ทรัมป์ขึ้นศาลไมอามี ‘ไม่ยอมรับผิด’ กรณีเก็บเอกสารลับทางการ

    อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นปรากฎตัวต่อผู้พิพากษาศาลแขวงของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่นครไมอามี รัฐฟลอริดา ในช่วงบ่ายวันอังคาร และกล่าว “ไม่ยอมรับผิด” ต่อข้อกล่าวหาที่ว่า เขาเก็บเอกสารชั้นความลับของทางการสหรัฐฯ หลายร้อยฉบับเอาไว้หลังจากพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว และขัดขวางความพยายามของเจ้าหน้าที่ที่ต้องการนำเอกสารเหล่านั้นกลับมา   เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดีอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ถูกคณะลูกขุนใหญ่สั่งฟ้อง 37 กระทง สืบเนื่องจากการเก็บเอกสารลับด้านความมั่นคงแห่งชาติเอาไว้ “อย่างจงใจ” ที่บ้านพักมาร์-อะ-ลาโก   ในวันอังคาร ทรัมป์เดินทางไปขึ้นศาลที่ไมอามีท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และมีผู้สนับสนุนทรัมป์หลายร้อยคนรอให้กำลังใจด้านหน้าศาล   ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนตนเดินขบวนที่ไมอามี ก่อให้เกิดความกังวลว่าอาจลุกลามไปเป็นความรุนแรง แต่การพิจารณาคดีดำเนินไปอย่างสงบโดยไม่มีเหตุรุนแรงใด ๆ     ทรัมป์ปรากฎตัวต่อผู้พิพากษาศาลแขวง โจนาธาน กู้ดแมน และทนายความของเขากล่าวไม่ยอมรับผิดต่อทุกข้อหาทั้ง 37 กระทง   ในสำนวนการฟ้องร้อง 49 หน้า ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าจงใจยึดครองเอกสารด้านความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ซุกซ่อนเอกสารของรัฐบาล และให้การบิดเบือนต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนของรัฐบาลกลาง   สำนวนคำฟ้องชี้ว่า เอกสารที่ทรัมป์นำออกไปจากทำเนียบขาวตอนพ้นจากตำแหน่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารที่มีความลับสำคัญที่สุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ความเปราะบางของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรต่อการถูกโจมตี…

กฎหมายสหรัฐฯ ระบุให้บริษัทจำหน่ายซอฟต์แวร์ต้องรับรองความปลอดภัยซอฟต์แวร์ของตน

    เว็บไซต์ Security Week รายงานเมื่อ 12 มิ.ย.66 ว่า สำนักการจัดการและการงบประมาณของสหรัฐฯ (The Office of Management and Budget – OMB) ได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการที่ให้บริษัทจำหน่ายซอฟต์แวร์ในสหรัฐฯ ต้องรับรองความปลอดภัยซอฟต์แวร์ของตน ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาตั้งแต่ 14 ก.ย.65 เป็นต้นไป รวมถึงซอฟต์แวร์ที่เผยแพร่ก่อนวันดังกล่าวด้วย หากมีการอัปเดตครั้งใหญ่หรือยังมีการใช้บริการและได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งแบบฟอร์มรับรองดังกล่าวให้กับหน่วยงานของรัฐบาลกลางเป็นผู้รวบรวม เพื่อรับประกันว่าซอฟต์แวร์นั้นปลอดภัย ทั้งนี้ การรับรองจะต้องระบุรายการส่วนประกอบที่สำคัญ (Software Bill of Materials – SBOM) และสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ หรือผู้ขายอาจได้รับการร้องขอให้ใช้โปรแกรมตรวจสอบและเปิดเผยช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ โดยระยะเวลาการยื่นแบบฟอร์มรับรองกำหนดให้ซอฟต์แวร์ที่สำคัญควรยื่นภายใน 3 เดือนและซอฟต์แวร์อื่นภายใน 6 เดือนหลังจากแบบฟอร์มการรับรองทั่วไปของสำนักความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐานและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency – CISA) ได้รับการอนุมัติโดย OMB ทั้งนี้ ร่างแบบฟอร์มรับรองตนเองยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเป็นระยะเวลา…

