Cheget กระเป๋าสั่งยิงนิวเคลียร์ที่อยู่กับปูตินทุกที่

  ปูตินมีกระเป๋าสั่งยิงอาวุธนิวเคลียร์ติดตัวไปด้วยทุกที่ โดยเรียกกระเป๋านี้ว่า เชเกต (Cheget) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบอัตโนมัติสำหรับการสั่งการและควบคุมกองกำลังนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ของรัสเซีย (SNF) โดยพัฒนาขึ้นในช่วงรัฐบาล ยูริ อันโดรปอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียตในช่วงต้นทศวรรษ 1980   แต่กว่าจะนำมาใช้จริงๆ ก็ในสมัยที่ มิคาอิล กอร์บาชอฟ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตเมื่อเดือน มี.ค. 1985   ชีเกตจะเชื่อมต่อกับระบบการสื่อสารพิเศษที่มีโค้ดเนมว่า กัฟกัซ (Kavkaz ซึ่งเป็นชื่อท้องถิ่นของภูมิภาคคอเคซัส) ซึ่ง สนับสนุนการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลในขณะที่พวกเขากำลังตัดสินใจว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือไม่   ต่อไปนี้คือขั้นตอนการยิงอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย     ใครมีสิทธิ์ตัดสินใจสั่งยิง   เอกสารเมื่อปี 2020 ฉบับหนึ่งที่ชื่อว่า “หลักการพื้นฐานของนโยบายรัฐของสหพันธรัฐรัสเซียเกี่ยวกับการยับยั้งนิวเคลียร์” ระบุว่า ประธานาธิบดีรัสเซียมีอำนาจตัดสินใจใช้อาวุธนิวเคลียร์ โดยตัวกระเป๋าชีเกตเองนั้นไม่ได้ติดตั้งปุ่มสั่งยิง เพียงแต่ส่งคำสั่งยิงไปยังหน่วยบัญชาการทหารส่วนกลาง นั่นคือเสนาธิการ   ส่วนอีก 2 คนที่มีกระเป๋าชีเกตคือ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและเสนาธิการเช่นเดียวกับในสมัยโซเวียต     ถ้าปูตินสั่งยิงจะเกิดอะไรขึ้น   เสนาธิการรัสเซียเป็นผู้ถือรหัสสั่งยิงและมี 2 วิธีในการปล่อยหัวรบนิวเคลียร์คือ 1.ส่งรหัสไปยังผู้สั่งการอาวุธแต่ละคน…

รัสเซีย สั่งแบนแอป Walkie-Talkie Zello

  แอป Walkie-Talkie ของ Zello กลายเป็นแอปล่าสุดที่ถูกทางการรัสเซียสั่งแบน เพื่อหยุดส่งข้อความที่มีข้อมูลเท็จถึงผู้ใช้งาน เกี่ยวกับการรุกรานของยูเครน สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม 2565 ทางหน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมวลชนของสหพันธรัฐรัสเซีย หรือที่รู้จักกันในนาม Roskomnadzor มีประกาศคำสั่งห้าม Zello ให้หยุดบริการส่งข้อความถึงผู้ใช้งาน เนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับการรุกรานของยูเครน ประกาศของ Roskomnadzor ยังมีเนื้อหาสาระสำคัญทางด้านกฏหมาย ที่ทาง Zollo มีการบริหารทรัพยากรอินเตอร์เน็ตไม่ได้ปฏิบัติให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่มีการระบุเอาไว้ ซึ่งจะทำให้การเข้าถึงแอป Zollo ภายในรัสเซีย จะถูกจำกัดลง ซึ่งจะมีผลทันทีภายใน 24 ชั่วโมงหลังการประกาศ เมื่อวันศุกร์ก่อนการประกาศสั่งแบน Zello ทาง Roskomnadzor ได้มีประกาศว่าจะทำการบล็อกการเข้าถึง Facebook โดยได้กล่าวหาตามข้อเท็จจริงว่า บริษัทด้านโซเชียลยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เลือกปฏิบัติต่อสื่อและแหล่งข่าวของรัสเซีย โดยจะเป็นการ “ลดระดับ” เนื้อหาจากสื่อที่รัสเซียหนุนหลังอยู่บน Facebook และ Instagram เพื่อให้พลเรือนในรัสเซียเห็นเนื้อหาบางอย่างได้ยากขึ้น นอกจากนี้ BBC…

ทำไมรัสเซียเล่นเกมเสี่ยง ยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุดในยุโรปของยูเครน

  – รัสเซียบุกยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุดในยุโรป จนถูกประณามอย่างหนัก หวั่นวิตกจะก่อให้เกิดความเสียหายจนสารกัมมันตรังสีรั่วไหล ซ้ำรอยหายนะภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล – ผู้เชี่ยวชาญชี้ รัสเซียบุกยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย ถือเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ เพื่อหวังควบคุมพลังงานไฟฟ้าในยูเครน ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ หลังรัสเซียเปิดฉากทำสงครามในยูเครน บุกโจมตีอย่างหนักหน่วงตั้งแต่ 24 ก.พ.65 – หวั่นหากมีกระสุนปืนใหญ่สักลูกตกใส่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อาจทำให้เกิดความเสียหายจนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลอมละลาย สารกัมมันตรังสีรั่วไหล เตือนไม่ควรใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ให้กลายเป็นสมรภูมิรบ และแล้ว รัสเซียก็เรียกเสียงประณามลั่นโลกอีกครั้ง จากการโจมตีและบุกยึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ได้สำเร็จเมื่อ 5 มี.ค.65 หลังจากทำสงคราม ส่งทหารบุกโจมตียูเครนอย่างดุเดือด เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในยุโรป ได้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่อาคารศูนย์ฝึกภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ หลังจากเบื้องต้น มีการเข้าใจกันว่า บริเวณที่เกิดไฟไหม้ คือเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 1 ใน 6 เตาที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซม ทำให้นานาประเทศทั่วโลกหวั่นวิตกว่าจะเกิดภัยพิบัติซ้ำรอยโศกนาฏกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิด จนสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาในปี 1986 โชคยังดีที่การปะทะกันระหว่างทหารรัสเซียกับยูเครนเกิดขึ้นบริเวณใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย และไม่ได้เกิดไฟไหม้ที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ในขณะที่ ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศของสหประชาชาติ ระบุว่า ไม่พบความผิดปกติของระดับกัมมันตรังสีในบริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย แน่นอนว่า คำถามที่ตามมาก็คือ…

รัสเซียเอาจริง ส่งมัลแวร์ Covid for computer ติดง่ายจากเว็บลามก

  สงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการโจมตีทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ และวันนี้ มันเกิดขึ้นจริงแล้ว . ไม่นานมานี้ มอสโกได้พัฒนามัลแวร์ตัวใหม่ ซึ่งจะเข้าไปปิดใช้งาน Notebook และ Smartphone ส่วนตัว โดยให้ชื่อมันว่า “Covid for computer” หรือเชื้อโควิดที่ติดกับอุปกรณ์คอมและโทรศัพท์โดยเฉพาะ . นักรบคีย์บอร์ดจากหน่วยงานสายลับของรัสเซีย FSB และหน่วยข่าวกรองทางทหาร GRU ใช้เวลา 20 ปีในการตรวจสอบการป้องกันทางไซเบอร์ของสหราชอาณาจักรเพื่อหาจุดอ่อน ซึ่งตอนนี้พวกเขาพร้อมจะแก้แค้นต่อมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่บังคับใช้กับรัสเซีย . วิธีการติดมัลแวร์ก็อาศัยเพียงแค่การคลิกวิดีโอเพียงคลิกเดียว ก็เพียงพอที่จะนำมัลแวร์เข้าสู่คอมพิวเตอร์หรือมือถือของเราได้แล้ว ซึ่งมัลแวร์จะเข้าไปปิดการใช้งานของอุปกรณ์ ทำให้เราไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งถ้าหากทำได้ในวงกว้าง จะกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมาก . ตอนนี้ประเทศที่ลงชื่อประณามการบุกโจมตีของรัสเซียถือเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้ โดยไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉะนั้น ระหว่างที่กำลังมีสงครามนี้เกิดขึ้น พยายามห้ามอกห้ามใจอย่าพึ่งเข้าเว็บ 18+ ชั่วคราวกันก่อนนะ (แม้มันจะห้ามยาก ฮ่า ๆ) เพราะไม่รู้ว่าเว็บดังกล่าวมีมัลแวร์แฝงมาแค่ไหนครับ ที่มาข้อมูล https://www.mirror.co.uk/news/politics/russia-develops-covid-computers-disable-26394908     ที่มา : techhub    / …

