ตำรวจจีนจับกุมชายคนหนึ่งหลังใช้ ChatGPT ปล่อยเฟกนิวส์ว่อนสังคมออนไลน์

    เจ้าหน้าที่ตำรวจของจีนควบคุมตัวชายคนหนึ่งจากข้อกล่าวหาที่ว่า เขาใช้ ChatGPT สร้างข่าวปลอมขึ้นมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จีนดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับแชตบอต AI อัจฉริยะตัวนี้   แถลงการณ์จากตำรวจในมณฑลกานซู่ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยถูกกล่าวหาว่าใช้ ChatGPT เพื่อสร้างข่าวปลอมเกี่ยวกับเหตุรถไฟชนกัน จากนั้นเขาก็โพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหากำไรจากข่าวนี้ โดยบทความดังกล่าวมีคนคลิกเข้าไปดูถึง 15,000 ครั้ง โดยถึงแม้จีนจะแบน ChatGPT แต่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหลายคนในจีนก็ยังแอบใช้ VPN เพื่อเข้าไปเล่นแชตบอตตัวนี้   สำนักข่าว CNN รายงานว่า เหตุรถไฟชนกันถือเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูงในจีน หลังเมื่อปี 2011 จีนเคยประสบกับอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันในเมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 40 คน และบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ซึ่งในเวลาดังกล่าวได้เกิดกระแสความโกรธแค้นในหมู่ประชาชนที่ต้องการคำตอบว่า เหตุใดสื่อของรัฐบาลจีนถึงไม่รายงานข่าวอัปเดตให้สังคมได้รับทราบอย่างรวดเร็ว   เจ้าหน้าที่ตำรวจมณฑลกานซู่เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ชายนามสกุลฮง (Hong) ถูกสอบสวนในเมืองตงก่วน ทางตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า “ฮงใช้เทคโนโลยีดังกล่าวปลอมแปลงข้อมูลเท็จและเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งข่าวดังกล่าวได้แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง พฤติกรรมของเขาถือว่ามีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นและก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคม”   รายงานระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในมณฑลกานซู่ หลังจากที่เมื่อเดือนมกราคม…

ดีอีเอส เปิดข่าวปลอม ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท ขึ้นอันดับ 1

    ดีอีเอส พบข่าวปลอม 1 ใน 3 ได้แก่ 10 พ.ค. 66 ปรับเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่ม 3,000 บาท สูงสุด 3 เดือน รองลงมาเป็นข่าวลวง เครื่องดื่มผักเชียงดา ตรามณีชา ตัวช่วยลดน้ำตาล ปรับสมดุลความดันให้เป็นปกติได้ และลดไขมันสะสมได้ และผลิตภัณฑ์ Rich Skin กำจัด ริ้วรอย อ่อนกว่าวัย ไม่ต้องทำศัลยกรรม   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และโฆษกกระทรวงฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึง ผลการมอร์นิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,207,970 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 164 ข้อความ  …

‘ข่าวปลอม’ Fake news พุ่งไม่หยุด!! ประเด็น ‘สุขภาพ-โควิด’ บิดเบือนสูงสุด

    “ดีอีเอส”จับตา“ข่าวปลอม”สุขภาพพุ่งไม่หยุด ทั้งเส้นเลือดสมองแตก-โควิด ทำคนตื่นตระหนก เปิดผลมอนิเตอร์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ พบข่าวปลอมเกือบ 100% เกิดจากโลกออนไลน์ โดยมีข่าวต้องคัดกรอง 3,243,222 ข้อความ พบประชาชนให้ความสนใจข่าวปลอมกลุ่มสุขภาพมากที่สุด   เปิดผลมอนิเตอร์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์นี้ พบ ข่าวปลอมเกือบ 100% เกิดจากโลกออนไลน์ โดยมีข่าวต้องคัดกรอง 3,243,222 ข้อความ พบประชาชนให้ความสนใจข่าวปลอมกลุ่มสุขภาพมากที่สุด โดยเฉพาะข่าวปลอม ไม่ควรสระผมก่อนอาบน้ำ เพราะทำให้เส้นเลือดสมองแตก รองลงมาข่าว โควิดสายพันธุ์ XBB และ XBB.1.16 ตรวจพบยาก เป็นพิษมากกว่าเดลต้า 5 เท่า มีอัตราการตายที่สูงกว่า และดื้อต่อภูมิคุ้มกัน ข้อมูลเท็จ ไม่เป็นความจริง อย่าแชร์!   ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 14- 20 เมษายน 2566 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 3,243,222 ข้อความ…

