สถานทูตเตือนคนไทยเลี่ยงพื้นที่สำคัญกรุงจาการ์ตา 14-28 มิ.ย.

    สถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนิเซีย ออกประกาศให้คนไทยระมัดระวังในการเดินทางไปยังพื้นที่รอบศาลรัฐธรรมนูญ อาจมีการชุมนุม สถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ออกประกาศให้คนไทยระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนิเซีย ใกล้อนุสาวรีย์แห่งชาติ Monas จากสถานการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2562 เวลา 10.30 น. ตามที่ฝ่ายพลโท ปราโบโว ซูเบียนโต ได้ยื่นเรื่องคัดค้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดย ศาลฯ มีกำหนดดำเนินการเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ดังนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 14 – 28 มิถุนายน อาจมีการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนพล ใกล้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Medan Merdeka Barat ใกล้อนุสาวรีย์แห่งชาติ Monas ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ความวุ่นวายได้     ทั้งนี้ ตำรวจอินโดนีเซียได้ปิดถนนหลายเส้นทางในพื้นที่โดยรอบศาลรัฐธรรมนูญเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 13 มิถุนายน แล้ว  …

‘ไบโอเมทริก’ ยุค2019 ยิ่งง่าย ยิ่งต้องใส่ใจ

ทุกวันนี้ “ไบโอเมทริก” Biometrics กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและเป็น “กุญแจสามัญ” แห่งยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว สนามบินในสหรัฐ อังกฤษ สเปน และจีน เริ่มนำร่องใช้ระบบสแกนใบหน้าแทนที่ตั๋วเครื่องบิน ขณะที่ฮุนไดเปิดตัวรถรุ่นปี 2019 ที่ใช้ลายนิ้วมือแทนที่กุญแจ ไม่ว่านักวิจัยห้องแล็บ พนักงานโรงงาน หรือคนทำงานฟรีแลนซ์ แทบทุกคนล้วนคุ้นเคยกับการเก็บข้อมูลทางชีวภาพกันมาแล้วทั้งสิ้น ทว่า จากการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้นในวันนี้ก็เริ่มมีการพบ “ช่องโหว่” ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกคนทำทุกอย่างผ่านอินเตอร์เน็ต โฆษณาตัวใหม่ล่าสุดของ Apple ซึ่งเลือกย้ำจุดเด่นด้านความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยมากกว่าเน้นการขายกล้องหรือเทคโนโลยีใหม่นั้นก็สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า Privacy เป็นเรื่องใหญ่ที่เราควรให้ความสำคัญมากแค่ไหน เป็นเรื่องสำคัญ แต่วันนี้เราแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญกับความสะดวกสบายกันแบบง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมามากนัก ผู้ใช้ส่วนใหญ่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวรวมถึงข้อมูล Biometrics โดยไม่ได้คำนึงหรือตั้งคำถามเลยว่าข้อมูลลายนิ้วมือ ม่านตา หรือใบหน้าของเราที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เหมือนรหัสพาสเวิร์ดนั้น ถูกจัดเก็บอย่างไร และปลอดภัยจากการถูกนำไปใช้อย่างผิดกฎหมายหรือไม่” นายอเล็กซ์ ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายขายภาคพื้นอาเซียนกลุ่ม Physical Access Control Solutions บริษัท HID Global กล่าวระหว่างงานเปิดตัวเครื่องอ่านลายนิ้วมือใหม่ iCLASS SE RB25F ที่เพิ่งคว้ารางวัลจากงานเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนจาก The Security Industry…

FBI เตือนระวังแฮ็กเกอร์ใช้เว็บแบบ HTTPS หลอกเหยื่อ!

