เตือนภัย ! มัลแวร์เมดูซ่า โจมตีผ่าน SMS ฟิชชิ่ง เจาะกลุ่มมือถือแอนดรอยด์

  เพราะมัลแวร์อันตรายโจมตีเราได้หลายช่องทาง ล่าสุด มีมัลแวร์ที่ใช้ชื่อว่า “Medusa” หรือปีศาจเมดูซ่าในตำนานนั่นเอง โดยเจ้ามัลแวร์ตัวนี้จะโจมตีผ่านข้อความฟิชชิ่ง (SMS Phishing) เจาะกลุ่มผู้ใช้งานมือถือแอนดรอยด์ เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมัลแวร์เมดูซ่า จัดว่าเป็นโทรจัน Android Banking มุ่งเน้นไปยังการแพร่ระบาดของมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้ใช้มือถือแอนดรอยด์ในอเมริกาเหนือและยุโรป ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยแห่ง ThreatFabric ยังเผยแพร่รายงานฉบับใหม่เกี่ยวกับเทคนิคล่าสุดของมัลแวร์เมดูซ่าที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าผู้แพร่กระจายมัลแวร์เป็นกลุ่มเดียวกับผู้แพร่กระจายมัลแวร์ FluBot อันโด่งดัง ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ BleepingComputer รายงานว่า ทั้งมัลแวร์เมดูซ่าและ FluBot เคยใช้ DNS ฟรีที่ชื่อว่า ‘duckdns.org’ ในทางที่ผิด นั่นก็คือการแพร่กระจายมัลแวร์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย และยังใช้วิธีการส่งข้อความ SMS Phishing เพื่อกระทำการอันตรายอื่น ๆ ซึ่งมัลแวร์เมดูซ่าจะบังคับการใช้สคริปต์ ‘Accessibility’ ของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เสมือนว่าผู้ใช้กำลังสั่งงานอยู่ เช่น กดเลือกเมนู, สตรีมเสียงและวิดีโอแบบถ่ายทอดสด, สั่งการระยะไกล แต่จริง ๆ แล้วเป็นการกระทำของมัลแวร์ ยิ่งไปกว่านั้น มัลแวร์เมดูซ่ายังเข้าถึงระบบ Back-End และแก้ไขข้อมูลใด…

เตือนภัยหายนะควอนตัม ที่จะร้ายแรงยิ่งกว่า Y2K

  ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ระวังหายนะควอนตัม (Quantum Apocalypse) ที่จะร้ายแรงยิ่งกว่าวิกฤต Y2K ที่ในอดีตเคยสร้างความปวดหัวให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วโลกมาแล้ว Y2K เกิดขึ้นเมื่อปี 2542 หรือคริสต์ศักราช 2000 มีสาเหตุจากข้อจำกัดในการแสดงตัวเลขปีบนคอมพิวเตอร์ในยุคนั้นที่แสดงได้เพียง 2 หลักสุดท้าย ทำให้คอมพิวเตอร์เกิดความสับสนระหว่างปี 2000 และ 1900 นำไปสู่ความผิดพลาดในระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทำให้หลายประเทศทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญระบุว่าหายนะดังกล่าวจะเกิดจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computers) ที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งกว่าเทคโนโลยีใด ๆ ที่เคยมีมาในอดีต ซึ่งหากถึงเวลาที่โลกต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัม ระบบเทคโนโลยีและโครงข่ายในปัจจุบันก็จะกลายเป็นสิ่งล้าหลัง คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะสามารถถอดรหัสระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เคยต้องใช้เวลาหลายทศวรรษ ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น “ทุกสิ่งที่เราทำบนอินเทอร์เน็ตในทุกวันนี้ ตั้งแต่การซื้อของออนไลน์ การทำธุรกรรม และการปฏิสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ต่างก็เข้ารหัสด้วยกันทั้งสิ้น” แฮริ โอเวน (Harri Owen) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านยุทธศาสตร์จากบริษัท PostQuantum ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC การที่เทคโนโลยีควอนตัม โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้ามาในชีวิตประจำวัน อาจสร้างช่องว่างเชิงเทคโนโลยีของคนทั่วโลก รวมถึงยังอาจนำมาซึ่งภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างไรก็ตาม เรายังอาจต้องรอเป็นสิบปีกว่าที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเป็นที่แพร่หลายอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทางบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และรัฐบาลทั่วโลกต่างก็ได้เตรียมความพร้อมในการพัฒนาระบบการป้องกันควอนตัมแล้ว ในไทยเองก็มีการถกแถลงเกี่ยวกับเทคโนโลยีควอนตัมมาสักระยะหนึ่งแล้วเช่นกัน   ที่มา Nat…

เตือนภัย! ตร.สหรัฐเผย “AirTag” ถูกใช้เป็นอุปกรณ์สะกดรอย

  ตำรวจทั่วสหรัฐได้รับการแจ้งความจากเหยื่อหลายรายว่าถูกคนร้ายสะกดรอยตามจาก “AirTag” อุปกรณ์เสริมสำหรับติดตามสิ่งของ “Apple” เม.ย. ปีที่แล้ว “Apple Inc.” บริษัทเทคโนโยลียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ได้ออกผลิตภัณฑ์ “AirTag” อุปกรณ์ติดตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น กุญแจ กระเป๋าสตางค์ โดยสามารถบอกตำแหน่งผ่านแอพพลิเคชั่น “ค้นหาของฉัน” (Find My) ด้วยระบบเครือข่ายค้นหาเฉพาะของ Apple ที่อยู่ตาม iPhone, iPad และ Mac หลายร้อยล้านเครื่องทั่วโลกที่จะช่วยติดตาม ไม่ว่า AirTag นั้นจะอยู่ตำแหน่งใดในโลกก็ตาม   AirTag พร้อมสายคล้องในแบบต่าง ๆ -เครดิตรูป: เว็บไซต์ Apple- Apple ได้ตระหนักถึงปัญหาที่อาจจะมีคนทำ AirTag ไปใช้ในการสะกดรอยตามบุคคลอื่น จึงได้ติดตั้งระบบมีการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านสมาร์ทโฟน (หากไม่ใช่ iPhone จะต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม) หรือส่งเสียงเตือนในระดับ 60 เดซิเบล เมื่อมี AirTag อื่น ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของมาอยู่ใกล้กับผู้ใช้งานมากกว่า 8…