ผู้ก่อเหตุที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุกข้อหาก่อความไม่สงบและละเมิดหน่วยงานของรัฐ

    กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความผ่านเว็บไซต์ justice.gov เมื่อ 2 มิ.ย.66 ว่า สมาชิกกลุ่ม Oath Keepers จำนวน 4 คน ถูกตัดสินจำคุกข้อหากบฏและสมรู้ร่วมคิดในการก่อความไม่สงบ รวมถึงข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดหน่วยงานของรัฐในสหรัฐฯ ทำให้กระบวนการรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของรัฐสภาสหรัฐฯ หยุดชะงัก เมื่อ 6 ม.ค.64 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 36 ถึง 54 เดือน และปล่อยตัวภายใต้การควบคุม 36 เดือน เจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่าจำเลยได้วางแผนก่อเหตุไว้ล่วงหน้า โดยรวบรวมกองกำลังติดอาวุธตอบโต้เร็วไว้ที่ชานเมืองของโคลัมเบียตั้งแต่ ธ.ค.63 จัดเตรียมอุปกรณ์และอาวุธ รวมทั้งฝึกอบรมยุทธวิธีการรบกึ่งทหาร ก่อนที่จะเดินทางมาเมืองวอชิงตัน ดี.ซี. และเข้าก่อเหตุในอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อ 6 ม.ค.64 จำเลยประกอบด้วย นาย Roberto Minuta นาย Edward Vallejo นาย David Moerschel และนาย Joseph…

ฮือฮาไปทั่ว! ทรัมป์ยอมรับเองแอบเอา “เอกสารลับแผนโจมตีอิหร่าน” กลับบ้าน “พลเอกมิลลีย์” ยืนกรานไม่ได้พิมพ์แผนเอง

    เอเจนซีส์ – ฮือฮาทั่วสหรัฐฯ เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้หลักฐานเด็ดเป็นเสียงอดีตประธานานธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับเมื่อปี 2021 กลางที่ประชุมในสนามกอล์ฟรัฐนิวเจอร์ซีย์ว่า เขามีเอกสารลับเพนตากอนถึงแผนการโจมตีอิหร่านเสนอโดยประธานคณะเสนาธิการร่วมทหารสหรัฐฯ พล.อ.มาร์ค มิลลีย์ ที่เขาเก็บไว้หลังจากพ้นตำแหน่ง แต่ทว่า พล.อ.มิลลีย์ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นคนทำรายงานชิ้นนั้นตามคำอ้างของอดีตผู้นำสหรัฐฯ   CNN สื่อสหรัฐฯ รายงานวานนี้ (31 พ.ค.) ว่า อัยการสหรัฐฯ ได้หลักฐานเด็ดที่เป็นเสียงแอบบันทึกไว้เมื่อกรกฎาคมปี 2021 ในสนามกอล์ฟของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมืองเบดมินสเตอร์ (Bedminster) รัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งผู้เข้าร่วมที่นอกเหนือจากผู้ช่วยของทรัมป์ ยังมี 2 คนที่เข้าร่วมทำงานเกี่ยวข้องกับหนังสืออัตชีวประวัติของอดีตหัวหน้าคณะทำงานของทรัมป์ มาร์ค เมโดว์ส (Mark Meadows) และรวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร มาร์โก มาร์ติน (Margo Martin)   แหล่งข่าวกล่าวว่า คนที่เข้าร่วมวงการสนทนาที่สนามกอล์ฟไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงชั้นความลับสหรัฐฯ และเมโดว์สไม่ได้เข้าร่วมอยู่ด้วย   ซึ่งในเวลานี้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าอดีตผู้นำสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายว่าด้วยการเก็บข้อมูลรัฐหรือไม่หลังจากที่เขาพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ…

บุกมายั่วถึงที่! เครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐฯ 2 ลำโผล่ทะเลบอลติก รัสเซียรุดส่งซู-27 เข้าสกัด

