‘ซาอุฯ’ สอยโดรนติดระเบิดกบฏฮูธี หวังโจมตีสนามบินติดชายแดนซาอุ-เยเมน

Photo by Mohammed HUWAIS / AFP ซาอุดีเพรสเอเจนซี สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า กองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย ได้เข้าบินสกัดและทำลายอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน บรรทุกระเบิด ที่มุ่งหน้าเพื่อโจมตีสนามบินจิซาน สนามบินตอนใต้ของประเทศซาอุดีอาระเบีย ใกล้กับชายแดนประเทศเยเมน โดยรายงานระบุว่า โดรนดังกล่าวเป็นโดรนของกลุ่มกบฏฮูธี ในประเทศเยเมนกลุ่มกบฏซึ่งเป็นพันธมิตรกับประเทศอิหร่าน ขณะที่อัลมาซิราห์ทีวี ของกลุ่มกบฏฮูธี ระบุว่า โดรนดังกล่าวมีเป้าหมายที่โรงเก็บเครื่องบินของสนามบิน โดยการโจมตีดังกล่าวมีขึ้นหลัง กลุ่มฮูธี ใช้โดรนพุ่งเป้าโจมตีไปที่สนามบินนาจ์รัน ใกล้กับชายแดนเยเมนเช่นกัน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้กลุ่มพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย เข้าแทรกแซงทางทหารในประเทศเยเมน ตั้งแต่ปี 2015 เพื่อสู้รบกลุ่มกบฏฮูธี ซึ่งเวลานี้ครอบครองกรุงซานา เมืองหลวงของประเทศเอาไว้ และเพื่อผลักดันให้ประธานาธิบดีอเบดรับโบ มันซูร์ ฮาดี ประธานาธิบดีเยเมน กลับสู่อำนาจ ————————————————– ที่มา : มติชน / 27 พฤษภาคม 2562 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_1512249

มีผลแล้ว! ขอวีซ่าอเมริกาต้องแจงบัญชีโซเชียลมีเดียด้วย

ใบสมัครยื่นขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริการูปแบบใหม่ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้ที่จะขอวีซ่าเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาเกือบทุกคนต้องแสดงบัญชีโซเชียลมีเดีย อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ที่ตนเองใช้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีเพียงผู้ถือพาสปอร์ตทูตและข้าราชการได้รับการยกเว้นจากมาตรการใหม่นี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2018 รัฐบาลของทรัมป์เสนอกฎนี้ ตอนนั้น สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (ACLU) โต้ว่าไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการติดตามโซเชียลมีเดียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นธรรม และจะทำให้ประชาชนเซ็นเซอร์ตัวเองได้ ก่อนหน้านี้ ผู้ที่ต้องแสดงหลักฐานดังกล่าวมีเพียงผู้ยื่นขอวีซ่าที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น บุคคลที่มาจากประเทศในกลุ่มที่มีผู้ก่อการร้ายควบคุมอยู่ แต่ละปีมีประมาณ 65,000 คน หากใครให้ข้อมูลเท็จ ทางการบอกว่า อาจจะต้องเจอกับบทลงโทษที่ร้ายแรง ทั้งนี้ ข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดียที่ต้องแสดง เช่น อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ แต่หากผู้ยื่นขอวีซ่าต้องการแจ้งข้อมูลของแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน “สำหรับการยื่นขอวีซ่า ต้องถือว่าความมั่นคงของประเทศมีความสำคัญที่สุด ผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาทุกคนต้องผ่านกระบวนการคัดกรองด้านความปลอดภัย เรากำลังหากลไกเพื่อพัฒนากระบวนการคัดกรองคนเพื่อปกป้องพลเมืองอเมริกัน ขณะเดียวกันก็สนับสนุนการเดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย” กระทรวงการต่างประเทศระบุ มาตรการใหม่นี้จะกระทบกับผู้ยื่นขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาที่มีประมาณ 14.7 ล้านคนต่อปี รวมทั้งผู้ที่เดินทางไปทำงานหรือศึกษาที่สหรัฐอเมริกาด้วย ———————————————- ที่มา : The Momentum / 2 มิถุนายน 2562…

San Francisco was right to ban facial recognition. Surveillance is a real danger

The government’s embrace of facial recognition technology has red flags all over it, argues Veena Dubal. Photograph: Ian Davidson/Alamy Stock Photo San Francisco’s recent municipal ordinance banning the use of facial recognition technology by city and county agencies has received international attention. The first of its kind anywhere in the US, the law is a preemptive response…

ความกังวลเรื่องการใช้เทคโนโลยี ‘จดจำใบหน้า’ เริ่มลามไปทั่วโลก

U.S. Customs and Border Protection supervisor Erik Gordon, left, helps a passenger navigate one of the new facial recognition kiosks at a United Airlines gate before boarding a flight to Tokyo, Wednesday, July 12, 2017, at George Bush Intercontinental Air ซานฟรานซิสโกได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของเทคโนโลยีแห่งหนึ่งของโลก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ซานฟรานซิสโกกลับเป็นเมืองแรกในสหรัฐอเมริกาที่ออกกฎหมายห้ามไม่ให้ตำรวจและหน่วยงานของรัฐฯ ใช้เทคโนโลยี Facial Recognition หรือเทคโนโลยี “จดจำใบหน้า” โดยผู้ที่สนับสนุนมาตรการนี้กล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพของประชาชน นายเนธาน เชียร์ด ผู้จัดกิจกรรมรณรงค์ระดับรากหญ้า ของมูลนิธิ Electronic…