US-CERT เตือน! รัสเซียหนุนหลังการโจมตีอุปกรณ์ Network ทั่วโลก พร้อมเผยแนวทางระวังตัวสำหรับ Vendor, ISP, องค์กร และผู้ใช้งาน

ในการแจ้งเตือนรหัส TA18-106A ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงาน FBI, DHS และ NCSC ของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาแจ้งเตือนถึงการที่รัฐบาลรัสเซียได้หนุนหลังให้มีการโจมตีเจาะช่องโหว่ของอุปกรณ์ Router, Switch, Firewall, IDS และอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีการรายงานถึงกลวิธี, เทคนิค และกระบวนการที่ถูกใช้ในการโจมตีครั้งนี้ ทั้งนี้ในรายงานนี้ก็ได้ระบุด้วยว่าทางรัฐบาลสหรัฐนั้นตรวจพบการโจมตีที่สนับสนุนโดยรัสเซียมาตั้งแต่ปี 2015 แล้ว โดยเป้าหมายในการโจมตีหลักๆ ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ การเจาะช่องโหว่ใน Protocol เก่าๆ และเหล่าองค์กรที่ไม่ดูแลด้าน Security ของตนเอง การโจมตี Router เพื่อเข้าตรวจสอบและควบคุม Traffic ต่างๆ รวมถึงระบบ Industrial Control System (ICS) การเจาะอุปกรณ์ Network ต่างๆ โดยตรง เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่เหล่าผู้ใช้งานมักไม่ดูแลให้ปลอดภัย ไม่แก้ไขอะไรตราบเท่าที่ยังใช้งานได้ รวมถึงหากอุปกรณ์เหล่านี้ผู้ผลิตไม่สนับสนุนการใช้งานแล้ว ผู้ใช้งานก็มักยังคงใช้งานต่อไปเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้ถูกเจาะได้สำเร็จแล้ว ผู้ใช้งานก็มักจะไม่รู้ตัว และไม่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์เหล่านี้ออกจากเครือข่ายด้วย โดยทาง US-CERT ได้เตือนให้เฝ้าระวัง…

เผยวินาที “จีนคลั่ง” ล็อกคอแอร์สาวเป็นตัวประกันใช้ปากกาหมึกซึมจี้เครื่องบิน

ซินจิงเป้า/MGROnline – เผยคลิปชายจีนวัย 41 คลั่งล็อกแอร์สาว ก่อนใช้ปากกาหมึกซึมจี้ไปที่ลำคอข่มขู่ จนกัปตันต้องนำเครื่องบินลงจอดกลางทาง ก่อนเวลาผ่านไป 3 ชม. จนท.จึงเข้าชาร์จสำเร็จ ข้อมูลเผยเป็นผู้โดยสารชาวเหอหนานที่มีประวัติเข้ารับการรักษาอาการป่วยทางจิตจากเหตุวานนี้ (15 เม.ย.) ซึ่งสายการบินแอร์ไชน่าเที่ยวบิน ซีเอ1350 ฉางซา-ปักกิ่ง ถูกจี้โดยชายผู้หนึ่งที่ใช้อาวุธเป็นปากกาหมึกซึมและจับลูกเรือเป็นตัวประกัน จนกัปตันต้องตัดสินใจนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินกลางทางที่สนามบินในเมืองเจิ้งโจว วันนี้ (16 เม.ย.) สื่อจีนได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว รวมถึงภาพคลิปวิดีโอการปฏิบัติการบางส่วนของเจ้าหน้าที่ด้วยจากการเปิดเผยของฝ่ายความมั่นคงมณฑลเจิ้งโจวระบุว่า ชายคนก่อเหตุเป็นชายเหอหนานแซ่สีว์ (徐) อายุ 41 ปี เนื่องจากเป็นผู้ที่มีประวัติมีอาการป่วยทางจิตจึงก่อเหตุใช้ปากกาหมึกซึมด้ามสีเหลืองจับพนักงานต้อนรับสาวของสายการบินแอร์ไชน่าไว้เป็นตัวประกันจากคลิปวิดีโอปรากฎภาพชายผู้ก่อเหตุได้เอ่ยปากเรียกร้องขอน้ำ ระหว่างที่ใช้แขนซ้ายล็อกคอ และมือขวากำปากกาหมึกซึมจ่อที่บริเวณลำคอของแอร์สาว โดยนั่งอยู่กับพื้นเครื่อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นนักเจรจาจะนำแก้วน้ำวางไว้ต่อหน้าชายคนดังกล่าวบนพื้น จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้ตะโกนให้เจ้าหน้าที่ถอยห่างออกไป นักบินต้องออกจากเครื่องบินทางหน้าต่าง   ทั้งนี้เที่ยวบินที่ ซีเอ1350 ตามกำหนดการ ต้องเดินทางออกจากสนามบินที่ฉางซาเวลา 8.40น. และเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในเวลาประมาณ 11.00น. ทว่า เมื่อเวลา 9.58น. ต้องขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินเจิ้งโจว เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทั่งราว 3 ชั่วโมงต่อมาเหตุการณ์ก็คลี่คลายเมื่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในชุดนอกเครื่องแบบ 3 นาย…

