ชาวสวิตเซอร์แลนด์ลงประชามติสวมผ้าคลุมหน้าผิด กม. แต่ไม่พาดพิงมุสลิม

  ข้อเสนอของพวกขวาจัดที่ต้องการห้ามสวมผ้าปกคลุมใบหน้าในสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับชัยชนะอย่างฉิวเฉียดในศึกประชามติแบบมีพันธะผูกพันเมื่อวันอาทิตย์ (7 มี.ค.) โดยการทำประชามติครั้งนี้เกิดขึ้นตามแรงกระตุ้นของคนกลุ่มเดียวกันที่เคยเสนอโหวตห้ามก่อสร้างหอคอยสุเหร่ามาแล้วในปี 2009 จากผลประชามติอย่างเป็นทางการในเบื้องต้นพบว่า มาตรการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสวิตเซอร์แลนด์ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนอย่างฉิวเฉียด 51.2% ต่อ 48.8% ข้อเสนอภายใต้ระบบประชาธิปไตยโดยตรงของสวิตเซอร์แลนด์ ยังมีเป้าหมายหยุดความรุนแรงบนท้องถนนจากฝีมือพวกผู้ประท้วงสวมหน้ากาก และไม่ได้พาดพิงของอิสลามโดยตรง แต่กระนั้นก็มีพวกนักการเมืองท้องถิ่น สื่อมวลชนและนักเคลื่อนไหวบางส่วน ให้สมญานามมันว่าเป็น “บูร์กาแบน” “ในสวิตเซอร์แลนด์ วัฒนธรรมของเราคือคุณต้องโชว์ใบหน้า มันเป็นสัญญาณของเสรีภาพขั้นพื้นฐาน” วอลเตอร์ ว็อบมันน์ ประธานคณะกรรมการประชามติและสมาชิกรัฐสภาจากพรรคสวิส พีเพิลส์ กล่าวก่อนการโหวต เขาบอกต่อว่า “การปกปิดใบหน้าเป็นสัญลักษณ์อิสลามการเมืองอันสุดโต่ง ที่เริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆในยุโรป ซึ่งไม่ควรปรากฏอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์” กลุ่มมุสลิมต่างๆ ประณามประชามติครั้งนี้ และบอกว่าพวกเขาจะเดินหน้าคัดค้านถึงที่สุด “การตัดสินใจในวันนี้เป็นการเปิดแผลเก่า รังแต่ขยายหลักการความไม่เท่าเทียมทางกฎหมาย และส่งสารอย่างโจ่งแจ้งแห่งการกีดกันชนกลุ่มน้อยมุสลิม” สภากลางมุสลิมในสวิตเซอร์แลนด์ระบุ พวกเขาสัญญาว่าจะยื่นคัดค้านทางกฎหมายต่อกฎหมายทั้งหลายที่บังคับใช้มาตรการห้ามสวมผ้าปกคลุมใบหน้า และจะดำเนินการระดมทุนไว้คอยช่วยเหลือบรรดาผู้หญิงที่ถูกปรับเงินจากฐานความผิดดังกล่าว “การบรรจุกฎระเบียบด้านการแต่งกายไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่กัดกร่อนสิทธิความเท่าเทียมของผู้หญิง แต่มันยังเป็นการก้าวถอยหลังสู่อดีต” สหพันธ์องค์กรอิสลามในสวิตเซอร์แลนด์กล่าว พร้อมระบุว่าค่านิยมแห่งความเป็นกลาง อดทนอดกลั้นและผู้ประนีประนอมของสวิตเซอร์แลนด์กำลังถูกบั่นทอนจากประเด็นถกเถียงนี้ ฝรั่งเศสห้ามสวมผ้าคลุมทั้งใบหน้ายามอยู่ในที่สาธารณะมาตั้งแต่ปี 2011 ส่วนเดนมาร์ก ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์และบัลแกเรีย ก็ห้ามสวมผ้าคลุมทั้งใบหน้าหรือบางส่วนในที่สาธารณะแล้วเช่นกัน ขณะที่ในสวิตเซอร์แลนด์เอง มีอยู่ 2…