FBI ได้ออกประกาศแจ้งเตือนว่ามีผู้ไม่หวังดีกำลังใช้เว็บไซต์ที่ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ HTTPS เพื่อหลอกผู้ใช้ให้ป้อนข้อมูลรหัสผ่านล็อกอิน, ข้อมูลทางการเงิน, รวมไปถึงข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่สำคัญ ถือเป็นการใช้มุมมองของคนท่องเว็บทั่วไปมาเป็นประโยชน์ในการหลอกลวง เนื่องจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่มักเชื่อว่า ถ้ามีสัญลักษณ์แม่กุญแจล็อกแสดงขึ้นอยู่บนด้านหน้า URL แสดงว่าเว็บไซต์นั้นถูกต้องตามกฎหมาย และปลอดภัยในการป้อนข้อมูลใดๆ ลงไป แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ใบประการศรับรอง SSL ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายเลย ใบเซอร์ SSL/TLS นั้นเป็นเพียงแค่การแสดงว่า การเชื่อมต่อระหว่างเว็บบราวเซอร์และเว็บเซิร์ฟเวอร์ของตัวเว็บไซต์เองนั้นมีการเข้ารหัสข้อมูล ที่ช่วยป้องกันแฮ็กเกอร์จากภายนอกบุกรุกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับข้อมูลที่สื่อสารระหว่างกันเท่านั้น การที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ความเชื่อใจของคนทั่วไปกับคำว่า “https” และไอคอนรูปแม่กุญแจ ที่มักใช้บริการจากองค์กรภายนอกที่ให้การรับรองความปลอดภัยของการเชื่อมต่อเว็บไซต์ที่หาใช้ได้ง่ายมากในยุคนี้ นับเป็นการประยุกต์การโจมตีลักษณะเดียวกับการส่งอีเมล์ปลอมให้ดูเหมือนบริษัทที่มีชื่อเสียงจริง ——————————————————— ที่มา : EnterpriseITPro / มิถุนายน 13, 2019 Link : https://www.enterpriseitpro.net/fbi-warns-that-hackers-use-secure/

กบฎฮูตียิงจรวดมิสไซล์เล็งตรงเข้าโจมตี “สนามบินซาอุ” สนามบินเสียหาย มีคนเจ็บนับสิบจากหลายชาติ

รอยเตอร์/เอเจนซีส์ –  กองกำลังพันธมิตรอาหรับภายใต้การนำของริยาดแถลงในวันพุธ(12 มิ.ย) ว่า ทางกองกำลังจะทำการตอบโต้อย่างสาสมต่อจรวดมิสไซล์ที่ยิงเข้ามาจากกบฎฮูตีของเยเมน การโจมตีเกิดขึ้นที่สนามบินอับฮา (Abha airport) สร้างความเสียหายแก่สนามบิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 26 รายซึ่งมีรายงานว่าเป็นคนมาจากหลายเชื้อชาติ รอยเตอร์รายงานวันนี้ (12 มิ.ย) ว่า ในแถลงการณ์ที่ออกมาจากกองกำลังพันธมิตรชาติอาหรับภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า ในช่วงเช้าวันพุธ (12) เป็นประจักษ์พยานยืนยันถึงการสนับสนุนของเตหะรานในสิ่งที่เรียกว่า “เป็นการก่อการร้ายข้ามพรมแดน แถลงการณ์ที่ออกมายังระบุว่า มิสไซล์ของกบฎฮูตีจากเยเมนยิงเข้าไปยังตึกผู้โดยสารขาเข้าของท่าอากาศยานอับฮา (Abha airport) ทางใต้ของซาอุฯ ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายแก่สนามบิน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 26 ราย โดยสถานีข่าวมาซิราทีวี (Masirah TV) ของกบฎฮูตีรายงานก่อนนั้นว่า กองกำลังฮูติได้ยิงขีปนาวุธล็อกเป้าโจมตีสนามบินแห่งนี้ ซึ่งตั้งห่างจากทางเหนือของพรมแดนเยเมนไปราว 200 กิโลเมตร โดยสนามบินแห่งนี้ถูกใช้สำหรับการเดินทางในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค อัลญะซีเราะฮ์ สื่อกาตาร์กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 26 คนล้วนเป็นพลเรือนทั้งสิ้น  โดยอ้างอิงจากแถลงการณ์ของกองกำลังพันธมิตรอาหรับชี้ว่า เหยื่อเหล่านี้มาจากหลายชาติและมีเด็กและผู้หญิงรวมอยู่ในนั้น  โดยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว และในเวลานี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ขีปนาวุธ 1 ลูกของกบฎฮูตีที่ยิงเข้ามานั้นเป็นประเภทไหน  แต่ทางกองกำลังพันธมิตรชี้ว่า การโจมตีครั้งนี้แสดงชัดว่า กลุ่มกบฎได้รับอาวุธล้ำหน้าจากอิราน…