รัสเซียเตือนคนไปเป็นทหารอาสายูเครน หากถูกจับไม่มีสิทธิ์รับสถานะเชลยศึก

  ฝากให้คิด! สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทยเตือนคนที่จะไปเป็นทหารอาสายูเครน หากถูกจับไม่มีสิทธิ์รับสถานะเชลยศึก   สร้างความฮือฮาให้ชาวเน็ตบ้านเราไม่น้อย กรณีที่มีการแชร์ข่าว “ยูเครน” เปิดรับอาสาสมัครไปรบในสงครามระหว่าง “ยูเครน” และ “รัสเซีย” โดยมีสวัสดิการชนิดชนิดล่อตาล่อใจ จนมีชาวเน็ตจำนวนมากให้ความสนใจ เตรียมตัวไปรับภารกิจดังกล่าว   แต่ภายหลัง “สถานทูตยูเครน” ได้มีการแจ้งปิดรับการวอล์กอินสมัครทหารอาสา รวมถึงยังมีการตั้งเงื่อนไข ผู้สมัครจะต้องมีประสบการณ์ทางทหาร มีพาสปอร์ต และจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด โดยสามารถส่งหน้าพาสปอร์ตและประวัติประสบการณ์ทางทหารได้ที่อีเมล   และตามมาด้วยคำเตือนของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ออกมาเตือนข่าวการชวนไปสมัครทหารอาสาช่วยยูเครน ว่าเข้าข่ายทหารรับจ้าง เป็นอาชญากร-ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ         ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค.) เฟซบุ๊ก “สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย” ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า   ขณะนี้สื่อต่าง ๆ กำลังถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์และได้เรียกร้องให้เข้าร่วมกองกำลังอาสาสมัครนานาชาติ และเข้าร่วมสู้รบไปกับกองทัพยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องนั้นได้ถูกโพสต์​ลงเพจของสถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย   ในเรื่องนี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เตือนไว้ว่าภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทหารรับจ้างชาวต่างชาติไม่ได้จัดให้เป็นทหารและไม่มีสิทธิ์ได้รับสถานะเชลยศึก พวกเขาจะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามมา กระทรวงกลาโหมขอเตือนว่าไม่ให้เข้าร่วมในการกระทำดังกล่าว     Social…

ผลประโยชน์และความมั่นคง ไม่มีการเจรจา

  เวลานี้ ใครไม่พูดหรือเขียนถึงเรื่องรัสเซียและยูเครน อาจถูกตราหน้าว่าล้าสมัย เมื่อไม่อยากถูกหาว่า “ ล้าสมัย ” และไม่ต้องการก้าวเลยเถิดไปจนถึง “ ล้ำสมัย ” จึงต้องเขียนถึงสถานการณ์ในรัสเซียและยูเครนสักหน่อย และหนีไม่พ้นก็ต้องเกี่ยวพันกับสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาวุ่นวายกับเขาตั้งแต่สมัยรัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียต การล่มสลายและการฟื้นตัวของรัสเซีย เพราะมีสหรัฐเป็นเงาเข้ามาเกี่ยวข้องตลอด   เรื่องของรัสเซียและยูเครน กับสถานการณ์ในภูมิภาคนี้ จะมองเฉพาะสิ่งที่เห็นในปัจจุบันคงไม่ได้ภาพที่สมบูรณ์นัก เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมันย้อนหลังไปหลายทศวรรษ ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายเพราะติดหล่มในอัฟกานิสถานหลายปีจนหมดตัว พอถอนตัวออกมาก็สะบักสบอมหมดสภาพ ผู้นำสหภาพโซเวียตอ่อนแอแบบสุด ๆ ตามด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียตที่ประเทศสมาชิกต่างแยกออกมาเป็นรัฐเอกราชเกิด 11 รัฐเกิดใหม่บนเวทีโลกใบนี้   ข้อตกลงใด ๆ ที่สหรัฐและสหภาพโซเวียตลงนามขณะนั้น มีลักษณะที่สหรัฐได้เปรียบทุกวิถีทาง สหภาพโซเวียตต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ สิ่งที่สหภาพโซเวียตได้จากการร้องขอก็คือ ขอไม่ให้องค์การนาโตซึ่งมีสหรัฐเป็นแกนนำรุกคืบหน้าโดยรับประเทศอดีตสหภาพโซเวียตเป็นสมาชิกจนประชิดพรมแดนสหภาพโซเวียตซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหภาพโซเวียตโดยตรง และใช้ประเทศเหล่านี้เป็น “รัฐกันชน” ระหว่างสหภาพโซเวียตกับยุโรปตะวันตก   ในขณะที่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้นำโลกเสรีพัฒนาก้าวหน้าในทุกด้าน จนมีการให้สมญาว่า อเมริกาช่วงนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่ “อภิมหาอำนาจ” หรือ ซูเปอร์ พาเวอร์ เท่านั้น แต่บางคนเรียกว่าเป็น “ เอกอัครอภิมหาอำนาจ” หนึ่งเดียวในโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ เป็นผู้สร้าง “ระเบียบโลกไหม่”…