เช็คความพร้อมไอทีก่อน PDPA บังคับใช้

  เช็คความพร้อมไอทีก่อน PDPA บังคับใช้ : โดยนายวรเทพ ว่องธนาการ ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนด้านโซลูชั่น บริษัท ยิบอินซอย จำกัด เชื่อว่าหลายองค์กรในขณะนี้ต่างมีความเข้าใจถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมาย PDPA ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่ การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะเป็นการเสริมความมั่นคงปลอดภัยและความมั่นใจให้กับลูกค้าหรือผู้ใช้งาน เพื่อเป็นการส่งท้ายก่อนกฎหมาย PDPA จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในกลางปีนี้ จึงอยากเชิญชวนองค์กรมาเช็คความพร้อมของระบบไอทีไม่ให้ตกหล่นเครื่องมือสำคัญที่ต้องมีเพื่อให้การดำเนินการตามกฎหมายมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูง นั่นคือ   เครื่องมือค้นหาและจัดประเภทข้อมูล (Data Discovery and Classification) เพราะแต่ละองค์กรต่างมีการจัดเก็บและเรียกใช้และปรับปรุงข้อมูลมากมาย กระจัดกระจายอยู่ในระบบทั้งในองค์กร นอกองค์กร บนคลาวด์ หรือแม้ในปลายทาง หรือ เอนด์พอยต์ อย่างโทรศัพท์มือถือ หรือ BYOD ต่าง ๆ ดังนั้น การค้นหาและจัดประเภทข้อมูล จึงเป็นก้าวเริ่มต้นที่สำคัญในการวางระบบความปลอดภัยให้ข้อมูล เพราะเราคงไม่สามารถคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลใด ๆ ได้เลยหากไม่รู้ว่าข้อมูลนั้นอยู่ที่ไหน ข้อมูลใดสำคัญหรือไม่สำคัญและควรกำหนดแนวทางคุ้มครองอย่างไร การมีเครื่องมือไอทีที่ดีในการจัดทำคลังข้อมูลส่วนบุคคล นับเป็นการสร้างกระบวนการบริหารเชิงรุกไม่ให้มีการนำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา ระบุตำแหน่งที่จัดเก็บ และคัดแยกประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลในระบบ การกำหนดสิทธิในการเข้าถึงผ่านการกำกับดูแลได้จากจุดเดียว สามารถติดตามกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับการเรียกหรือใช้งานข้อมูลเหล่านั้นได้ทั้งการตรวจสอบย้อนหลัง หรือป้องปรามโดยการแจ้งเตือนทันทีที่เกิดการละเมิดนโยบายหรือข้อตกลง รวมถึงป้องกันการเข้าถึงข้อมูลด้วยการเข้ารหัส…

เพจตำรวจ เปิดขั้นตอนลำดับควบคุมฝูงชน เน้นเจรจา หากไม่เป็นผลถึงใช้กำลัง

    เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดขั้นตอนการควบคุมฝูงชน ระบุว่า เน้นการเจรจาและชี้แจง หากไม่เป็นผลจะพิจารณาใช้กำลังและเครื่องมือตามสถานการณ์ความรุนแรง ลำดับการควบคุมสถานการณ์ – ใช้เครื่องกระจายเสียง เพื่อแจ้งเตือนผู้ชุมนุม พร้อมๆกับการเจรจาต่อรอง     – ใช้โล่ดัน ในกรณีหากผู้ชุมนุมจะบุกรุกเข้ามา     – ใช้น้ำฉีด ควบคุมฝูงชน เพื่อยับยั้งความรุนแรง     – ใช้เครื่องกระจายเสียงระดับสูง (ทำให้หูดับ) เพื่อจะใช้เตือนผู้ชุมนุม ไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่ต้องห้าม     – ใช้แก๊สน้ำตา เมื่อการเจรจาชี้แจงไม่เป็นผล ต้องเป็นการสั่งการของผู้บัญชาการเหตุการณ์ขึ้นไป การใช้กำลังหรืออุปกรณ์ ต้องเป็นการสั่งการของผู้บัญชาการเหตุการณ์ขึ้นไป พิจารณาใช้ อุปกรณ์ตามความรุนแรงของสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับความรุนแรงของอุปกรณ์ มีแนวทางที่จะใช้เช่น แก๊สน้ำตา     – ใช้กระบอง กรณีไม่สามารถทำให้ฝูงชนรวมตัวอย่างสงบได้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้อาวุธกระบองหรือกำลังทางร่างกาย    …

