เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคทสุดเสียพระทัย จยย.นำขบวนเสด็จชนคนแก่ สาหัส

เมื่อ 19 มิ.ย.62 สื่อในอังกฤษ ทั้งบีบีซี และเว็บไซต์เดอะซัน รายงาน สำนักพระราชวังเคนซิงตัน ออกแถลงการณ์ เจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสแคเธอรีน ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงเป็นห่วงและเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง หลังทรงรับทราบ เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ขบวนรถนำเสด็จคุ้มกันของพระองค์ชนหญิงชราวัย 83 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์กำลังเสด็จจากกรุงลอนดอนไปยังพระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อทรงร่วมในพระราชพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งการ์เตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ เดอะ ซันระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งขี่รถจักรยานยนต์เคลียร์เส้นทางนำขบวนเสด็จ ได้ชนนางไอรีน เมเยอร์ หญิงชราวัย 83 ปี ที่บริเวณถนนอัปเปอร์ ริชมอนด์ ห่างจากบ้านพักเพียงประมาณ 274 เมตร จากนั้น ทีมกู้ภัยได้รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำนางเมเยอร์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์พยาบาลฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้อาการของนางเมเยอร์ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกอุ้งเชิงกรานหักและมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่งอยู่ในภาวะทรงตัว ด้านโฆษกสำนักพระราชวังเคนซิงตัน ยังแถลงด้วยว่า ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ประทานดอกไม้เยี่ยมอาการคุณยายไอรีนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมทั้งทรงเขียนข้อความด้วยลายพระหัตถ์แสดงความเสียพระทัยและเป็นห่วงคุณยายไอรีนอย่างยิ่ง ————————————————— ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ / 19 มิถุนายน 2562 Link : https://www.thairath.co.th/news/foreign/1595298

เทคโนโลยี deepfake ใหม่! ใช้แค่รูปและไฟล์เสียงก็สร้างคลิปปลอมร้องเพลงได้ง่ายๆ

งานวิจัยใหม่จาก Imperial College ในกรุงลอนดอน และศูนย์วิจัย AI ของ Samsung ในสหราชอาณาจักร แสดงวิธีการที่รูปภาพเพียงรูปเดียวและไฟล์เสียงสามารถนำไปใช้สร้างคลิปวีดีโอคนร้องเพลงหรือพูดได้ นักวิจัยก็ใช้วิธีเช่นเดียวกับงาน deepfake อื่นๆ ที่เราเคยเห็น นั่นคือ ใช้ระบบเรียนรู้สร้างเอาท์พุต และแม้ว่าผลที่ออกมาจะยังห่างไกลจากความสมจริง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็น่าประหลาดใจที่สามารถสร้างผลลัพธ์ออกมาได้จากข้อมูลเพียงนิดเดียว ดังที่เห็นได้จากตัวอย่างของคลิปอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งถูกแปลงออกมาเป็นคลิปบรรยายที่คุณคงไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน อีกหนึ่งตัวอย่างคือ คลิปของกริกอรี รัสปูติน กำลังร้องเพลงของบียอนเซ่ ไม่เพียงแต่จะทำให้ภาพวีดีโอที่ออกมาตรงกับไฟล์เสียงเท่านั้น ระบบยังสามารถทำให้คนพูดสื่ออารมณ์ออกมาได้ตรงตามที่กำหนดด้วย โดยมีอินพุตเพียงแค่ภาพรูปเดียวและไฟล์เสียง แล้วอัลกอริธึมก็จัดการส่วนที่เหลือนั้น ดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ผลงานที่ออกมาไม่ได้ดูสมจริงนัก แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปได้เร็วแค่ไหน เทคนิคในการสร้าง deepfake นั้นง่ายขึ้นทุกที และแม้ว่างานวิจัยเช่นนี้ยังไม่ออกสู่ตลาด แต่คงอีกไม่นานที่เทคโนโลยีนี้อาจจะมาในรูปแบบซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่าย เป็นที่เข้าใจได้ว่า งานวิจัยแนวนี้สร้างความกังวลใจแก่คนทั่วไปหากถูกนำไปใช้เผยแพร่ข้อมูลเท็จและโฆษณาชวนเชื่อ หรือถูกนำไปใช้ก่อความเสียหายแก่ตัวบุคคล โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งยังคงตกเป็นเป้าถูกนำภาพไปใช้สร้างภาพอนาจารสร้างความอับอายได้ ————————————————————- ที่มา : ADPT News / JUNE 21, 2019 Link : https://www.adpt.news/2019/06/21/new-deepfake-tech-turns-single-photo-and-audio-file-into-singing-vdo/

