ฝรั่งเศสจ่ออัมพาต กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง ประท้วงใหญ่ปิดกั้นทั่วประเทศ

รมว.มหาดไทยฝรั่งเศสเตือน กองกำลังรักษาความปลอดภัยจะเข้าทำการแทรกแซงเพื่อสลายการชุมนุมประท้วงปิดกั้นครั้งใหญ่ทั่วฝรั่งเศส ของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองที่ต่อต้านการขึ้นราคาน้ำมัน… เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2561 นายคริสตอฟ คาสตาเนท์ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสแถลงเมื่อวันอังคารที่ 13 พฤศจิกายนว่า กองกำลังรักษาความปลอดภัยจะเข้าทำการแทรกแซงเพื่อสลายการชุมนุมประท้วงปิดกั้นครั้งใหญ่ทั่วฝรั่งเศสหรือ “blocage total” ในวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน ตามการปลุกระดมของกลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง” หรือ “gilets jaunes” เพื่อประท้วงการขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง “ผมขอร้องให้ไม่มีการปิดกั้นทั่วไป และหากว่า เมื่อใดก็ตามที่มีการปิดกั้น เรามีความเสี่ยงที่จะต้องเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และการเคลื่อนไหวอย่างเสรีของผู้คน เราจะเข้าไปแทรกแซงทันที” เขากล่าวกับสถานีโทรทัศน์ BFMTV โดยเห็นว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่มีเหตุผล แต่เกิดขึ้นจริง “ในชั้นต้น เราจะเข้าแทรกแซงโดยการเจรจา หลังจากนั้น เราจะทำให้ทุกอย่างมีการเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี” ทั้งนี้ ขอให้ผู้จัดการประท้วงยื่นขออนุญาตกับหน่วยงานความมั่นคง โดยแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมการประท้วงในแต่ละพื้นที่ การมีส่วนร่วมของประชาชนจำนวนมากเรียกตนเองว่า “เสื้อกั๊กเหลือง” ได้เรียกร้องให้มีการปิดกั้นถนนวันในวันเสาร์ เพื่อประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นการยากที่จะประเมินขอบเขตของการประท้วงว่าจะขยายวงมากน้อยเพียงใด “สิ่งที่เป็นเรื่องยุ่งยาก เนื่องจากไม่ใช่สหภาพแรงงานที่เป็นผู้ดำเนินการดูแลจัดระเบียบการประท้วง ปกติแล้ว การประท้วงจะต้องแจ้งกับหน่วยงานรักษาความสงบในแต่ละพื้นที่ ทว่า เหตุการณ์ที่จะมีการประท้วงในวันเสาร์นี้ยังได้รับแจ้งน้อยมาก ผมใคร่ขอร้องให้…

ลัทธิชาตินิยมอยู่เบื้องหลังการสร้างข่าวปลอมในอินเดีย

หมายเหตุ : รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานพิเศษชุด “เบื้องลึกข่าวปลอม” (Beyond Fake News) ดำเนินการโดยบีบีซี เพื่อสืบสวนสอบสวนว่าข้อมูลที่ถูกบิดเบือนและข่าวปลอมซึ่งถือเป็นหนึ่งใน “ปัญหาระดับโลก” ที่กำลังท้าทายวิธีการส่งต่อและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารรอบ ๆ ตัวเรา ความแพร่หลายของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย ในประชาชนเกือบทุกประเทศทำให้เกิดการไหลบ่าอย่างรวดเร็วของข้อมูล อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “ข่าวปลอม”เป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์นี้ บีบีซีได้ศึกษาวิจัยกระแสข่าวปลอมในหลายประเทศเพื่อดูว่าข่าวปลอมส่งผลอย่างไรต่อประชาชน และมันแพร่ไปอย่างไร ผลการวิจัยพบว่า ข้อเท็จจริงมีความสำคัญน้อยกว่าความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการเสริมสร้างอัตลักษณ์ประจำชาติ ผลการวิเคราะห์สื่อสังคมออนไลน์ชี้ให้เห็นว่า เครือข่ายแนวคิด “ปีกขวา” มีการบริหารจัดการที่มากกว่า “ปีกซ้าย” และเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการสร้างข่าวปลอมเพื่อปลุกกระแสชาตินิยม นอกจากนี้มีความทับซ้อนกันระหว่างข่าวปลอมที่อยู่ตามทวิตเตอร์ กับเครือข่ายสนับสนุนนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ข้อค้นพบเหล่านี้เป็นผลจากการวิจัยในอินเดีย, เคนยา และไนจีเรีย ที่ว่าประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมกับการเผยแพร่และส่งต่อข่าวปลอม กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยอนุญาตให้บีบีซีเข้าถึงโทรศัพท์ของพวกเขาเป็นเวลา 7 วัน จากนั้นนักวิจัยได้วิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลที่พวกเขาแบ่งปัน (แชร์) และส่งไปให้ใคร บ่อยแค่ไหน งานวิจัยนี้ดำเนินการโดย บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานพิเศษชุด “เบื้องลึกข่าวปลอม” (Beyond Fake News) เริ่มเผยแพร่วันที่ 12 พ.ย.…

แก้ปัญหาโกงวุฒิการศึกษา ดิจิทัล เวนเจอร์ส เปิดตัว B.VER แพลตฟอร์มตรวจสอบวุฒิการศึกษาออนไลน์

