แคนาดาเนรเทศนักการทูตจีน ฐานแทรกแซงกิจการภายใน

    รัฐบาลออตตาวาเนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตของจีนคนหนึ่ง จากกรณี “การก้าวก่ายกิจการภายใน” เกี่ยวกับ “การข่มขู่” นักการเมืองคนหนึ่งของแคนาดา   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศแคนาดาออกแถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ ว่านายจ้าว เหว่ย นักการทูตจีนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโทรอนโต มีสถานะเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และต้องเดินทางออกจากแคนาดา “ภายในระยะเวลาที่กำหนด” แต่ไม่ได้ระบุอย่างเป็นทางการว่า “เมื่อใด”   ขณะที่นางเมลานี โจลี รมว.กระทรวงการต่างประเทศแคนาดา กล่าวว่า รัฐบาลออตตาวาไม่มีทางอดทนต่อการแทรกแซงกิจการภายใน ไม่ว่าด้วยวิธีการรูปแบบใดก็ตาม บุคลากรการทูตทุกประเทศล้วนได้รับคำเตือนอย่างตรงไปตรงมา ว่าใครก็ตามที่ละเมิดกฎดังกล่าวจะถูกส่งกลับประเทศ   ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายในเวลายังไม่ถึง 1 สัปดาห์ หลังกระทรวงการต่างประเทศแคนาดาเชิญนายกง เพ่ยอู๋ เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงออตตาวา เข้าพบเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว เพื่อหารือเกี่ยวกับรายงานของสื่อมวลชน ที่ระบุว่า รัฐบาลปักกิ่ง “ข่มขู่คุกคาม” นายไมเคิล ชอง สมาชิกสภาสามัญสังกัดพรรคอนุรักษนิยมแคนาดา ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้านปัจจุบัน และครอบครัว   ทั้งนี้ “เดอะ…

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินแกนนำ “พราวด์ บอยส์” และพวก มีความผิด ยุยงปลุกปั่นจลาจลรัฐสภา

    แกนนำกลุ่ม “พราวด์ บอยส์” และพวกพ้อง ถูกคณะลูกขุนตัดสินมีความผิด ฐานยุยงปลุกปั่นบุกจลาจลก่อรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อ 2 ปีก่อน   เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2566 คณะลูกขุนของศาลรัฐบาลกลาง ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ มีคำตัดสินว่า นายเอนริเก ทาร์ริโอ อดีตประธานกลุ่ม “พราวด์ บอยส์” (Proud Boys) กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายขวาจัดของสหรัฐฯ รวมทั้งสมาชิกกลุ่มอีก 3 คนที่เคยมีตำแหน่งแกนนำส่วนภูมิภาคของกลุ่ม ได้แก่ นายโจ บิกส์ นายอีธาน นอร์ดีน และนายแซ็ค เรห์ล มีความผิด ในข้อหามีบทบาทในการสมรู้ร่วมคิด ยุยงปลุกปั่นที่นำไปสู่เหตุจลาจลบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564   ในส่วนของจำเลยรายที่ 5 ได้แก่ นายโดมินิค เพซโซลา อดีตนาวิกโยธินที่เข้าร่วมกลุ่มพราวด์ บอยส์ และร่วมบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ แต่ไม่ได้มีบทบาทเป็นแกนนำ…

“นักเคลื่อนไหวลาว” ถูกยิงที่คาเฟ่ในเวียงจันทน์ “ยังมีชีวิตอยู่”

    นักกิจกรรมการเมืองชาวลาว ซึ่งมีรายงานออกมาก่อนหน้านี้ว่า “ถูกยิงเสียชีวิต” นั้น “ยังคงมีชีวิตอยู่” และกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่า จากกรณีมีรายงานว่า นายอนุชา หลวงสุพม หรือ “แจ็ค” นักกิจกรรมการเมืองชาวลาว วัย 25 ปี ถูกยิงเข้าที่ใบหน้าและหน้าอก ระหว่างอยู่ภายในคาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งรายงานหลายกระแสระบุไปในทางเดียวกันว่า นายอนุชา “เสียชีวิต” นั้น   องค์กรสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์” รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าได้รับการยืนยันจากครอบครัวของนายอนุชา และแหล่งข่าวอีกหลายคน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่านายอนุชายังคงเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง     ทั้งนี้ รายงานของฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ สอดคล้องกับการโพสต์ข้อความบนเพจ “ขับเคลื่อนด้วยคีย์บอร์ด” ซึ่งนายอนุชาเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้ดูแล ว่านายอนุชา…

