กว่า 60 ประเทศลงนามในแถลงการณ์ที่ขอให้ใช้ AI ทางทหารอย่างรับผิดชอบ

  กว่า 60 ประเทศร่วมลงนามในแถลงการณ์เรียกร้องให้แต่ละประเทศใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการทหารอย่างมีความรับผิดชอบ   ในบรรดาประเทศที่ลงนามมี สหรัฐอเมริกา และจีน ด้วย โดยเจ้าภาพไม่เชิญรัสเซียจากกรณีการรุกรานยูเครน ส่วนยูเครนไม่ได้เข้าร่วม ขณะที่อิสราเอล แม้จะเข้าร่วมแต่ไม่ได้ลงนาม   รายละเอียดของเอกสารฉบับนี้คือการให้คำมั่นในการพัฒนาและใช้ปัญญาประดิษฐ์ทางการทหารที่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติทางกฎหมายสากล และไม่กระทบต่อความมั่นคง เสถียรภาพ และหลักความรับผิดระหว่างประเทศ   เอกสารดังกล่าวเป็นผลลัพธ์จากการประชุมสุดยอดผู้นำปัญญาประดิษฐ์ทางการทหารระหว่างประเทศ (REAIM) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กรุงเฮก เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ โดยมีเนเธอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพร่วมกับเกาหลีใต้   บอนนี เจนกินส์ (Bonnie Jenkins) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายควบคุมอาวุธของสหรัฐฯ ใช้โอกาสนี้ในการผลักดันกรอบข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ชี้ว่าระบบอาวุธปัญญาประดิษฐ์ควรต้องพึ่งพาการตัดสินใจของมนุษย์ในระดับที่เหมาะสม   ทางฝั่ง เจี้ยนตัน (Jian Tan) ผู้แทนจากจีนกล่าวต่อที่ประชุมว่าทุกประเทศควรต่อต้านการแสวงหาความได้เปรียบและการเป็นเจ้าด้านการทหารแบบเบ็ดเสร็จผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์     ที่มา Reuters, Toby Sterling       ————————————————————————————————————————- ที่มา :       …

สหรัฐใช้ระบบ AI บังคับเครื่องบินรบ F-16 ได้แล้ว อนาคตอาจไม่ต้องใช้คนขับ

    สหรัฐอเมริกา ได้นำ AI มาพัฒนาใช้จนสามารถบังคับเครื่องบินรบ F-16 ได้แล้วในปัจจุบัน ทำให้กองทัพสหรัฐอเมริกาทดลองขับการบินแบบอัตโนมัติได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้นักบินขับอีกต่อไป   สหรัฐอเมริกา ทำให้เห็นถึงความอัจฉริยะของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากกองทัพสหรัฐอเมริกาได้นำโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการซ้อมบินของเครื่องบินรบ F-16 ซึ่งสามารถประหยัดเวลาในการฝึกซ้อมได้เป็นอย่างดี ได้ลองทดสอบการบินไปกว่า 17 ชั่วโมง 12 เที่ยวบิน และประสบความสำเร็จไปด้วยดี     เครื่องบินทดสอบมีชื่อว่า ‘X-62A’ Variable Stability In-Flight Simulator หรือ VISTA มีต้นแบบมาจากเครื่องบิน Block 30 F-16D สองที่นั่งและบินครั้งแรกในปี 1992   VISTA สามารถช่วยให้ทีมทดสอบสามารถบินภารกิจ ลงจอด และอัปเดตหรือเปลี่ยนเอเจนต์ AI อย่างรวดเร็ว จากนั้นบินภารกิจทดสอบอื่น ๆ ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ที่ดีกว่านั้นคือโปรแกรม VISTA สามารถทำให้ระหว่างเที่ยวบิน ยังสามารถมีนักบินที่เป็นมนุษย์อยู่บนเครื่อง และสามารถเข้าควบคุมได้หากจำเป็น    …

ผ่าแผนแม่บท ‘เอไอ’ แห่งชาติ ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัล-ดันจีดีพี

