สื่อต้องปรับตัวอย่างไร ในวันที่ AI เปลี่ยนอินเทอร์เน็ต

ปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นเครื่องมือใน ‘สงครามข่าวสาร’ ทั้งการสร้างข้อความที่สะเทือนอารมณ์เกินจริง การเขียนข่าวที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และการปลอมแปลงภาพหรือวิดีโอของผู้นำประเทศอื่น เมื่อผนวกกับสื่อสังคมออนไลน์ส่งผลให้ข่าวปลอมแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว สื่อกระแสหลักจึงต้องรับบทบาทใหม่ในการทัดทานข่าวปลอมและนำเสนอข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ

มิจฉาชีพเปิดเว็บไซต์ปลอม ‘กรมบัญชีกลาง’ หลอกติดตั้งแอปฯ ดูดเงิน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรมบัญชีกลางเปิดเว็บไซต์ใหม่สำหรับใช้ประชาสัมพันธ์” รองลงมาคือเรื่อง “ธนาคารกรุงไทยยืดเวลาลงทะเบียนสินเชื่อ เปิดลงทะเบียนผ่าน TikTok ktb9895”

ข่าวปลอม “กรมศิลป์ อนุญาตทำลายปราสาท” กระทบภาพลักษณ์ไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรมศิลปากร พร้อมให้ทำลายปราสาทเพื่อประโยชน์ทางทหาร เพราะสามารถบูรณะใหม่ได้” รองลงมาคือเรื่อง “จับสายลับกัมพูชา ลอบเข้าชายทะเลโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พร้อมโดรนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชี้เป้าโจมตีกองบิน 5” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน และเข้าใจผิดในสังคม 

สื่อสิงคโปร์ รายงาน สงครามไซเบอร์ไทย-กัมพูชายังเดือดหลังหยุดยิง

สำนักข่าวสเตรทไทม์สของสิงคโปร์ รายงานว่า ไทยและกัมพูชาอาจบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเพื่อยุติการปะทะนองเลือดตามแนวชายแดนแล้ว แต่เหล่านักรบไซเบอร์ยังต่อสู้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่านการป่วนเว็บไซต์ทางการด้วยถ้อยคำหยาบคาย โจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วยสแปมและทำให้เว็บล่ม นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) อย่างหนัก ขณะที่ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ต่างอ้างว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มต้นความขัดแย้ง

เมื่อ‘ชายแดนไทย-กัมพูชา’เป็นสนามรบไซเบอร์ AI กับสงครามข้อมูลยุคใหม่

สถานการณ์บ้านเมืองที่ผู้คนสนใจมากที่สุดในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ทำให้ทหารและพลเมืองจำนวนมากต้องสูญเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เราได้เห็นทหารทำหน้าที่อย่างดีในการต่อสู้ปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติจนนาทีสุดท้ายก่อนที่จะถึงเวลาหยุดยิง

Cyberwarfare เมื่อสนามรบอยู่บนหน้าจอ

ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันด้วยปลายนิ้ว “สงคราม” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนสนามรบอีกต่อไป แต่ได้แปรเปลี่ยนไปสู่สมรภูมิที่มองไม่เห็นอย่าง “สงครามไซเบอร์” (Cyberwarfare) ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้ร้ายแรงไม่แพ้สงครามจริง ตั้งแต่การขโมยข้อมูลสำคัญ ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไปจนถึงการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่สร้างความสับสนวุ่นวายในสังคม เราอาจไม่ได้เห็นการยิงต่อสู้กัน แต่ผลกระทบของสงครามไซเบอร์สามารถหยุดยั้งประเทศทั้งประเทศได้