สงครามการค้า ‘สหรัฐฯ-จีน’ ลุกลามสู่เทคโนโลยีโดรน

ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งลุกลามไปถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีต่างๆ ได้ก่อให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิด “สงครามเทคโนโลยี” ระหว่างประเทศมหาอำนาจสองประเทศนี้ได้ เครื่องบินโดรน เป็นเทคโนโลยีอีกประเภทหนึ่งที่กำลังถูกรัฐบาลสหรัฐฯ จับตามองว่าอาจถูกใช้ในการขโมยข้อมูลสำคัญซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ได้เช่นกัน บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน DJI คือผู้ผลิตโดรนที่หน่วยงานตำรวจและดับเพลิงของสหรัฐฯ ใช้กันอยู่ทั่วไป แต่รัฐบาลสหรัฐฯ มีคำเตือนออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เครื่องบินโดรนที่ผลิตในจีนอาจถูกใช้ในการขโมยข้อมูลสำคัญได้ The DJI Phantom 3, a consumer drone, takes flight after it was unveiled at a launch event in Manhattan, New York, April 8, 2015. Drones State Transportation Departments ปัจจุบัน สำนักงานดับเพลิงเมืองฟรีมองต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีโดรนไว้ใช้งานทั้งหมด 14 ลำ ซึ่งถูกนำไปใช้ในการช่วยชีวิตคน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง กล้องอินฟาเรดที่ติดไว้กับโดรนสามารถตรวจพบระดับความร้อนจากร่างกายมนุษย์ได้…

ตำรวจฮ่องกงใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางปราบปรามผู้ประท้วงหน้าอาคารรัฐสภา

Riot police fire tear gas to protesters outside the Legislative Council in Hong Kong, June 12, 2019. HONG KONG – การประท้วงครั้งใหญ่ด้านหน้าอาคารที่ทำการรัฐสภาฮ่องกงลุกลามไปเป็นความรุนแรงในวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อตำรวจปราบจลาจลได้ใช้แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย และกระสุนยาง เข้าสลายการชุมนุมของผู้ต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกง โรงพยาบาลหลายแห่งรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 72 คนจากเหตุการณ์นี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้รัฐสภาฮ่องกงต้องประกาศเลื่อนการพิจารณากฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนออกไปอย่างไม่มีกำหนด กฎหมายดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน นักธุรกิจ และองค์กรทางสังคมต่างๆ ในฮ่องกง ว่าอาจทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะการส่งตัวไปดำเนินคดีที่จีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งมีความแตกต่างทางกฎหมายกับฮ่องกง โดยบริษัทห้างร้านหลายร้อยแห่งปิดทำการเพื่ออนุญาตให้ลูกจ้างไปร่วมการประท้วงครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง แครี แลม ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีการผลักดันกฎหมายนี้ต่อไป ขณะเดียวกันที่กรุงวอชิงตัน ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อผู้สื่อข่าว แสดงความเชื่อมั่นว่าจีนและฮ่องกงจะสามารถหาทางจัดการเรื่องนี้ได้ และว่านี่เป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ตนเคยเห็น ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง และขอให้รัฐบาลฮ่องกงเคารพในเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็น และสิทธิในการชุมนุมอย่างสันติของประชาชนชาวฮ่องกง การแก้กฎหมาย Fugitive Offenders…