับ 20 เจ็บ 81 ฟิลิปปินส์ตอนใต้ มีทหารตายด้วย 5 ชี้ฝีมือก่อการร้าย

ฟิลิปปินส์ระอุ เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้ง ถล่มโบสถ์คาทอลิก บนเกาะโจโล ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลมีคนตายอย่างน้อย 20 ศพ ในจำนวนนี้เป็นทหาร 5 นาย บาดเจ็บอีกเพียบ ด้าน ปธน.ดูเตร์เต ประณามทันทีเป็นฝีมือพวกก่อการร้าย พร้อมลั่นจะลากคอมาดำเนินคดีให้ได้ ขณะที่ รมว.กลาโหมสั่งกองทัพนำกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ดูแลความปลอดภัยพร้อมสกัดการลอบโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ หลังเพิ่งมีการลงประชามติรับรองให้เกาะมินดาเนา ปรับสถานะเป็นเขตปกครองตนเองที่เรียกว่า “เขตปกครองบังซาโมโร” ได้เพียงวันเดียว โดยเกิดระเบิด 2 ครั้ง บริเวณโบสถ์คริสต์ “Our Lady of Mount Carmel” ในเขตเทศบาลเมืองโจโล จังหวัดซูลู บนเกาะโจโล เมื่อเวลา 08.45 น. ของวันที่ 27 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 07.45 น.ตามเวลาไทย ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกาย คาธอลิก กำลังร่วมสวดมนต์ประจำวันอาทิตย์ที่โบสถ์ โดยระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นภายในโบสถ์ และเมื่อเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็เกิดระเบิดครั้งที่สองตามมา โดยคาดว่าตัวระเบิดถูกซุกอยู่ในกล่องใส่ของบนรถมอเตอร์ไซค์…

ญี่ปุ่นผวา!จดหมายไซยาไนด์ในนาม “โอมชินริเกียว” ขู่เรียกเงินเหยียบล้าน ถ้าไม่ได้ จะเกิดโศกนาฎกรรม

นายโชโก อาซาฮารา ผู้นำกลุ่มลัทธิโอมชินริเกียว (AFP) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม ตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยว่า มีบริษัทอย่างน้อย 9 แห่งในญี่ปุ่น ซึ่งรวมทั้งบริษัทผู้ผลิตยาและหนังสือพิมพ์ ได้รับจดหมายแบล็คเมล์ที่บรรจุผงสีขาวที่ต้องสงสัยว่าเป็น “ไซยาไนด์” บรรจุอยู่ โดยโฆษกสำนักงานตำรวจญี่ปุ่น เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า จดหมายที่ถูกส่งออกไป ใช้ชื่อผู้ส่งเป็นชื่อของสมาชิกโอมชินริเกียว ที่ถูกประหารชีวิตไปแล้ว จากการก่อเหตุปล่อยก๊าซซารินโจมตีผู้คนในกรุงโตเกียว เมื่อปี ค.ศ.1995 โดยในจดหมายดังกล่าวเรียกเงินเป็นเงินบิทคอยน์คิดเป็นมูลค่า 35 ล้านวอน หรือราว 987,000 บาท แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า บริษัทที่ได้รับจดหมายเป็นบริษัทใดบ้าง ระบุเพียงว่า หนึ่งในนั้นเป็นบริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ ในจดหมายยังได้ขู่ว่า จะทำยาปลอมขึ้นมาที่มีส่วนผสมของโปแตสเซียม ไซยาไนด์ และจะแจกจ่ายออกไป พร้อมกับเตือนว่า จะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น หากไม่มีการโอนเงินภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ——————————————————– ที่มา : MATICHON Online / 27 มกราคม 2562 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_1337301