ใหม่! เครื่องมือตรวจจับคลิปปลอม deepfake ได้แม่นยำถึง 96%

เครื่องมือใหม่ที่พัฒนาโดยทีมวิจัยจาก the USC Information Sciences Institute (USCISI) อาจเป็นตัวช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของคลิปปลอม deepfake ได้ โดยเครื่องมือนี้จะตรวจจับการเคลื่อนไหวของใบหน้าและศีรษะ และสิ่งแปลกปลอมในไฟล์เพื่อดูว่าวีดีโอนั้นถูกปลอมขึ้นมาหรือไม่ จากงานวิจัยที่เผยแพร่โดย the Computer Vision Foundation พบว่า ระบบสามารถตรวจพบวีดีโอที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์ได้แม่นยำถึง 96 เปอร์เซ็นต์ โมเดลที่ใช้ตรวจจับคลิปปลอมทั่วไปวิเคราะห์วีดีโอแบบเฟรมต่อเฟรมเพื่อหาจุดที่มีการดัดแปลง แต่เทคนิคใหม่ที่สร้างโดยทีมนักวิจัย USC ใช้เวลาและการคำนวณทางคอมพิวเตอร์ที่น้อยกว่านั้น โดยระบบจะรีวิวดูวีดีโอทั้งหมดครั้งเดียว ซึ่งทำให้ระบบประมวลผลข้อมูลได้เร็วขึ้น จากนั้นจึงนำเฟรมวีดีโอวางซ้อนกันและตรวจหาความไม่สอดคล้องกันจากการขยับของคนในคลิป ซึ่งอาจจะเป็นการขยับเปลือกตาเล็กน้อยหรือการเคลื่อนไหวท่าทางแปลกๆ ที่นักวิจัยเรียกว่า “softbiometric signature (สัญลักษณ์ทางข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล)” ทีมนักวิจัยใช้ชุดข้อมูลวีดีโอที่ผ่านการดัดแปลงมาประมาณ 1,000 คลิป ในการฝึกเครื่องมือนี้ ทำให้ระบบค่อนข้างชำนาญในการระบุคลิปปลอมของนักการเมืองหรือเหล่าผู้มีชื่อเสียง นี่จึงอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาปี 2563 การหยุดการแพร่ระบาดข้อมูลเท็จจึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญยิ่ง —————————————————- ที่มา : ADPT News / JUNE 22, 2019 Link : https://www.adpt.news/2019/06/22/new-tool-detects-deepfakes-with-96-percent-accuracy/

โดรนทำป่วน!สนามบินสิงคโปร์ปิดรันเวย์ชั่วคราว เที่ยวบินล่าช้านับสิบ

แฟ้มภาพ : สนามบินชางงีของสิงคโปร์ เอเอฟพี – ท่าอากาศยานหลักของสิงคโปร์ต้องปิดรันเวย์หนึ่งเป็นการชั่วคราว หลังพบเห็นโดรนหลายตัวในพื้นที่ ส่งผลให้เที่ยวบินหลายสิบเที่ยวต้องประสบปัญหาล่าช้า จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในวันพุธ (19 มิ.ย.) กรณีนี้นับเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่อากาศยานไร้คนขับก่อความวุ่นวายแก่สนามบินหนึ่งๆ หลังจากก่อนหน้านี้มีผู้โดยสารหลายหมื่นคนได้รับผลกระทบจากการพบเห็นโดรนบินอยู่ใกล้ท่าอากาศยานแกตวิคของอังกฤษ ทำให้ต้องปิดสนามบินแห่งนี้ชั่วคราวหลายรอบเมื่อปีที่แล้ว สำนักงานการบินพลเรือนแห่งสิงคโปร์เปิดเผยว่าสนามบินชางงี หนึ่งในศูนย์กลางการบินที่พลุกพล่านที่สุดของเอเชีย ต้องปิดรันเวย์หนึ่งจากทั้งหมดสองรันเวย์ช่วงสั้นๆ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันอังคาร (18 มิ.ย.) จนถึงตอนเช้าวันพุธ (19 มิ.ย.) หลังพบเห็นโดรนบินอยู่บริเวณใกล้เคียง หน่วยงานแห่งนี้ระบุว่ามีเที่ยวบินราว 37 เที่ยวที่ต้องประสบปัญหาล่าช้าและเที่ยวบินขาเข้าสิงคโปร์เที่ยวหนึ่งต้องเบี่ยงไปลงจอดที่มาเลเซีย ชาติเพื่อนบ้าน  ————————————————- ที่มา : MGR Online / 19 มิถุนายน 2562 Link : https://mgronline.com/around/detail/9620000058484แม้เวลานี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน แต่ทางสำนักข่าวสเตรทไทมส์รายงานระบุว่าการบินโดรนภายในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบสนามบินโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความผิดตามกฎหมายของสิงคโปร์ และผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษสูงสุดคือจำคุก 1 ปี