      ผ่าแผนแม่บท ‘เอไอ’ แห่งชาติ กลไกใหญ่ปลุกเศรษฐกิจดิจิทัล รัฐวางโรดแมป 6 ปี ยกระดับดัชนีความพร้อมด้านเอไอของไทย ไม่ต่ำกว่าลำดับที่ 50 ของโลก เกิดการลงทุนด้านเอไอเพิ่มขึ้น 10% ต่อปี สร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญไม่ต่ำกว่า 30,000 คน ไอบีเอ็ม ชี้ เอไอ เทรนด์ใหญ่ธุรกิจต้องมอง “นักวิชาการ” หวั่น ‘เอไอ’ อาจสร้างผลลบ โดยเฉพาะ “แรงงาน” หากไม่สร้างความตระหนักรู้ให้ดี   ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ คือ หนึ่งในเมกะเทรนด์โลกยุคใหม่ มีความสำคัญมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ หลายสิบปีก่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ด้วยการมาถึงของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ วันนี้โลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนอีกครั้ง ด้วยการมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ทำให้จินตนาการของเรา ที่สะท้อนผ่านภาพยนตร์ในอดีตเป็นจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยานยนต์ไร้คนขับ ร้านค้าไร้พนักงาน ระบบการเงิน การธนาคารที่ใช้เอไอวิเคราะห์แทนพนักงาน ไปจนถึงการบริการลูกค้าผ่านแชตอัจฉริยะ รวมไปถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์   ขณะที่…

“จีน” ออกกฎหมายปราบ Deepfakes เริ่มต้นปี 66

  กฎระเบียบ Deepfakes คือ เทคโนโลยีที่ใช้สร้างสื่อสังเคราะห์เพื่อปลอมแปลงลักษณะบุคคลต่า งๆ ตกแต่ง ดัดแปลงภาพหรือวีดิโอขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น ใส่หน้านักการเมืองทับวีดิโอที่มีอยู่ หรือแม้แต่คำพูดเป็นเท็จ   รัฐบาลปักกิ่ง ประกาศกฎควบคุมการใช้เทคโนโลยี Deepfakes เมื่อต้นปีนี้ และได้ข้อสรุปในเดือนธันวาคม โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2566   ข้อปฏิบัติตามกฎระเบียบ Deepfakes คือ   1.ต้องได้รับความยินยอมหากจะนำภาพไปใช้ด้วยเทคโนโลยี deepfakes ใด ๆ 2. จะต้องไม่นำภาพไปตกแต่ง เพื่อนำไปเผยแพร่เป็นเฟคนิวส์ 3. การใช่บริการ Deepfake จำเป็นต้องตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้ 4. เนื้อหา ภาพหรือวีดิโอต้องแจ้งให้ทราบว่าได้ใช้เทคโนโลยีที่สร้างหรือตกแต่งภาพ 5. ห้ามทำเนื้อหา ภาพหรือวีดิโอ ซึ่งขัดต่อกฎหมายประเทศ เช่น ภัยต่อความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ หรือเศรษฐกิจประเทศ   อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านไซเบอร์สเปซของจีนเป็นผู้ควบคุม และเป็นบังคับใช้กฎระเบียบเหล่าดังกล่า       ——————————————————————————————————————————————————————————————————- ที่มา :           …