เฉลยแล้ว ! โพสต์สุ่มแทงญี่ปุ่นเป็นเฟกนิวส์ ความจริงแค่ทุบตี

    ชาวเน็ตหัวไว จับโป๊ะ สาวโพสต์เตือนภัย ‘สุ่มแทงญี่ปุ่น’ สรุปไม่ใช่ความจริง เป็นเพียงคนสติไม่ดีไล่ทุบนักท่องเที่ยว ทัวร์ลงจนต้องปิดเฟซบุ๊ก   กลายเป็นเรื่องราวชวนตื่นตระหนกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ที่นี่ เที่ยวญี่ปุ่น ได้โพสต์เตือนภัย หลังเจอเหตุการณ์ ‘สุ่มแทง’ ที่ประเทศญี่ปุ่น   ทำให้กลายเป็นข่าวใหญ่โตและถูกกระจายต่อในโลกออนไลน์ไปอย่างกว้างขวาง ก่อนจะมีคนแย้งว่าเหตุการณ์มันดูแปลก ๆ เพราะมีคนไทยหลายคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น และไม่ได้ทราบข่าวที่เกิดขึ้นเลย จึงมีการสืบประเด็นนี้กันเกิดขึ้น   ก่อนพบว่าสิ่งที่หญิงสาวเจ้าของเฟซบุ๊กโพสต์คือเรื่องโกหก เพราะภาพเหตุการณ์ที่เธอนำมาลงเป็นเพียงการสุ่มทำร้ายร่างกายโดยการทุบตี ไม่ใช่การใช้อาวุธแทงกัน   ทั้งนี้ยังแย้งประเด็นที่บอกว่าตำรวจญี่ปุ่นมาช้า เพราะจากภาพกล้องวงจรปิดตำรวจใช้เวลาเพียง 5 นาที วิ่งจากป้อมมายังที่เกิดเหตุ ก่อนพุ่งไปจับคนร้ายทันที ซึ่งคนร้ายเป็นคนเร่ร่อนสติไม่ดี   ก่อนทัวร์จะลงเจ้าของเฟซบุ๊กจนต้องปิดเฟซหนี ชาวเน็ตหลายคนเข้าใจว่าอาจเห็นเหตุการณ์จริง และตกใจอยากบอกให้คนอื่นระวัง แต่ถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ควรใช้คำว่าสุ่มแทง เพราะมันร้ายแรงและส่งผลเสียกับภาพลักษณ์ของประเทศเขา           —————————————————————————————————————————————— ที่มา :         …

ไขข้อสงสัย รับสายมิจฉาชีพ คุยเกิน 3 นาที โดนแฮ็กข้อมูลจริงไหม

    ไขข้อสงสัย หลังมีคลิปเสียงมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อธนาคาร หากคุยเกิน 3 นาที จะโดนแฮ็กข้อมูลเพื่อไปเปิดบัญชี จริงหรือไม่   วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 มีรายงานว่า แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์ข้อความว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวเรื่องมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อธนาคารแห่งหนึ่ง โทรหาประชาชน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ   กรณีที่ปรากฏคลิปเสียงมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อธนาคาร โดยอ้างว่าหากผู้เสียหายคุยกับมิจฉาชีพ เกิน 3 นาที จะโดนแฮ็กข้อมูล เพื่อเอาไปทำบัญชีม้านั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันมีการหลอกลวงแอบอ้างใช้ชื่อธนาคารพูดคุยกับผู้เสียหายผ่านทาง Call Center ซึ่งหากผู้ใช้งานหลงเชื่อหรือให้ข้อมูลทางธุรกรรมด้านการเงินกับมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์โดยในระยะเวลา 3 นาที อาจจะเป็นการพูดคุยข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ผู้ใช้งานคล้อยตามแต่ไม่สามารถแฮ็กข้อมูลได้ เพียงแค่หลอกเอาข้อมูลหรือให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดโปรแกรม ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ได้ อีกทั้งทางธนาคารกสิกรก็ไม่มีนโยบายใช้เบอร์ส่วนตัวโทรหาประชาชนก่อน และสำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทย ธนาคารจะต้องมีการยืนยันข้อมูลและพิสูจน์ตัวตนจากผู้เปิดบัญชีโดยตรง หากมีบุคคลอื่นทราบข้อมูลเจ้าของบัญชีแต่ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง จะไม่สามารถเปิดบัญชีกับธนาคารได้…

ข่าวปลอม! กรมการจัดหางาน รับสมัครงานผ่านเพจ GRS Global Services

  ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ตรวจสอบกรณีที่มีการระบุว่า กรมการจัดหางานสนับสนุนคนว่างงานให้มีงานทำ รับสมัครงานผ่านเพจ GRS Global Services เป็นข้อมูลเท็จ   เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2566 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand ระบุว่า ตามที่มีข้อมูลปรากฏเกี่ยวกับประเด็นเรื่องกรมการจัดหางานสนับสนุนคนว่างงานให้มีงานทำ รับสมัครงานผ่านเพจ GRS Global Services ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ   จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลโดยระบุว่า กรมการจัดหางานสนับสนุนคนว่างงานให้มีงานทำ รับสมัครงานผ่านเพจ GRS Global Services ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าภาพและข้อความที่มีการเผยแพร่ทางเพจ Facebook ดังกล่าว เป็นการใช้ตราสัญลักษณ์ของกระทรวงแรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อความดังกล่าวไม่ได้มาจากส่วนราชการของกระทรวงแรงงาน หากพบเห็นข้อความดังกล่าวโปรดอย่าหลงเชื่อ เพราะมิจฉาชีพอาจมีการขอข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำไปใช้ในทางมิชอบ   ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารของกรมการจัดหางานได้ที่เว็บไซต์กรมการจัด doe.go.th และผู้ที่ต้องการมีงานทำ สามารถใช้บริการผ่านเว็บไชต์ ไทยมีงานทำ.doe.go.th หรือทาง…