Social Engineering’ เพียงคลิกเดียวก็ตกเป็นเหยื่อโจรไซเบอร์

ทุกวันนี้ผู้โจมตีมักเล็งที่ “จุดอ่อนของมนุษย์” สร้างความคุ้นเคยเพื่อหลอกให้คลิกลิงก์ที่อันตราย ใช้เทคนิคการโจมตีแบบ “วิศวกรรมสังคม (Social Engineering)” ที่ขณะนี้ถูกอัพเกรดความสามารถในการปลอมแปลงโดย AI ส่งผลให้การตรวจจับทำได้ยากยิ่งขึ้น

สแกนใบหน้า ภัยเงียบใกล้ตัว ความสะดวกที่อาจมีราคาต้องจ่าย

หลายท่านอาจคิดว่าการสแกนใบหน้าเป็นเพียงการถ่ายรูปธรรมดา แต่ในความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่านั้นมาก หัวใจของมันคือเทคโนโลยีที่เรียกว่า Computer Vision ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนดวงตาอัจฉริยะ

เตือน องค์กรเร่งปรับใช้ AI รับมือภัยไซเบอร์ที่รุนแรงขึ้น

Techhub ได้มีโอกาสไปงานแถลงผลสำรวจของ Fortinet เกี่ยวกับภัยไซเบอร์ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนวัตกรรม และธุรกิจซึ่งปัจจุบัน ดาบสองคมของเทคโนโลยีนี้ได้เผยด้านมืดออกมาเช่นกัน แฮกเกอร์นำ AI มาเป็นอาวุธสำคัญในการยกระดับการโจมตีทางไซเบอร์ให้มีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้น สถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศไทย

แฮกเกอร์เกาหลีเหนือใช้ ChatGPT เพื่อช่วยหลักเลี่ยงการถูกตรวจจับโดยแอนตี้ไวรัส

ข้อกังวลใจในเรื่องการนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไปใช้ในเชิงของการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ หรือ ใช้ช่วยเหลือในกระบวนการก่ออาชญากรรมนั้นมีอยู่เรื่อยมา ถึงแม้เครื่องมือเหล่านี้จะมีการบล็อกไว้อย่างดี แต่ก็หนีไม่พ้นฝีมือของอาชญากรที่นำเอาไปใช้ในปฏิบัติการของตนจนสำเร็จ

กฎหมายควบคุมการใช้ AI | กฎหมาย 4.0

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างมากมาย หนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญคือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ซึ่งเริ่มเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในงานต่าง ๆ ทั้งเพื่อช่วยในการอำนวยความสะดวก เช่น ระบบสแกนใบหน้า ระบบสั่งการด้วยเสียง ไปจนถึงการคิดวิเคราะห์ที่ซับซ้อน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการวางแผนทางธุรกิจ

รู้จักเทคโนโลยี “Proof of Human” ของ World ID สแกนม่านตา แยกแยะมนุษย์ออกจาก AI

ล่าสุดมีเทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ Proof of Human หรือ เทคโนโลยีพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ จากเดิมที่ต้องใช้ รหัส OTP, CAPTCHA หรือเอกสารราชการโดยเทคโนโลยีนี้ จะใช้การยืนยันตัวตนผ่านการ “สแกนม่านตา” ด้วยเครื่อง “Orb Scanner”