สงครามไซเบอร์มาแล้ว กองทัพสหรัฐเตรียมโจมตีระบบเครือข่ายส่งไฟฟ้ารัสเซีย

หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานข่าววงในว่ารัฐบาลสหรัฐ เตรียมโจมตีระบบโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐบาลรัสเซีย เพื่อตอบโต้การแทรกแซงการเลือกตั้งของหน่วยข่าวกรองรัสเซียตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาเพิ่งยกระดับกองบัญชาการไซเบอร์ (US Cyber Command) เป็นกองบัญชาการรบเต็มขั้น เมื่อปี 2018 และมีอำนาจเพิ่มขึ้นในการปฏิบัติการทางไซเบอร์ ตามข่าวบอกว่า US Cyber Command ได้แทรกซึมเข้าไปยังระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมระบบโครงข่ายไฟฟ้า (กริด) ของรัสเซียแล้ว แต่ก็ไม่มีข้อมูลเชิงลึกว่าเข้าได้มากแค่ไหน และยังไม่มีรายงานว่าสหรัฐเคยเข้าไปปิดระบบไฟฟ้าของรัสเซีย ที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐมักเล่นบทบาทในเชิงป้องกัน มากกว่าโจมตี แต่ช่วงหลังก็มีเสียงเรียกร้องให้สหรัฐมีท่าทีเชิงรุกมากขึ้น John R. Bolton ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Advisor) ของประธานาธิบดี Donald Trump เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐสามารถแสดงให้รัสเซียหรือประเทศใดๆ ก็ตามเห็นว่า หากเข้ามาปฏิบัติการไซเบอร์ต่อสหรัฐ ก็ย่อมต้องมีสิ่งที่ต้องจ่ายออกไป ——————————————————————– ที่มา : Blognone / 16 June 2019 Link : https://www.blognone.com/node/110367

ญี่ปุ่นปิดเมืองล่าคนร้ายแทงตำรวจเจ็บสาหัสที่โอซากา

ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมตัวคนร้ายซึ่งใช้มีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขโมยปืนประจำกายไป สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้าน และท้าทายการรักษาความปลอดภัยก่อนหน้าการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ G20 นายยูจิโร อีโมริ ถูกจับกุมตัวได้หลังจากใช้มีดแทงตำรวจพร้อมขโมยปืนของเจ้าหน้าที่ นายยูจิโร อีโมริ วัย33 ปี ถูกจับกุมตัวได้หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังไล่ล่านานกว่า 24 ชั่วโมง โดยเมื่อเวลาราว 05.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน เขาได้ใช้มีดจ้วงแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซูซูโนซูเกะ โคเซะ วัย 26 ปี ที่ด้านหน้าป้อมตำรวจเซ็นริยามะ ในเมืองซูอิตะ จังหวัดโอซากา เจ้าหน้าที่ตำรวจโคเซะมีบาดแผลถูกแทงหลายแผล ขณะที่ถูกพบร่างยังมีมีดทำครัวปักอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายของเขา และขณะนี้ยังมีอากาศสาหัส ไม่ได้สติคนร้ายยังได้ขโมยอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ไปด้วย ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่างขวัญผวา เก็บตัวอยู่ภายในบ้านพร้อมล็อคประตูตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ร้านค้า ห้องสมุดต่างปิดทำการ ตลาดนัดและกิจกรรมต่างๆ ถูกยกเลิก เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายจากคนร้ายที่มีอาวุธปืน ตำรวจได้ออกหมายจับทั่วประเทศ และระดมกำลังไล่ล่าคนร้าย จนสามารถจับกุมตัวได้ในเช้าวันนี้เวลาราว 06.30 น. ที่ริมถนนในเมืองมิโน โดยปืนที่ขโมยไปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงอยู่กับตัวคนร้าย แต่พบว่ากระสุนหายไป 1 นัด เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสของคนร้ายหลังจากเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดไปทั่วประเทศ พ่อของนายยูจิโร อีโมริ ระบุว่า ลูกชายพักอยู่ที่กรุงโตเกียว…