เปิดหลักสากล การใช้กระสุนยาง สลายการชุมนุม

  เปิดหลักสากล การใช้กระสุนยาง สลายการชุมนุม แนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการใช้อาวุธร้ายแรงต่ำ ออกโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์) โดยเอกสาร ระบุเอาไว้ถึง แนวปฏิบัติการใช้อาวุธวิถีโค้งที่มีแรงกระแทก (KINETIC IMPACT PROJECTILES) ซึ่งประกอบไปด้วย กระสุนยาง กระสุนพลาสติก กระสุนถุงถั่ว เป็นต้น       เอกสารระบุว่า สถานการณ์ที่อาจนำกระสุนยางมาใช้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย กระสุนยางควรถูกใช้ในการเล็งยิงไปที่ช่องท้องส่วนล่าง หรือขา ของบุคคลที่ใช้ความรุนแรงเท่านั้น และเฉพาะกรณีที่เล็งเห็นว่ากำลังจะเกิดอันตรายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสาธารณชน       ความเสี่ยงพิเศษ การเล็งไปที่หน้าหรือศีรษะอาจส่งผลให้ศีรษะแตกสมองได้รับบาดเจ็บ เกิดอันตรายต่อดวงตารวมไปถึงอาจก่อให้เกิดอาการตาบอดถาวร หรืออาจเสียชีวิตได้ การยิงกระสุนยางจากทางอากาศหรือที่สูง เช่น ระหว่างการชุมนุม มีแนวโน้มจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะยิงโดนศีรษะของผู้ชุมนุม การยิงไปที่ลำตัวผู้ชุมนุมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะสำคัญ และอาจทะลุลำตัวผู้โดนยิง โดยเฉพาะเมื่อยิงในระยะใกล้ ขนาดของลำกล้องและความเร็วของวิถีการยิง รวมไปถึงส่วนประกอบอื่น ล้วนส่งผลต่อการก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บและความรุนแรงของการบาดเจ็บนั้นทั้งสิ้น การใช้กระสุนยางที่จะเป็นไปตามหลักสากล ต้องเป็นการยิงจากกระสุนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 10 เซนติเมตรและยิงตรงไปยังเป้าเท่านั้น การยิงกระสุนลงพื้นอาจสร้างให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจยอมรับได้เนื่องจากความไม่แม่นยำของวิถีกระสุน       สถานการณ์ที่การนำกระสุนยางมาใช้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระสุนยางไม่ควรยิงในโหมดอัตโนมัติ การยิงทีละหลายๆ…

ฮ่องกงเตรียมตัดสิทธิเจ้าหน้าที่รัฐ “ไม่ซื่อสัตย์” ต่อจีน

  เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองในฮ่องกง ซึ่งมีพฤติกรรม “ต่อต้าน” เบสิกลอว์และรัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่ง ถือว่าเป็นบุคคลขาดคุณสมบัติ และจะถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่านายอีริก เจิ้ง รัฐมนตรีด้านกิจการแผ่นดินใหญ่และรัฐธรรมนูญของฮ่องกง กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเสนอกฎหมายให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับเทศบาล “ยืนยันความซื่อสัตย์สุจริต” และ “ความภักดี” ต่อเบสิกลอว์ ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง คณะผู้บริหารฮ่องกง และรัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่ง   BREAKING: Hong Kong to require district councillors to swear allegiance to gov't – violators face election ban https://t.co/q7UXGklTZg @selina_cheng #hongkong pic.twitter.com/iEqXqeLPfN — Hong Kong Free Press HKFP (@hkfp) February 23,…

บังคับใช้แล้ว! มีใบขับขี่ “รถรับจ้างสาธารณะ” ต้องถูกตรวจสอบประวัติอาชญากร

  กรมการขนส่งทางบกออกระเบียบใหม่ ให้ผู้ที่ขอมีใบขับขี่ และต่ออายุใบขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ ทั้งรถยนต์ สามล้อ มอไซค์รับจ้าง ต้องถูกตรวจสอบประวัติอาชญากรจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถและบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554 ระเบียบฉบับดังกล่าวระบุว่า โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ระบบการเชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรยังไม่สมบูรณ์ ส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์สามล้อสาธารณะและรถจักรยานยนต์สาธารณะเกิดความล่าช้า ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชน และเพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถเป็นไปในแนวทางเดียวกัน สมควรปรับปรุงระเบียบดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบก จึงออกระเบียบให้ การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้ดำเนินการตรวจสอบประวัติอาชญากร โดยมีหนังสือตรวจสอบไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงกรณีการต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้ดำเนินการตรวจสอบประวัติอาชญากร โดยมีหนังสือตรวจสอบไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่นเดียวกัน สำหรับบรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือขัดหรือแย้งกับที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป   —————————————————————————————————————————————————–…