โดย อธิชญา สุขธรรมรัตน์ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เปิดตัว B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification) แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับตรวจสอบเอกสารทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) ที่ให้สถาบันการศึกษา หรือองค์กรต่างๆ สามารถตรวจสอบวุฒิการศึกษา หรือ Transcript ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยป้องกันปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษา อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่าปัญหาเรื่องการปลอมแปลงวุฒิการศึกษามีมาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากจะนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างบล็อคเชนมาแก้ปัญหาดังกล่าว จึงพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม B.VER เพื่อให้มหาวิทยาลัยและองค์กรต่างๆ ใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบวุฒิการศึกษา ด้านจีรพล มัทวพันธุ์ Head of Project Delivery ของบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด อธิบายการทำงานของ B.VER ว่าการถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการอัพโหลดไฟล์ต้นฉบับขึ้นสู่แพลตฟอร์มโดยมหาวิทยาลัย จากนั้นระบบจะดำเนินการเข้ารหัสและเก็บเอกสารไว้ในบล็อคเชน…

ธนาคารกรุงไทยแจ้งเตือนอีเมล Phishing กำลังแพร่ระบาด เสี่ยงถูกขโมยรหัสผ่าน

ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาแจ้งเตือนถึงแคมเปญอีเมล Phishing ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยผู้ไม่ประสงค์ดีปลอมตัวเป็นพนักงานจาก KTB netbank ระบบ Internet Banking ของธนาคารกรุงไทย แล้วหลอกให้เหยื่อคลิกลิงค์ที่แนบมากับอีเมลเพื่อหลอกขโมยรหัสผ่าน อีเมล Phishing ดังกล่าวถูกระบุว่าส่งมาจาก “ธนาคารกรุงไทย.” <[email protected]> โดยจั่วหัวเป็น “รักษาความปลอดภัยบัญชีของคุณจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งโดเมนที่ใช้งานมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์ของ KTB netbank (www.ktbnetbank.com) เพื่อหลอกให้เหยื่อเข้าใจว่าเป็นพนักงานหรือระบบอัตโนมัติของ KTB netbank ส่งอีเมลแจ้งเตือนมา เนื้อหาในอีเมลระบุว่า พบการเข้าถึงระบบ Internet Banking ของเหยื่อจากหมายเลข IP ที่ไม่รู้จัก จึงทำการระงับบัญชีชั่วคราวเพื่อความมั่นคงปลอดภัย พร้อมทั้งบอกให้เหยื่อลงชื่อเข้าใช้เว็บ https://www.ktbnetbank.com เพื่อเปิดใช้งานบัญชีอีกครั้ง นอกจากนี้ยังขู่อีกว่า ถ้าใส่ข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนอาจทำให้บัญชีของเหยื่อถูกล็อกโดยถาวร อย่างไรก็ตาม ลิงค์ที่แนบมานั้นกลับนำเหยื่อไปสู่เว็บ Phishing ของแฮ็กเกอร์แทน ถ้าเหยื่อเผลอกรอกข้อมูลลงไป จะทำให้ถูกขโมยรหัสผ่านทันที ————————————————————- ที่มา : TECHTALK Thai / November 12, 2018 Link : https://www.techtalkthai.com/beware-of-ktb-email-phishing-campaign/

ศูนย์วิจัยระบุ ‘เกาหลีเหนือ’ ซุกซ่อนฐานยิงขีปนาวุธ 13 แห่ง

In this image made from video by North Korea’s KRT, a military parade is held in Pyongyang, North Korea, Feb. 8, 2018. North Korea’s intercontinental ballistic missiles highlighted the event.   SEOUL – ศูนย์วิเคราะห์ยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Center for Strategic and International Studies – CSIS) ในกรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า สามารถระบุฐานยิงขีปนาวุธในเกาหลีเหนืออย่างน้อย 13 แห่ง จากทั้งหมด 20 แห่งที่ไม่มีการเปิดเผย ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงความท้าทายที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญ ในการเจรจาเพื่อให้เกาหลีเหนือยุติโครงการนิวเคลียร์ขีปนาวุธพิสัยไกล รายงานของ CSIS…

พบ IoT Botnet แพร่ระบาด Router กว่า 100,000 เครื่อง ใช้เป็นฐานยิงสแปมอีเมล

ทีมนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก NetLab, Qihoo 360 ออกมาแจ้งเตือนถึง IoT Botnet ตัวใหม่ที่พุ่งเป้าโจมตีอุปกรณ์ Router ตามบ้าน แล้วเปลี่ยนเป็นกองทัพ Botnet สำหรับเชื่อมต่อกับ Webmail Services เพื่อใช้ยิงอีเมลสแปม จนถึงตอนนี้มี Router ที่ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 100,000 เครื่องภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน ทีมนักวิจัยระบุว่า IoT Botnet นี้แพร่กระจายตัวผ่านทางการโจมตีช่องโหว่ที่มีอายุนานกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก DefenseCode ค้นพบเมื่อปี 2013 บน Broadcom UPnP SDK ชิ้นส่วนซอฟต์แวร์ที่ถูกฝังอยู่บน Router หลายพันรุ่นในหลากหลายยี่ห้อ ช่องโหว่นี้ช่วยให้แฮ็กเกอร์สามารถลอบรันโค้ดจากระยะไกลโดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวตนได้ ถือเป็นหนึ่งในช่องโหว่ที่อันตรายที่สุดในยุค IoT Netlab ตั้งชื่อช่องโหว่ IoT Botnet นี้ว่า BCMUPnP_Hunter ตามพฤติกรรมของมันที่เน้นค้นหา Router ที่เปิดใช้งาน UPnP Interface (พอร์ต 5431) จนถึงตอนนี้…