ย้อนประวัติศาสตร์อาวุธเคมี

ข่าวการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในเมืองดูมาของซีเรีย รวมทั้งข่าวการใช้สารทำลายระบบประสาทหวังลอบสังหารอดีตสายลับรัสเซียในอังกฤษ ทำให้เรื่องอาวุธเคมีกลายเป็นประเด็นที่โลกให้ความสนใจอีกครั้ง บีบีซีขอย้อนรอยประวัติศาสตร์การใช้อาวุธเคมีซึ่งเริ่มมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว นายฮามิช เดอ เบรต์ตอง-กอร์ดอง อดีตทหารอังกฤษ และเจ้าหน้าที่หน่วยอาวุธเคมี ชีวภาพ และนิวเคลียร์องค์การนาโต เล่าว่า อาวุธเคมีชนิดแรกของโลกคือ คลอรีน (Chlorine) เป็นสารทําลายระบบทางเดินหายใจ (Choking agent) แม้ในตอนแรกมันจะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำให้เหยื่อพิการมากกว่าทำให้เสียชีวิต แต่ที่ผ่านมาอาวุธชนิดนี้ก็คร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมาก สารคลอรีนถูกใช้ครั้งแรกในสงครามเมืองอีเพรส์ครั้งที่ 2 ในเบลเยียม เมื่อปี 1915 และสร้างความหายนะครั้งใหญ่หลวง เพราะตอนนั้นยังไม่เคยมีการใช้สารคลอรีนเป็นอาวุธทางการทหารมาก่อน แม้จะเป็นสารเคมีพื้นฐานก็ตาม ต่อมาก็มีการใช้แก๊สมัสตาร์ด ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ระคายเคืองผิวหนังและเกิดแผลพุพอง (Blister agents) จากนั้นกองทัพนาซีเยอรมนีได้พัฒนาสารทำลายระบบประสาท (Nerve agents) ขึ้น โดยเป็นสารสังเคราะห์จากกรดฟอสฟอริก ซึ่งเป็นสารกำจัดศัตรูพืช และพบว่าสารทาบุน และโซมาน สามารถฆ่าคนได้มีประสิทธิภาพ สารทำลายระบบประสาทถูกใช้อย่างแพร่หลายในสงครามอิหร่าน-อิรัก เมื่อปี 1984-1988 ซึ่งเหตุโจมตีเมืองฮาลับยาในอิรัก เมื่อวันที่ 16 มี.ค.1988 ยังติดอยู่ในความทรงจำของผู้คนจำนวนมาก เพราะมีผู้เสียชีวิตมากถึง 5,000 คนในเหตุโจมตีวันนั้น ปัจจุบันอาวุธเคมีกลายเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้ง…

สารสนเทศคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร

เมื่อพูดถึง “สารสนเทศ” หลายคนคงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี และคงจะนึกถึงวงการคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร หรือธุรกิจอย่างแน่นอน และถึงแม้ว่าจะได้ยินกันจนคุ้นหูแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนั้น “สารสนเทศคืออะไร…?” โดยคิดเพียงแค่ว่าเป็นคำที่เกี่ยวข้องกับวงการคอมพิวเตอร์เท่านั้น… สารสนเทศคืออะไร…? สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลข่าวสารในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปภาพ สัญลักษณ์ หรือเสียง ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการกระบวนการประมวลผลด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การคำนวณ การเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ การเรียงลำดับ และการสรุปผล เป็นต้น แล้วจึงมีการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบเพื่อนำไปใช้งานต่อไป เช่น เกรดเฉลี่ยของนักเรียน เป็นต้น ซึ่งสารสนเทศจะเกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ของแต่ละคน ความสำคัญของสารสนเทศ ซึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวันคนทุกอาชีพ ทุกเพศ และทุกวัยล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศทั้งนั้น เพราะสารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตเปรียบเสมือนสิ่งที่ขับเคลื่อนสังคมหลากหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษาที่ช่วยให้การเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและเกิดความรู้ใหม่ขึ้น หรือจะเป็นทางด้านสังคมที่ช่วยพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม ทั้งยังช่วยสร้างความเข้าใจแก่คนในสังคม ลดความขัดแย้งและให้คนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข รวมถึงทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง และวัฒนธรรมอีกด้วย ดังนั้นสารสนเทศคือข้อมูลที่ผ่านกระบวนการประมวลผลด้วยวิธีการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป โดยสารสนเทศเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะต่างก็เกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวันหลากหลายด้านด้วยกัน ซึ่งถ้าขาดสารสนเทศไปอาจจะก่อให้เกิดปัญหาและความวุ่นวายตามมามากมาย… ————————————————– ที่มา : เกร็ดความรู้.net Link : http://www.เกร็ดความรู้.net/สารสนเทศ/  

