บีบีซีพบเครือข่ายสร้างข่าวเท็จที่รัสเซียให้ทุน หวังขัดขวางการเลือกตั้งในยุโรป

จากการส่งผู้สื่อข่าวเข้าไปแฝงตัว บีบีซีพบว่าเครือข่ายดังกล่าวสัญญาว่าจะจ่ายเงินให้กับผู้เข้าร่วมหากพวกเขาโพสต์ข้อความในเชิงโฆษณาชวนเชื่อสนับสนุนรัสเซียและข่าวปลอมที่บ่อนทำลายพรรครัฐบาลของประเทศมอลโดวา ซึ่งมีแนวความคิดสนับสนุนสหภาพยุโรป ก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาในวันที่ 28 ก.ย. นี้

คนเจน Y เบื้องหลัง ‘ม็อบเจน Z’ เนปาล จาก ‘ดีเจ’สู่ ผู้มีอำนาจเลือกผู้นำ

นายกูรัง วัย 36 ปี ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Hami Nepal หรือที่แปลว่า “เราคือเนปาล” ได้ใช้ “ดิสคอร์ด” (Discord) โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเกมเมอร์ และอินสตาแกรม ระดมคนจัดชุมนุมครั้งใหญ่ หลังจากรัฐบาลเนปาลปิดกั้นการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย โดยใช้ VPN ในการเข้าโซเชียลเหล่านั้น เพื่อประกาศการจัดชุมนุม

การประท้วงเนปาล 2025: เมื่อการแบนโซเชียลมีเดียจุดไฟให้ ‘Gen Z’ เขย่าการเมืองเนปาล

8 กันยายน 2025 ท้องถนนในกรุงกาฐมาณฑุและเมืองใหญ่อื่นๆ ของเนปาลแน่นขนัดไปด้วยผู้คนหลายพันที่ออกมาประท้วงรัฐบาลภายใต้การนำของ เค.พี. ชาร์มา โอลี (KP Sharma Oli) การลุกฮือครั้งนี้มีชนวนจากคำสั่งแบนโซเชียลมีเดียกว่า 26 แพลตฟอร์มโดยรัฐบาล หลังบริษัทผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐที่ให้แพลตฟอร์มต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร

หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยออนไลน์ของออสเตรเลียประกาศกฎระเบียบการกำกับดูแลการใช้ AI

หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยออนไลน์ของออสเตรเลีย ประกาศกฎระเบียบกำกับดูแลบริการต่าง ๆ ชุดใหม่ ที่ครอบคลุมบริการออนไลน์หลากหลายประเภทรวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์เกม และบริการ AI ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

การประท้วง ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ขยายความรุนแรงอย่างยิ่งยวด

นายกรัฐมนตรีเค.พี. ชาร์มา โอลี ของเนปาล ประกาศลาออกแล้วในวันอังคาร (9 ก.ย.) ขณะที่พวกผู้ประท้วงวัยหนุ่มสาว “ Gen Z” ซึ่งรวมพลังต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ออกมาท้าทายไม่ยอมจำนนกับมาตรการประกาศเคอร์ฟิว รวมทั้งยังคงปะทะกับตำรวจ หลังจากที่ในวันจันทร์ (8) ได้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 19 คนจากการประท้วงอย่างรุนแรงที่มีชนวนเหตุมาจากการที่รัฐบาลสั่งแบนโซเชียลมีเดีย

เกิดเหตุประท้วงที่กรุงกาฐมาณฑุ​ ประเทศเนปาล

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสัปดาห์ก่อนรัฐบาลเนปาลตัดสินใจปิดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม เช่น เฟซบุ๊ก ทำให้คนหนุ่มสาวโกรธเกรี้ยว ในบรรดาประชากรเนปาล 30 ล้านคน ราว 90% ใช้อินเทอร์เน็ตทางการให้เหตุผลว่าที่ต้องปิดการเข้าถึงเพราะแพลตฟอร์มเหล่านั้นไม่ยอมลงทะเบียนเพื่อปราบปรามการใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ผิด