“หุ่นยนต์ป้องกันไฟไหม้” นวัตกรรมเกาหลีใต้-ลดภัยพิบัติในโรงงาน

  บริษัท Hyundai Steel ประเทศเกาหลีใต้ พัฒนา “หุ่นยนต์สี่ขาคล้ายสุนัขและงู” ช่วยป้องกันสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกินความสามารถของมนุษย์ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติ   อัคคีภัยเป็นภยันตรายที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินมาอย่างมากมาย จากเหตุเพลิงไหม้หลากหลายกรณี ซึ่งสามารถเกิดได้ในชีวิตประจำวันบางครั้งอาจไม่ทันตั้งตัวและคาดคิดมาก่อน หากโรงงานอุตสาหกรรมไม่มีโซลูชันที่ป้องกันและรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ก็จะทำให้คร่าชีวิตของพนังงานและผู้คนในละแวกนั้นนับไม่ถ้วน   ขณะเดียวกัน หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม ก็เป็นที่นิยมกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นการทำงานโดยปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาด สามารถคาดคะเนเหตุการณ์ ทนทานต่อ “ไฟ” หรือ “แก๊ส” ได้มากกว่าร่างกายของมนุษย์   บริษัท ฮุนไดสตีล จำกัด พัฒนาหุ่นยนต์ช่วยป้องกันเกิดอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติที่ส่งความเสียหายให้กับมนุษย์ ใช้ชื่อว่า “Spot และ Guardian S” ซึ่งหุ่นยนต์สองตัวนี้สามารถตรวจสอบว่าวาล์วแก๊สปิดหรือเปิดอยู่ และสามารถตรวจสอบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ดังนั้น มันจึงสามารถช่วยป้องกันการเกิดภัยพิบัติ อย่างเช่น การระเบิดหรือไฟไหม้   สำหรับเรื่องของความปลอดภัย หุ่นยนต์ทางฮุนไดสตีลได้รับรางวัลการจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิตจาก World Steel Association (Worldsteel) และได้ตั้งเป้าหมายว่า จะใช้หุ่นยนต์ในโรงงานก๊าซ 156 แห่ง และโรงงานปิด 2,927…

ไม่ง้อดาวเทียม ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับไฟป่า ติดกล้อง AI เตือนภัยน้ำท่วม

  น้ำท่วม และไฟป่า ยังคงเป็นโจทย์ปัญหาที่ทั่วโลกต้องรับมือ ที่ผ่านมาเทคโนโลยีดาวเทียมถูกนำมาใช้ช่วยระบุตำแหน่งจุดเกิดเหตุ และประเมินความเสียหายของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ มากกว่าการป้องกัน   แต่ล่าสุดในเวทีการแข่งขันนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของอิสราเอล ได้เกิดแนวคิดใหม่ในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เฝ้าระวังภัยธรรมชาติก่อนเกิดเหตุ   Eversense บริษัทสตาร์ทอัพอิสราเอล ได้พัฒนาเซ็นเซอร์กระตุ้นความร้อนที่ใช้ตรวจจับไฟป่าได้ในระยะเริ่ม โดยออกแบบโซลูชันให้ใช้งานง่ายได้ในทุกสภาพอากาศ โดยไม่ต้องบำรุงรักษา   จากเดิมที่ต้องอาศัยกล้องจากดาวเทียม และเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายในการทำงาน โซลูชันสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่จากแผงโซลาร์เซลล์ หรือแหล่งพลังงานภายนอก อีกทั้งยังสามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนของการเกิดเพลิงไหม้ได้อีกด้วย   โซลูชันนี้กำลังถูกนำไปทดสอบติดตั้งในสถานที่จริง เพื่อวัดประสิทธิภาพการทำงาน และกลายเป็นความหวังที่จะช่วยแก้ปัญหาผลกระทบจากไฟป่าตามฤดูกาลที่จัดการได้ยาก อย่างไฟป่าในแคลิฟอร์เนีย   ขณะที่บริษัท SighBit ได้ใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ โดยอาศัยกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับสถานการณ์น้ำที่ในพื้นที่อยู่ในความเสี่ยง และแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น   ระบบของ SightBit เป็นระบบเดียวที่ใช้ฟุตเทจจากกล้องเพื่อตรวจจับรูปแบบน้ำในแบบเรียลไทม์ และคาดการณ์อันตรายที่อาจเกิดขึ้นตามมา   โดยนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น จะถูกนำไปใช้ในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดน้ำท่วมในช่วงฤดูหนาวที่มีฝนตกชุก และจัดการปัญหาได้ยากลำบาก   หากทั้ง 2 โครงการผ่านทดสอบการใช้งานจริงแล้วได้ผลดี โอกาสที่จะมีเทคโนโลยีใหม่ จาก AI จัดการกับภัยธรรมชาติก็เป็นไปได้สูงครับ…