ระวัง ! อย่าเปิดพัดลมทิ้งไว้เมื่อไม่มีใครอยู่

เหตุเพลิงไหม้ที่มีให้เห็นตามข่าวมักเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยิ่งสภาพอากาศในหน้าร้อนยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ ทำอะไรก็ต้องระวังเป็นพิเศษ การใช้พัดลมหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้มีความระมัดระวังในการใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก เนื่องจากความปลอดภัยในการใช้งานก็จะไปเป็นตามราคาที่จำหน่าย และควรถอดปลักไฟทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่อาจจะเกิดในช่วงอากาศที่ร้อนอบอ้าวนี้ ทางองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนจึงนำเสนอวีดีโอเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกด้าน รปภ. และแจ้งเตือนถึงผู้ใช้งานพัดลมที่เปิดทิ้งไว้ทั้งวันในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว   เครดิต : youtube โดยคุณ P1   จัดทำโดย : องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน

สถานทูตสหรัฐฯ ไล่ออกพนักงานเขมร 32 คน ส่งต่อรูปโป๊ในกรุ๊ปแชท

รอยเตอร์ – สถานทูตสหรัฐฯ ในกัมพูชาไล่ออกเจ้าหน้าที่ 32 คน หลังทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าส่งต่อสื่อลามกอนาจารในกลุ่มสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าววันนี้ (13)  แหล่งข่าว 4 คน เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า คลิปวิดีโอและรูปภาพลามกอนาจาร ที่บางส่วนมีผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ปรากฎอยู่ด้วยนั้น ถูกส่งต่อกันในกรุ๊ปแชทบนแอพลิเคชั่น Facebook Messenger  ภรรยาของพนักงานสถานทูตพบเห็นภาพบางส่วนและได้รายงานเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่สถานทูต ซึ่งเรื่องราวนี้ถูกส่งต่อไปยังเอฟบีไอ ตามการระบุของแหล่งข่าว “พวกเขาถูกยึดบัตรประจำตัวและโทรศัพท์ของบางคนถูกตรวจสอบ” อดีตพนักงานสถานทูตสหรัฐฯ กล่าวกับรอยเตอร์ แหล่งข่าวยังระบุว่า พนักงานสถานทูต 32 คน ประกอบด้วยชาวกัมพูชาและชาวอเมริกันเชื้อสายกัมพูชา หลายคนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและบางคนอยู่กองเสมียน ไม่มีนักการทูตอยู่ในกลุ่มนี้  แหล่งข่าวอีก 2 คน ที่ทำงานในสถานทูตยืนยันการไล่ออก การไล่ออกพนักงานเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กัมพูชาและสหรัฐฯ กำลังตึงเครียดจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสหรัฐฯ ต่อการปราบปรามผู้เห็นต่างของนายกรัฐมนตรีฮุนเซน และความไม่พอใจของผู้นำเขมรในสิ่งที่เขากล่าวว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะบ่อนทำลายการปกครองของเขา สหรัฐฯ ปฏิเสธการแทรกแซงการเมืองของกัมพูชา ส่วนรัฐบาลกัมพูชาไม่ได้แสดงความเห็นถึงเรื่องการไล่ออกพนักงานครั้งนี้ กัมพูชามีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการค้าประเวณีเด็ก และชาวต่างชาติหลายคนถูกตัดสินโทษจำคุกจากการล่วงละเมิดเด็กในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การข่มขืนเด็กยังคงเป็นปัญหาร้ายแรงในกัมพูชา ตามการรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในปี 2559 โฆษกสถานทูตระบุว่าไม่สามารถแสดงความเห็นได้และส่งข้อซักถามไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเมื่อได้รับการติดต่อจากรอยเตอร์ “บันทึกเหล่านี้เป็นความลับ…