กรณีศึกษา : อัยการสหรัฐฯฟ้องอดีตเจ้าหน้าที่ CIA ลักลอบส่งข้อมูลข่าวสารลับให้วิกิลีกส์

Joshua Adam Schulte อดีตโปรแกรมเมอร์ของ CIA ถูกจับ หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรั่วไหลของข้อมูลชุดเครื่องมือแฮ็ก Vault7 สู่ Wikileaks โดยก่อนหน้านี้ Schulte เคยถูกกล่าวหาว่าครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาแล้ว Schulte เคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ของ CIA โดยรับผิดชอบในส่วนของการสร้างมัลแวร์สำหรับให้ CIA และ NSA ใช้แฮ็กระบบคอมพิวเตอร์ของเป้าหมาย ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) Schulte ได้ถูกฟ้องร้องโดยกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ว่าขโมยข้อมูลเอกสารลับ CIA, โปรเจกต์ซอฟต์แวร์ และเครื่องมือแฮ็กหลายพันรายการ รวมแล้ว 13 ข้อหา นอกจากนี้ยังถูกสงสัยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรั่วไหลของข้อมูล Vault7 บน Wikileaks ที่เริ่มเผยแพร่สู่สาธารณะตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 อีกด้วย สำนวนการฟ้องระบุว่า หลังจากที่ Schulte ได้ขโมยเอกสารลับไปแล้ว เขาพยายามปกปิดร่องรอยโดยการปรับแต่งระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักข่าวกรองสหรัฐฯ เพื่อให้เขาได้สิทธิ์ในการเข้าถึงระบบในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2559 โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วทำการลบบันทึกเกี่ยวกับการปฏิบัติการของเขาทิ้งไป รวมไปถึงปฏิเสธไม่ให้คนอื่นเข้าถึงระบบอีกด้วย FBI ได้เข้าค้นอพาร์ตเมนต์ของ Schulte ในเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมาภายใต้ปฏิบัติเพื่อค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่ข้อมูล…

‘ดีพเฟค’ เทคโนโลยีทรงพลังในสงครามข่าวปลอม

This image made from video of a fake video featuring former President Barack Obama shows elements of facial mapping used in new technology that lets anyone make videos of real people appearing to say things they’ve never said. (AP Photo) ขณะนี้ มีการจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อการใช้ข่าวสารที่บิดเบือนเป็นอาวุธในสงครามจิตวิทยาที่หวังผลสร้างความไม่เชื่อใจในตัวบุคคลสำคัญ ใส่ร้ายป้ายสี และก่อความปั่นป่วน และอาวุธด้านข่าวกำลังทรงพลังมากขึ้นเมื่อ ผู้ปล่อยข้อมูลเท็จสามารถสร้างสื่อวิดีโอที่แสดงภาพบุคคลสำคัญพูดหรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมได้เหมือนตัวจริง เครื่องมือตบตาผู้รับสารที่แนบเนียนนี้เรียกว่า ‘Deepfake’ ซึ่งอาศัยเทคโนโลยีภูมิปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เดิมทีถูกสร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบความคิดของมนุษย์และกำลังถูกพัฒนาให้สามารถเลียนแบบพฤติกรรม น้ำเสียงและท่วงทำนองการพูดได้ด้วย ไม่นานนี้สื่อ BuzzFeed นำภาพและเสียง…

สองชาวอังกฤษถูกหามส่งโรงพยาบาล หลังสัมผัส “สารปริศนา” ใกล้เมืองที่สายลับรัสเซียถูกวางยาพิษ

เอเอฟพี – ตำรวจอังกฤษ ระบุในวันนี้ (4) มีคนสองคนกำลังอยู่ในอาการสาหัสในโรงพยาบาลเมืองซอลส์บรีหลังจากสัมผัสกับ “สารปริศนา” ไม่ไกลจากที่ๆ อดีตสายลับรัสเซีย เซียร์เกย์ สกริปัล และลูกสาวของเขาถูกวางยาพิษ “ผู้ป่วยสองคนกำลังรับการรักษาหลังจากสัมผัสกับสารปริศนาที่โรงพยาบาลเขตซอลส์บรี” ตำรวจวิลต์เชอร์ ระบุ “พวกเขาทั้งคู่อยู่ในอาการสาหัส” ตำรวจ กล่าว และเสริมว่า พวกเขาพิจารณาว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็น “เหตุการณ์ร้ายแรง” คนทั้งสองเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งอายุราว 40 กว่าๆ ถูกพบหมดสติเมื่อวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายนที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านอเมสบรี ซึ่งอยู่ห่างจากซอลส์บรีประมาณสิบกว่ากิโลเมตร เซียร์เกย์และยูเลีย สกริปัล ถูกพบหมดสติบนม้านั่งในเมืองแห่งนี้ในฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษซึ่งอดีตสายลับสองหน้ารายนี้อาศัยอยู่ในเดือนมีนาคม เป็นชนวนวิกฤตทางการทูตอันขมขื่นระหว่างมอสโกและลอนดอนที่ระบุว่า สารทำลายประสาทสมัยโซเวียตชื่อว่า โนวิชอค ถูกใช้กับพวกเขาทั้งสอง ตำรวจวิลต์เชอร์ ระบุว่า เบื้องต้นพวกเขาสงสัยว่า ทั้งสองคนป่วยหลังจากใช้เฮโรอีนหรือโคเคนผงจากจากกลุ่มยาเสพติดปนเปื้อน” “อย่างไรก็ตาม กำลังมีการการทดสอบเพิ่มเติมอยู่ในตอนนี้เพื่อตรวจสอบว่าสารชนิดใดที่ทำให้ผู้ป่วยสองคนนี้ล้มป่วย และเรายังคงพิจารณาสภาพการณ์แวดล้อมเหตุการณ์นี้ด้วย” พวกเขา กล่าว เทปคำเตือนการรักษาความปลอดภัยถูกติดตั้งล้อมพื้นที่ที่พวกเขาไปมาก่อนที่จะล้มป่วย ตำรวจระบุ และมีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในทั้งอเมสบรีและซอลส์บรี โฆษกสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England : PHE) ระบุว่า “ไม่น่าจะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพต่อสาธารณะชนวงกว้าง”…

ออสเตรเลียเตรียมทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบมากกว่า 40 ปี

นาย Dennis Richardson ออสเตรเลียจะเริ่มกระบวนการทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบมากกว่า 40 ปี เนื่องจากภัยคุกคามจากการก่อการร้ายและการจารกรรมจากต่างชาติ (foreign espionage) ที่เกิดขึ้นเป็นประวัติการณ์ในออสเตรเลีย โดยสื่อมวลชนออสเตรเลียหลายสำนักรายงานเมื่อ 30 พ.ค.61 ว่า นาย Dennis Richardson อดีต ผอ.หน่วยต่อต้านข่าวกรอง ออสเตรเลีย (Australian Security Intelligence Organisation-ASIO) จะเป็นประธานการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติและการข่าวกรอง โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 18 เดือน นายคริสเตียน พอร์เตอร์ อัยการสูงสุดออสเตรเลียระบุว่า การจารกรรม การก่อการร้าย รวมทั้งการแทรกแซงและเข้ามามีอิทธิพลของต่างชาติอยู่ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่สภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงของชาติเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ออสเตรเลียจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้หน่วยงานต่างๆ มีเครื่องมือและกรอบปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความรับผิดชอบหลักของแต่ละหน่วย อนึ่ง การทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงครั้งนี้จะให้ความสำคัญเรื่องการบูรณาการที่มากขึ้นด้วย ในห้วงที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรเลียผ่านกฎหมาย 10 ฉบับ ในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกฎหมายฉบับที่ 11 ซึ่งนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา มีสาระเกี่ยวกับการปรับปรุงความผิดด้านการจารกรรมให้มีความทันสมัยและบัญญัติความผิดในเรื่องการแทรกแซงจากต่างชาติ การที่ออสเตรเลียทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงแห่งชาติและการข่าวกรองครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ออสเตรเลียห่วงกังวลอย่างมากต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแทรกแซงและการจารกรรมจากต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับการที่ นาย Duncan…

เปิดประวัติจอมโจร “เรอดวน ฟาอิด” ผู้แหกคุกปารีสและหนีด้วยเฮลิคอปเตอร์

เมื่อวานนี้ จอมโจร “เรอดวน ฟาอิด” วัย 46 ปี แหกคุกใกล้กรุงปารีสด้วยวิธีการคล้ายคลึงกับหนังฮอลลีวูด และหนีไปกับเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรออยู่ด้านนอก จากการสอบค้นประวัติของเขา ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาก่อเหตุแหกคุก นอกจากนี้เขาก็ยังก่อคดีปล้นและเรียกค่าไถ่ไว้มากมาย และเคยเขียนหนังสือเล่าประวัติของเขาไว้ด้วย จนตำรวจให้สมญาเขาว่า “จอมโจรนักเขียน” เหตุการณ์เมื่อวานนี้ เกือบเที่ยงวันอาทิตย์ ที่คุกซุด ฟาซิเลียน ชานกรุงปารีส ฟาอิดได้รับการช่วยเหลือจากชายสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าสามคน ซึ่งมาพร้อมกับปืนไรเฟิลครบมือ สองคนใช้ระเบิดควันนำทาง และใช้เครื่องเจียหินพังประตูห้องเยี่ยมนักโทษที่ฟาอิดกำลังคุยกับน้องชายของเขาอยู่ ส่วนชายคนที่สามคุมเชิงอยู่ที่บริเวณสนามหญ้าของคุก เฝ้าระวังเฮลิคอปเตอร์ขณะที่นักบินที่ถูกจี้ตัวมาติดเครื่องรอ ตำรวจกล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์พาเขาและทีมช่วยเหินฟ้าออกไปจากคุก และถูกนำไปจอดทิ้งไว้ที่ย่านชานกรุงใกล้ทางด่วน จากนั้นคนทั้งหมดก็หนีต่อไปด้วยรถยนต์ ขณะนี้ทางการฝรั่งเศสระดมตำรวจ 3,000 นายเพื่อล่าตัวฟาอิด ตำรวจนายหนึ่งบอกสำนักข่าวเอเอฟพีว่าจะทำทุกสิ่งเพื่อนำตัวนักโทษแหกคุกรายนี้กลับมาให้ได้ อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการแหกคุกครั้งนี้ นี่เป็นการแหกคุกแบบหนังฮอลลีวูดครั้งที่ 2 ของฟาอิด เมื่อปี 2013 เขาจับเจ้าหน้าที่คุกเป็นตัวประกัน และเปิดทางหนีด้วยการระเบิดประตูคุก 5 บานที่ขวางเขาด้วยระเบิดไดนาไมต์ ซึ่งน่าจะได้มาจากภรรยาของเขา ที่มาเยี่ยมก่อนหน้าการแหกคุกเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ฟาอิดก็หนีไปได้เพียงหกสัปดาห์ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตามล่าตัวมาได้ แผนหนีแบบหนังฮอลลีวู้ด นิโกล เบลลูเบต์ รัฐมนตรียุติธรรมฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางไปที่คุกซุด ฟรังซิเลียนที่เรโอตอนเย็นวันอาทิตย์บอกว่า เป็นการหนีที่เหนือธรรมดา “ใช้ชุดคอมมานโดที่เตรียมตัวมาอย่างดี…