ปักกิ่งเผยจับกุมสื่อมวลชนไต้หวันข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

    รัฐบาลกรุงปักกิ่งเปิดเผยการจับกุมนักจัดรายวิทยุและผู้จัดพิมพ์หนังสือชาวไต้หวัน จากข้อกล่าวหาว่า “เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ”   หลี่ ยานเหอ ผู้จัดรายการวิทยุของ Radio Taiwan International และผู้พิมพ์เผยแพร่หนังสือวิจารณ์รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของจีนจับกุมขณะที่เขาเดินทางไปเยี่ยมญาติที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนมีนาคม ก่อนที่จะมีรายงานออกมาเมื่อปลายเดือนเมษายนว่าเขาหายตัวไป   เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จู เฟ็งเหลียน โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของรัฐบาลจีน ประกาศว่า หลี่ถูกทางการจีนจับกุมตัวไว้เพื่อสอบสวน “การกระทำผิดที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ” พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเคารพในสิทธิ์ของชาวไต้หวันผู้นี้ระหว่างการสอบสวน   หลี่ ยานเหอ เจ้าของนามปากกา “ฟูชา” เกิดที่ประเทศจีนแต่ย้ายไปอาศัยในไต้หวันเมื่อปี 2009 ต่อมาเขาก่อตั้งสำนักพิมพ์ กูซา เพรส (Gusa Press) ซึ่งเน้นตีพิมพ์หนังสือที่วิพากษ์วิจาณร์รัฐบาลปักกิ่ง   หลี่ ยังเป็นเจ้าของรายการ “Seeing China This Way — Time with Fucha” ซึ่งพูดคุยเกี่ยวกับการเมืองจีน ออกอากาศทางสถานีวิทยุระหว่างประเทศไต้หวัน (Radio Taiwan International)   เสียงเรียกร้องการปล่อยตัว…

‘จีน’ ออกกฎหมายต้านจารกรรม สร้างความเสี่ยงให้บริษัทต่างชาติ

    จีนได้ขยายขอบเขตของกฎหมายต่อต้านการจารกรรม (Counterespionage Law) ซึ่งเดิมกว้างขวางอยู่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายมากขึ้น หรือเพิ่มความไม่แน่นอนแก่บริษัทต่างชาติ นักข่าว และนักวิชาการ   สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานในวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ขยายคำจำกัดความของการจารกรรมจาก การรวบรวมความลับของรัฐและข่าวกรอง ไปสู่ “เอกสาร ข้อมูล วัตถุ หรือสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ” โดยไม่มีการระบุถึงแนวทางที่เฉพาะเจาะจงสำหรับวิธีการกำหนดเงื่อนไขเหล่านี้   สำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สำคัญของจีน ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านการสอดแนม ก็ถูกจัดประเภทเป็นการจารกรรมภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ด้วยเช่นกัน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.   ข้อกฎหมายดังกล่าวซึ่งได้รับการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติของจีนเมื่อวานนี้ (26 เม.ย) มีขึ้นท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของการเน้นย้ำเรื่องความมั่นคงของชาติภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยวที่สุดของจีนในยุคนี้         —————————————————————————————————————————————— ที่มา :                   …

เปิดระเบียบ “สตช.” สั่งขรก.ตำรวจ”รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ”ลงราชกิจจาฯ

    “ราชกิจจาฯ” เผยแพร่ระเบียบ “สตช.” ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไป “รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ” ฉบับใหม่ กำหนดคุณสมบัติขรก.ตำรวจที่ไป”รักษาความปลอดภัย” ห้ามเบื้องบนล็อกสเปกตัวบุคคล   24 เมษายน 2566 “ราชกิจจาฯ” เผยแพร่ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ พ.ศ. ๒๕๖๖   ด้วยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๙๒ วรรคสอง บัญญัติการสั่งให้ ข้าราชการตำรวจไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญตามตำแหน่งที่ ก.ตร. กำหนด ให้เป็นไปตามระเบียบ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงต้องปรับปรุงมาตรการว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติดังกล่าว   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้     ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจ ไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ พ.ศ. ๒๕๖๖”  …