    รัสเซียเปิดเผยในวันอังคาร (23 พ.ค.) ต้องรุดส่งเครื่องบินขับไล่ซู-27 ขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อป้องกันเหตุล่วงละเมิดเขตแดนแห่งรัฐ ของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศอเมริกา 2 ลำ ที่กำลังบินเหนือทะเลบอลติก   “หลังจากผลักดันอากาศยานทหารต่างชาติออกไปจากชายแดนแห่งรัฐของรัสเซีย เครื่องบินขับไล่ของรัสเซียได้กลับคืนสู่ฐานทัพอากาศของมัน” กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุ   ถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมรัสเซียบอกต่อว่า กองทัพได้ป้องกันการล่วงละเมิดเขตแดน พร้อมระบุเที่ยวบินของเครื่องบินขับไล่รัสเซีย ได้ดำเนินการในแนวทางที่ยึดมั่นตามกรอบของกฎระเบียบระหว่างประเทศสำหรับการใช้น่านฟ้า”   โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ยอมรับว่าอากาศยานอเมริกาถูกสกัดโดยรัสเซีย และบอกว่าเครื่องบินดังกล่าวได้แก่ เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 ที่กำลังเข้าซ้อมการฝึกฝนในยุโรป ซึ่งวางแผนไว้นานแล้ว   เหตุการณ์นี้นับเป็นกรณีล่าสุดของเหตุการณ์คล้าย ๆ กันที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในระยะหลัง โดยก่อนหน้านี้แค่ราว 1 สัปดาห์ รัสเซียเผยว่าต้องดำเนินการเข้าสกัดอากาศยาน 2 ลำ จากเยอรมนี 1 ลำ และอีกลำเป็นของฝรั่งเศส ที่กำลังพยายามละเมิดน่านฟ้าของพวกเขา   ในช่วงกลางเดือนเมษายน รัสเซียต้องส่งเครื่องบินขับไล่ลำหนึ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เข้าประกบอากาศยานของกองทัพเรือเยอรมนีลำหนึ่ง ที่กำลังบินอยู่เหนือทะเลบอลติก   ก่อนหน้านั้นในเดือนมีนาคม โดรนลำหนึ่งร่วงตกทะเล หลังถูกเครื่องบินรบของรัสเซียเฉี่ยวชนเหนือทะเลดำ  …

บาดหมางไปอีก! จีนสั่งบ.เทคฯ เลิกใช้ชิป ‘ไมครอน’ ของสหรัฐฯ

    รัฐบาลจีนมีคำสั่งเมื่อวันอาทิตย์ ให้ผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ยุติการใช้ชิปจากบริษัทไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology Inc.) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ นับเป็นการยกระดับความบาดหมางระหว่างรัฐบาลปักกิ่งและรัฐบาลวอชิงตันในประเด็นเทคโนโลยีและความมั่นคง ตามรายงานของเอพี   หน่วยงาน Cyberspace Administration of China หรือ CAC ของจีน ออกแถลงการณ์ความยาว 6 บรรทัด โดยไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติมเมื่อวันอาทิตย์ว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไมครอนมี “ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเครือข่ายอย่างร้ายแรง” ที่ไม่สามารถระบุได้ ซึ่งเป็นอันตรายของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของจีนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ   ทาง CAC ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า “ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสำคัญของจีนควรหยุดซื้อผลิตภัณฑ์จากบริษัทไมครอน”   เมื่อวันที่ 4 เมษายน ทางการจีนสั่งตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของบริษัทไมครอน เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ และพันธมิตรบังคับใช้มาตรการจำกัดการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี เพื่อลดโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีชิปประมวลผลขั้นสูงและเทคโนโลยีอื่น ๆ ของจีน ที่สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นมองว่าจีนอาจนำไปใช้พัฒนาอาวุธได้ ในช่วงเวลาที่จีนข่มขู่คุกคามและยกระดับความก้าวร้าวต่อไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียมากขึ้น   ทางการจีนเตือนว่าจะมีผลที่ตามมาจากมาตรการดังกล่าว แต่ดูเหมือนจะหาทางตอบโต้โดยไม่ให้กระทบกับการผลิตสมาร์โฟนหรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ…